ตลาดหุ้นสหรัฐฯดิ่งเหวปรับลดลงเกือบ780จุดมากที่สุดเป็นประ วัติการณ์ หลังสภาล่างปฏิเสธร่างกฎหมายแผนกอบกู้วิกฤติการ - เงินของรัฐบาลมูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่นายกฯ อังกฤษ แสดงความผิดหวัง หลังสภาคองเกรสสหรัฐฯ ลงมติไม่รับร่างกฎหมายกอบกู้วิกฤติการเงิน ระบุได้ส่งสาส์นไปยังทำเนียบขาว เพื่อให้เห็น เศรษฐกิจในอังกฤษ ก็ผูกติดกับการตัดสินใจในสหรัฐฯ เช่นนั้นตลาดหุ้นสหรัฐฯดิ่งเหวปรับลดลงเกือบ780จุด
มากที่สุดเป็นประ วัติการณ์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (30 ก.ย.) ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐฯ นักลงทุนเทขายหุ้นอย่างหนัก หลังสภาคองเกรสลงมติด้วยคะแนนเสียง 228 ต่อ 205 เสียง ไม่รับรองร่างกฎหมายกอบกู้วิกฤติการเงินของรัฐบาลมูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งให้ดัชนีเคลื่อนไหวที่แนวลบหลายร้อยจุดทันที เนื่องจากนักลงทุนหวั่นวิตกว่า ท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลจะจัดการหนี้เสียมูลค่ามหาศาลของธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ ได้อย่างไร และยังแสดงให้เห็นว่า วิกฤติการเงินอาจจะเลวร้ายลงอีก หลังจากทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่หลายแห่งต้องล้มละลายหรือขายกิจการ
ผลพวงของตลาดหุ้นดิ่งกราวรูดยังฉุดให้ราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ งวดส่งมอบล่วงหน้าเดือนพฤศจิกายน ดิ่งลงถึง 10.52 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปปิดที่ 96.37 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 10,365.45 จุด ดิ่งลง 777.68 จุด หรือ 6.98% เป็นการปรับลดลงในวันเดียวมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ดัชนีแนสแดค ปิดที่ 1,106.42 จุด ลดลง 106.85 จุด หรือ 8.81% และดัชนีเอสแอนด์พี ปิดที่ 1,983.73 จุด ลดลง 199.61 จุด หรือ 9.14%
ด้านตลาดหุ้นสำคัญของยุโรป ดิ่งลงถ้วนหน้าราว 4-5% จากผลพวงของวิกฤติการเงิน ไม่ว่าจะเป็นกรณีของฟอร์ติส กลุ่มธุรกิจธนาคารและประกันภัยรายใหญ่ของยุโรป ที่ขายหุ้นให้กับรัฐบาลกลุ่มเบเนลักซ์ เพื่อหนีวิกฤติล้มละลาย รวมถึงแบรดฟอร์ด แอนด์ บิงลีย์ ธนาคารปล่อยสินเชื่อบ้านของอังกฤษ ที่ประสบภาวะขาดสภาพคล่องอย่างหนัก จนรัฐบาลต้องเข้าซื้อกิจการ
ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (30 ก.ย.) ว่า ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ของสหรัฐฯ ออกมาแสดงความผิดหวัง หลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติไม่รับแผนแก้วิกฤติการเงิน วงเงิน 700,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 23.8 ล้านล้านบาท (34 บาท/เหรียญฯ)
ด้านนายบารัก โอบามา จากพรรคเดโมแครต แสดงความมั่นใจ ว่า การเสนอแผนกู้วิกฤติยังไม่ถึงทางตัน โดยเชื่อว่ายังสามารถผ่านการรับรองของสภาได้ พร้อมเรียกร้องนักลงทุนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก
ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ลงมติด้วยคะแนนเสียง 228 ต่อ 205 เสียง ไม่รับรองร่างกฎหมายกอบกู้วิกฤติการเงินของรัฐบาลมูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะส.ส.จากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล จำนวน 133 เสียง ปฏิเสธไม่เห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างชัดเจน ขณะที่พรรคเดโมแครตไม่เห็นด้วย 95 เสียง
ด้านโฆษกกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ กล่าวว่า ประธานาธิบดีบุช และนายเฮนรี พอลสัน รมว.คลัง และนายเบน เบอร์นันกี้ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะประชุมหารือแนวทางกันต่อไป
ส่วนนายกอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวภายหลังสภาคองเกรสลงมติไม่รับร่างกฎหมายกอบกู้วิกฤติการเงินว่า น่าผิดหวังอย่างมาก โดยได้ส่งสาส์นไปยังทำเนียบขาว เพื่อให้เห็นว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในอังกฤษ ก็ผูกติดกับการตัดสินใจในสหรัฐฯ เช่นนั้น พร้อมให้คำมั่นว่า ธนาคารกลางและรัฐบาลอังกฤษ จะใช้มาตรการทุกอย่างที่จำเป็น เพื่อรับประกันเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินในอังกฤษ