ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทและมีสติ เพราะชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

วันนี้เรามีบทความดีๆ มานำเสนอค่ะสำหรับ “อย่าหลงตน อย่าลืมตัว” วันนี้มั่งมี วันข้างหน้าอาจเป็นขอทาน

ชีวิตของคนเรานั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเสมอ สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทและมีสติ รู้ตัวเองอยู่เสมอในการทำสิ่งต่างๆ เพราะ “อย่าหลงตน อย่าลืมตัว” วันนี้มั่งมี วันข้างหน้าอาจเป็นขอทาน ว่าแล้วเราไปอ่านบทความดีๆ ที่จะเป็นแนวคิดในการดำเนินชีวิตให้กับคุณกัน

เมื่อตอนที่นก ยังมีชีวิตอยู่?มันจะกินมดเป็นอาหาร

แต่เมื่อมันตาย.. มันก็จะถูกมดกินเป็นอาหารเช่นกัน

ต้นไม้หนึ่งต้น สามารถทำเป็นไม้ขีดไฟได้เป็นล้านๆ ก้าน

แต่ไม้ขีดไฟเพียงหนึ่งก้าน ก็สามารถเผาต้นไม้ได้เป็นล้านๆ ต้นเช่นกัน

จงอย่ามองข้ามคนที่ด้อยกว่า เพราะหลงตัวเองว่ายิ่งใหญ่

อย่ามองข้ามลูกค้ารายเล็ก ไม่เห็นคุณค่าของพวกเขา

เพราะสักวันหนึ่งเขาอาจเป็นลูกค้ารายใหญ่ของเราก็เป็นได้

อย่าคิดว่าเราแข็งแรงไม่มีวันป่วย เพราะอายุยังน้อย

โลงศพไม่ได้มีไว้ใส่คนแก่แต่มีไว้ใส่คนตาย

อย่าคิดว่าฉันรวย ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย

สักวันเงินเพียง 1 พัน อาจมีค่ามากมายในวันตกอับก็ได้

ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต ใหญ่ได้ก็เล็กได้

รวยได้ก็จนได้ แข็งแรงได้ก็ป่วยได้ เกิดได้ก็ต้องตายได้

ทุกคนไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ท่องจำให้ขึ้นใจ “อย่าหลงตน อย่าลืมตัว”

และที่สำคัญ “ข้าจะไม่ประมาท” กับชีวิตอีกต่อไป..

จะยุ่งมากเพียงใดก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี

ท่านว.วชิรเมธี กล่าวว่า

พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราหมั่นระลึกถึงความตาย ไม่ใช่เพื่อจะให้กลัวตายแต่เพื่อที่จะให้เรารู้จักที่จะดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะอย่างดีที่สุด

หัวใจของการดำรงชีวิตอยู่อย่างดีที่สุดก็คือ การดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท

ไม่ประมาทในอะไรเล่า?

1. ไม่ประมาทในชีวิต ว่าจะยืนยาว

2. ไม่ประมาทในวัย ว่ายังหนุ่มสาว

3. ไม่ประมาทในสุขภาพ ว่ายังแข็งแรง

4. ไม่ประมาทเวลา ว่ายังมีอีกมาก

5. ไม่ประมาทในธรรม ว่าเอาไว้ก่อนวันหลังค่อยสนใจ

ใครก็ตามประมาทในเหตุทั้ง 5 ประการนี้ มักต้องมานั่งเสียใจทุกครั้ง เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักต้องมาพลัดพรากจากไป หรือหากตัวเองจะต้องตายขึ้นมาบ้าง ก็มักจะบ่นเพ้อด้วยความเสียดายว่า “รู้อย่างนี้ทำดีไปตั้งนานแล้ว”

ดังนั้น หากเราไม่อยากเสียใจ ไม่อยากพลาดวันเวลาสำคัญของชีวิตก็ควรหมั่นเจริญมรณัสสติอยู่เสมอ เพราะเมื่อเราใช้ชีวิตดังหนึ่งความตายกำลังกวักมือเรียกอยู่ข้างหน้าทุกขณะจิต เราจะตระหนักรู้ว่าชีวิตมีค่าแค่ไหน มารดร บิดา สามี ภรรยา ลูกแก้ว เมียขวัญสำคัญเพียงไรสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็นเพียงไร และทรัพย์สินศฤงคารอำนาจราชศักดิ์เป็นเพียงสิ่งสมมุติมายาเพียงชั่วคราวอย่างไร

ความตายจะเป็นดั่งระฆังแห่งสติที่เตือนให้เรากลับมาดำรงอยู่กับความจริงและอยู่กับสิ่งที่เป็นแก่นสาร ทิ้งสิ่งที่เป็นเปลือกหรือหัวโขนของชีวิตอย่างรู้เท่าทัน

เมื่ออยู่เบื้องหน้าของความตาย อะไร ๆในโลกก็กระจิริดไปเสียทั้งหมด

เราระลึกถึงความตายเพื่อเข้าใกล้ชีวิตที่มีแก่นสารที่สุด ดำรงอยู่อย่างคนที่ตื่นตัวและตื่นรู้ที่สุด ฉะนั้น การระลึกถึงความตายแล้วเศร้าหมอง หดหู่ จึงไม่ใช่มรณานุสติที่ถูกต้อง

ที่ถูกคือ พอระลึกถึงว่าตนจะต้องตายในวันหนึ่ง จิตจะตื่นขึ้นมาตระหนักรู้ถึงสัจธรรม แล้วเร่งรีบกระทำแต่กรรมดี ใช้ชีวิตนี้อย่างคุ้มค่าที่สุด นี่ต่างหากคือสัมมาทิฏฐิ (ความเข้าใจที่ถูกต้อง) และสัมมาปฏิบัติ (พฤติกรรมที่ถูกต้อง) อันเป็นผลโดยตรงจากการเจริญมรณานุสติ

อวสฺสํ มยา มริตพฺพํ – วันหนึ่งเราจะต้องตาย

ชีวิตํ อนิจฺจํ – ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง

มรณํ เม ชีวิตํ – ความตายของเราเป็นของเที่ยง

ตระหนักรู้สัจธรรมอย่างนี้แล้ว พึงดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท ความชั่วต้องรีบหนี ความดีต้องรีบทำ เพราะหากทำความดีช้าไป ผิว์ความตายมาพราก ก็จะมีแต่ความเศร้าและความเสียใจติดค้างไปตราบนานเท่านาน

แต่สำหรับบุคคลผู้ตื่นอยู่ หมั่นเจริญมรณานุสติอยู่เนือง ๆ ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท ครั้นความตายมาถึงเข้า ย่อมไม่วิโยคตกใจ พร้อมเผชิญต่อความตายดังหนึ่งคนงานยืนรอเวลาเลิกงานด้วยใจยินดีปรีดา มาถึงเมื่อไรก็พร้อมไปเมื่อนั้น



error: Content is protected !!