รายงานการสืบสวนสอบสวนของบีบีซี ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ระบุว่า บริษัท บีเออี ซิสเต็มส์ บริษัทค้าอาวุธรายใหญ่ของอังกฤษ ได้จ่ายเงินหลายล้านปอนด์ให้แก่เจ้าชายบันดาร์ บิน สุลต่าน อดีตเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำสหรัฐอเมริกา เพื่อแลกกับการทำสัญญาซื้อขายอาวุธมูลค่า 40,000 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท ระหว่างอังกฤษกับซาอุดีอาระเบีย ภายใต้ข้อตกลงที่เรียกว่า อัล ยามามาห์ โดยกระทรวงกลาโหมอังกฤษรับรู้เรื่องราวทั้งหมดและบีเออียืนยันว่าการกระทำทั้งหมดเป็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมายในรายการพาโนรามาของบีบีซีรายงานว่า แต่ละปีมีเงินไม่เกิน 120 ล้านปอนด์ ที่โอนจากบีเออีในอังกฤษ ไปยังบัญชีของสถานทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 2528 ที่เจ้าชายบันดาร์ทำข้อตกลงซื้อเครื่องบินรบจากอังกฤษกว่า 100 ลำ ส่วนอีกบัญชีหนึ่งเชื่อว่าน่าจะไว้สำหรับค่าใช้งานของเครื่องบินแอร์บัสส่วนพระองค์
แหล่งข่าวของพาโนรามาเปิดเผยว่า การจ่ายเงินดังกล่าวเขียนอยู่ในข้อตกลงภายในเอกสารลับที่แนบไว้ ระบุว่าเป็นเงินสำหรับค่าบริการ การจ่ายเงินใต้โต๊ะดังกล่าวแดงขึ้นมาระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานตรวจสอบการทุจริต (เอสเอฟโอ) ก่อนที่จะการสอบสวนจะหยุดไปเมื่อเดือนธันวาคม 2549 ตามคำสั่งของอัยการสูงสุด ซึ่งนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ ให้เหตุผลถึงเหตุที่ต้องหยุดว่าเป็นเรื่องของความมั่นคงของชาติและจะเป็นการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
ด้านเจน คอร์บิน จากพาโนรามา อธิบายถึงเส้นทางเงินว่า เป็นเงินที่ได้จากซาอุดีอาระบีย แล้วส่งต่อไปให้บีเออีและกระทรวงกลาโหมอังกฤษ ก่อนจะกลับไปสู่มือของเจ้าชาย ซึ่งเอสเอฟโอพยายามตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องผิดกฎหมายหรือไม่
ขณะที่นายวินเซ เคเบิล โฆษกกระทรวงการคลังอังกฤษ เปิดเผยว่า หากตรวจพบว่ามีรัฐมนตรีหรือรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เรื่องนี้ก็จะต้องมีการตรวจสอบกันอีกครั้ง (บีบีซี)
(กรอบบ่าย)
หน้า 32
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก มติชน
