คู่มือเที่ยวญี่ปุ่น 7 ข้อที่ต้องรู้ก่อนเที่ยวแบบฉายเดี่ยวคนเดียวที่เมืองปลาดิบ!

หากถามว่า Top ลิสต์ประเทศที่อยากไปมากที่สุด รับรองว่าหลายๆ

คนต้องมีประเทศ ญี่ปุ่น ติดอยู่หนึ่งในสิบเป็นแน่แท้ ยิ่งเห็นเพื่อนหลายๆ

คนไปเที่ยวกันมาแล้วแถมบางคนนี่ฉายเดี่ยวแบบไม่แคร์เวิลด์

ก็ยิ่งก่อสุมไฟให้เราอยากจะออกเดินทางสู่โลกกว้างบ้าง

เราเลยจัดสูตรลัดติวเข้มสำหรับใครก็ตามที่กำลังจะหัดเดินทางฉายเดี่ยวมือ

ใหม่ ขอประเดิมประเทศ ญี่ปุ่น เป็นที่แรก เอาหลักสูตรแบบเร่งรัดของ

Girldaily ไปศึกษาดู แล้วเตรียมเก็บกระเป๋าได้เลย

#1 Season in Japan ฤดูต่างๆ ในญี่ปุ่น 

cr top left::pixelstalk,top right:eyepitome.wordpress, bottom left:magicofasiaa.blogspot, bottom right:one-jp

แต่ละฤดูของญี่ปุ่นนั้นแทบจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ความสวยงามของธรรมชาติก็สวยงามกันไปคนละแบบ

ฉะนั้นการเลือกฤดูที่จะเดินทางก็เป็นส่วนสำคัญเพราะจะได้ช่วยเราได้ตั้งแต่

รองเท้า เสื้อผ้า ไปจนถึงบรรยากาศที่เราคาดหวังไว้

ส่วนฤดูของญี่ปุ่นนั้นก็จะแตกต่างจากบ้านเรา แบ่งได้ตามนี้ 

~ ฤดูใบไม้ผลิ เดือน มี.ค - พ.ค อุณภูมิเฉลี่ย 13 - 25 องศาเซลเซียส

~ ฤดูร้อน เดือน มิ.ย. - ส.ค. อุณภูมิเฉลี่ย 30 - 35 องศาเซลเซียส

~ ฤดูใบไม้ร่วง เดือน ก.ย. - พ.ย. อุณภูมิเฉลี่ย 22 - 27 องศาเซลเซียส

~ ฤดูหนาว เดือน ธ.ค. - ก.พ. อุณภูมิเฉลี่ย 5 - 7 องศาเซลเซียส

 #2 เมืองยอดฮิตสุดนิยม 12 เมืองทั่วญี่ปุ่น

cr top left:hometalk, top right:Kwanchai_Khammuean, bottom left:japan-guide, bottom right:pinterest

ซึ่งแต่ละจังหวัดก็จะมีคาแรคเตอร์ของตัวเองอย่างชัดเจน เราก็ต้องเลือกก่อนว่าชอบเที่ยวแบบไหน เมือง หรือ ธรรมชาติ

~ ฮอกไกโด Hokkaido

~ โตเกียว Tokyo

~ โยโกฮามา Yokohama

~ คาวากุจิโกะ Kawaguchiko

cr top left:wikipedia, top right:500px, bottom left:rocketnews24, bottom right:inovartour.blogspot

~ นาโกย่า Nagoya

~ โอซาก้า Osaka

~ เกียวโต Kyoto

~ โกเบ Kobe

cr top left:2aussietravellers, top right: tsunagujapan, bottom left:chubbyhubby, bottom right:pinterest

~ ฮิโรชิม่า Hiroshima

~ ฟุกุโอกะ Fukuoka

~ คุมาโมโต้ Kumamoto

~ โอกินาว่า Okinawa

#3 No Visa

เป็นคนไทย ถือพาสปอร์ตไทย เดี๋ยวนี้ไม่ต้องขอวีซ่าแล้ว (อันนี้ทุกคนรู้) และสามารถท่องเที่ยวอยู่ในประเทศญี่ปุ่นได้ 15 วัน

#4 Flight Time Tokyo to Bangkok

เราใช้เกณฑ์จากเมืองหลวงของทั้ง 2 ประเทศเป็นตัวอย่างง่ายๆ โดยเฉลี่ย

เอาไว้ให้คนที่ไม่ค่อยชอบเดินทางบนเครื่องบินได้เอาเป็นตัวเลขทำการบ้านก่อน

เดินทาง

~ จากกรุงเทพไปโตเกียว ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงขึ้นไป

~ จากโตเกียวมากรุงเทย ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมงขึ้นไป

ส่วนเรื่องความแตกต่างของเวลาประเทศญี่ปุ่นจะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

ซึ่งถือว่าเล็กน้อยมาก อาการเจ็ทแลค (Jet Lag)

อาจมีบ้างเรื่องอ่อนเพลียแต่รับรองว่ายังไงลงเครื่องปุ๊บก็เที่ยวได้เลย

#5 Hotel, Wifi and Locker ที่พัก Wifi หรือแม้แต่ตู้ล็อคเกอร์ก็ห้ามมองข้าม

cr:kaisu-hostel

ก่อนไปเที่ยวญี่ปุ่น เราแนะนำให้เช่า Pocket Wifi

ไปจากกรุงเทพให้เรียบร้อยก่อน เพราะราคาที่ญี่ปุ่นนั้นแพงกว่า

อีกทั้งใครที่จะหวังไปหาใช้ Internet ฟรีนั้นบอกเลยว่ายาก

เพราะที่ญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่ประเทศ Wifi เฟรนลี่

ในส่วนของที่หลับที่นอนอันนี้ก็เลือกกันตามงบในกระเป๋านะ

มีให้เลือกเยอะแยะไปหมดแต่สำหรับคนงบน้อยเรามีทางออกดีๆ ให้กับตัวเลือก Hostel ในโตเกียว แต่หลักการหลักๆ เลยของการเลือกโรงแรมคือควรจะอยู่ใกล้สถานีรถไฟ เดินไม่เกิน 5-10 นาที เท่านั้นพอ ตามมาด้วยเวลาเข้า Check in and Check out ของที่พักที่เราต้องเช็คให้ดีก่อนด้วย

cr:navitimejapan

โดยส่วนมาก Check in หลัง 15:00 น. และ Check out ก่อน 10:00 น.

