เมื่อ 28 ก.ย. เอเอฟพีรายงานว่า นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ แถลงว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุชและสภาคองเกรสบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับแผนการใช้งบประมาณ 7 แสนล้านดอลลาร์ เข้าช่วยกอบกู้วิกฤตการเงินในสหรัฐแล้ว แต่ยังต้องมีการหารือในรายละเอียดเพิ่มเติมด้านนายเฮนรี พอลสัน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงในแผนนี้แล้ว แต่ตนยังคงอยู่ในสภาเพื่อหารือเกี่ยวกับรายละเอียดของแผนนี้ ซึ่งการลงมติเพื่อรับรองแผนกอบกู้วิกฤตครั้งนี้ของสภาผู้แทนฯ จะจัดขึ้น จากนั้นจะส่งไปให้วุฒิสภาลงมติรับรองในวันจันทร์
สำหรับเงิน 7 แสนล้านดอลลาร์ ในแผนกู้วิกฤต งบประมาณส่วนใหญ่จะนำไปซื้อหนี้เสียของสถาบันการเงิน ที่ประสบวิกฤตสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ส่วนที่เหลือจะนำไปซื้อหนี้เสียของธนาคารอื่นๆ และนักลงทุนที่ประสบปัญหา เพื่อป้องกันไม่ให้ตลาดเงินขาดสภาพคล่อง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เศรษฐกิจของสหรัฐต้องล่มสลาย
วันเดียวกันที่ฮ่องกง กลุ่มนักลงทุนราว 400 คน เดินขบวนผ่านย่านเซ็นทรัล ที่ตั้งของบรรดาบริษัทการเงินในฮ่องกง ประท้วงโจมตีธนาคารท้องถิ่นที่ชักจูงให้ลงทุนในตราสารทางการเงินของเลห์แมน บราเธอร์ส วาณิชธนกิจรายใหญ่ของสหรัฐ โดยไม่แจ้งข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งที่เลห์แมนประสบภาวะล้มละลาย รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลท้องถิ่นฮ่องกงเข้ามาดูแลกระบวนการจำหน่ายตราสารลงทุน
ที่อังกฤษ กระทรวงการคลังยอมรับว่า ธนาคารแบรดฟอร์ด แอนด์ บิงเลย์ หรือ บีแอนด์บี ซึ่งเป็นธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อบ้าน กำลังประสบปัญหาซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตการเงินโลก โดยขณะนี้ทางธนาคารกำลังเจรจากับกระทรวงการคลังเพื่อหาทางออก โดยยังไม่แน่ว่าจะต้องหาธนาคารอื่นมาควบรวมกิจการ หรือ แยกธุรกิจขาย แต่บีบีซีรายงานว่า รัฐบาลอาจเข้าไปอุ้มด้วยการแปรรูปเป็นกิจการของรัฐ ซึ่งจะเป็นรายที่ 2 ในรอบปี หลังจากที่รัฐบาลเข้าไปอุ้มธนาคารนอร์ทเทิร์น ร็อก เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก ข่าวสด