ส่วนใหญ่เราสามารถฝากกระเป๋าไว้กับทางที่พัก

แต่ถ้าเค้าไม่สะดวกและเราไม่สบายกับการต้องเอากระเป๋าไปฝากไปรับคืนก็สามารถ

ใช้บริการตู้ล็อคเกอร์เก็บกระเป๋าได้ตามสถานีรถไฟสถานีใหญ่ๆ อย่าง Shinjuku

หรือแม้แต่ห้างใหญ่ๆ

บางห้างขนาดของตู้ก็ใส่ได้ตั้งแต่ใบถือขึ้นเครื่องไปจนถึงใบใหญ่เลย

ซึ่งเค้าก็จะคิดเงินตามเวลาและฝากได้ไม่เกิน 3 วัน

#6 Food and Drink กินที่ญี่ปุ่นไม่ได้แพงอย่างที่คิด

cr:voyapon

cr:tokyoexcess.blogspot

เราแนะนำอาหารใน 7/11 อย่าเพิ่งแหวะนะเธอ 7/11

ที่นู่นเค้าคนละโลกกับบ้านเราเลย แค่ข้างปั้นบอกตรงๆ ว่าฟินแล้ว

ไหนจะโอเด้งน้ำซุปร้อนๆ อีก ในส่วนของตู้กดอาหารก็ไม่แพง

เอาเป็นว่าเดินเข้าให้ถูกร้านมองซ้ายมองขวาดูราคาให้ดี

แค่นี้เงินก็ไม่ได้กระเด็นออกจากกระเป๋าง่ายๆ 

วิธีการหยอดตู้ซื้ออาหาร 1

ไปหน้าตู้และเลือกเมนูที่ต้องการ 2 หยอดเหรียญใส่แบงค์ตามราคาที่โชว์ 3

รอรับคูปองหลังจ่ายเงินเสร็จจากช่องที่ตู้นั่นแหละ 4

เอาไปยืนให้พนักงานในร้าน 5 นั่งรอพร้อมทาน

#7 ใช้รถไฟที่ญี่ปุ่น ซื้อตั๋วแบบไหน และทำตัวยังไงไม่ให้เสียมารยาทบนรถไฟ

cr:mytravelphd.blogspot

~ ซื้อตั๋วรถไฟเราชอบใช้แบบ บัตรเติมเงิน

Suica ซื้อบัตรและเติมเงินในบัตรได้ที่ตู้อัตโนมัติในสถานีรถไฟทุกแห่งหน

นอกจากจะใช้กับรถไฟแล้วยังใช้ซื้อของตาม Mini Mart และร้านอื่นที่รับด้วย

ดูได้จากสติกเกอร์หน้าร้าน

~ เวลาที่เข้าออกรถไฟแล้วเงินไม่พอ เพราะแตะออกช่องตรวจตั๋วไม่ได้

อย่าเพิ่งตกใจเป็นไก่ตาแตก เอาตั๋วไปที่ตู้ปรับราคาตั๋ว (Fare Adjustment)

ใกล้ๆ บริเวณช่องตรวจตั๋ว แล้วเพิ่มเงินแค่นั้นก็เรียบร้อย

~ JR Pass ยังเป็นที่นิยมใครอยากซื้อไม่ว่ากัน แต่แผนการเที่ยวมันต้องเป๊ะมาก ซึ่งไม่เหมาะกับคนที่ชื่นชอบการเที่ยวแบบชิลๆ

~ ไม่ว่าจะไปไหนเราควร Google หาเส้นทางและวางแผนการเดินทางก่อนออกตัวเสมอ

~

ทางออกในสถานีรถไฟมีเยอะแยะยั้วเยี้ย ให้มองหาป้ายในสถานีเพื่อดูทางออกที่

ใกล้สุดกับสถานที่ที่เราจะไป เพื่อไม่ต้องเสียเวลาเดินอ้อมหาทางออก

cr:traveljapanblog

~ ไม่มีกฎต้องห้ามใดๆ ในเรื่องการทานอาหารบนรถไฟ แต่ก็ต้องไม่น่าเกลียด

น้ำได้ ขนมปัง ข้าวปั้น ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสะอาด

กลิ่นและทิ้งให้ถูกที่

~ ข้อนี้สำคัญมากเวลาที่อยู่บนรถสาธารณะ

โทรศัพท์มือถือต้องเปลี่ยนเป็นระบบสั่น (ปิดเสียงเรียกเข้า

และเสียงเตือนจากโปรแแกรมแช็ทต่างๆ) ไม่คุยโทรศัพท์มือถือบนรถสาธารณะ

ไม่ถ่ายรูป เพราะคนญี่ปุ่นเค้าถือว่ามันเสียมารยาทมากนะ

~ ที่นั่งในรถไฟที่เขียนว่า Priority Seat ต้องลุกให้คนแก่ คนท้องและเด็กนั่ง อย่าหน้ามึนทำเฉยเด็ดขาด โดนร่มตีได้ง่ายๆ นะเออ



บทความแนะนำ