คีย์แมน 2 พรรคการเมืองใหญ่มะกันทำงานแข่งเวลา หวังบรรลุข้อตกลงทำแผนกู้วิกฤต 7 แสนล้านเหรียญได้ในสุดสัปดาห์ ผู้เชี่ยวชาญเตือนหากไม่สามารถตกลงกันได้ก่อนตลาดหุ้นเปิด 29 กันยายน มีหวังเกิด ฆาตกรรมหมู่ ในตลาดหุ้นวอลสตรีทแน่นอน เผย ส.ส. 2 พรรคร่วมตั้งเงื่อนไขแผนใช้เงิน ต้องทำเป็นขยักและเข้าไปบริหารบริษัทที่ซื้อหนี้ได้ โอบามา ฉะ บุช-แมคเคน กลางเวทีดีเบต บริหารเศรษฐกิจประเทศ 8 ปีเจ๊ง! เมื่อวันที่ 27 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์และเอพีรายงานความคืบหน้าของการจัดทำแผนฟื้นฟูระบบและสถาบันการเงินสหรัฐอเมริกามูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์ที่ยังอยู่ในภาวะชะงักงันหลังจากมีการนำเสนอแผนดังกล่าวที่เบื้องต้นจัดทำโดยนายเฮนรี่ พอลสัน รัฐมนตรีคลัง และนายเบน เบอร์แนงคี ประธานกองทุนสำรองแห่งรัฐ (เฟด) หรือธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกามานานร่วมสัปดาห์ว่า บรรดาคีย์แมนในรัฐสภาสหรัฐ ทั้งในส่วนของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต่างพากันออกมายืนยันว่าจะพยายามเร่งมือต่อรองเพื่อหาทางทำความตกลงในแผนดังกล่าวให้ได้ก่อนหน้าที่ตลาดหุ้นจะเปิดทำการในวันที่ 29 กันยายนนี้ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากแผนดังกล่าวยังตกลงกันไม่ได้การซื้อขายหุ้นในวันที่ 29 กันยายนนี้ก็จะกลายเป็น ฆาตกรรมหมู่ ไปกลายๆ นั่นเอง ทางด้านนายบารัค โอบามา ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตถล่ม บุช-แมคเคน กลางเวทีดีเบต ระบุวิกฤตหนนี้คือผลงานชิ้นโบว์ดำของการบริหารเศรษฐกิจช่วง 8 ปีที่ผ่านมาของรีพับลิกันรอยเตอร์ระบุว่า มีการเจรจากันอย่างเคร่งเครียดตลอดวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมาตามเวลาในสหรัฐระหว่างกลุ่มคีย์แมนของพรรครีพับลิกันและเดโมแครตต่อเนื่องจากการหารือก่อนหน้านี้ที่ล่มอย่างไม่ท่า โดยมีประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช เป็นผู้ประสานและพยายามไกล่เกลี่ยข้อต่อรองต่างๆ ทั้งในส่วนของกลุ่มกบฏในพรรครีพับลิกันและฝ่ายเดโมแครต และแม้ว่าการหารือเคร่งเครียดเป็นวันที่ 2 ดังกล่าวยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ แต่นางแนนซี่ เพโลซี่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากพรรคเดโมแครตออกมาระบุว่า การหารือมีความคืบหน้า ในขณะที่ทุกคนเข้าใจดีว่าระยะเวลามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และจะทำงานต่อเนื่องตลอดสุดสัปดาห์นี้เพื่อที่จะให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นที่พอใจ
เอพีรายงานว่า นางเพโลซี่บอกกับเพื่อนสมาชิกพรรคเดโมแครตในการประชุมลับเกี่ยวกับแผนนี้ว่า จำเป็นต้องยอมยกเลิกแนวความคิดที่จะให้ผู้พิพากษาสามารถปรับลดเงื่อนไขเงินกู้เพื่อการเคหะ เพื่อช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านไม่ให้ต้องถูกยึด ซึ่งมี ส.ส.เดโมแครตหลายคนผลักดันออกไป ในขณะที่จะมีการเพิ่มแนวความคิดของกลุ่ม ส.ส.กบฏของรีพับลิกัน ที่ให้บางส่วนของแผนกู้วิกฤตเป็นการรับประกันหนี้จากรัฐแทนที่จะเข้าไปซื้อหนี้ทั้งหมด เข้าไปในร่างของแผนกู้วิกฤต แต่ให้ถือเป็นทางเลือกเท่านั้นแทนที่จะกำหนดบังคับไว้ตายตัวตามความต้องการเดิม
รายงานข่าวระบุว่า ถึงที่สุดแล้ว แทนที่แผนกู้วิกฤตดังกล่าวจะเป็นการเข้าไปซื้อหนี้เสียในระบบการเงินทั้งหมดราว 700,000 ล้านในทันที อาจถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นแผนหลายขั้นตอน โดยประธานาธิบดีต้องรับรองหรือปรับแก้ได้ นอกจากนั้นยังกำหนดให้รัฐเข้าไปมีส่วนเป็นเจ้าของกิจการตามสัดส่วนของเงินที่จะเข้าไปซื้อหนี้ของแต่ละสถาบันด้วย ซึ่งเดิมจะไม่มีข้อกำหนดดังกล่าวนี้เอาไว้
รอยเตอร์ระบุว่า ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ยังปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อปิดตลาดในวันที่ 26 กันยายน 121 จุด ทั้งนี้เพราะนักลงทุนยังมีความหวังว่าแผนกู้วิกฤตจะสามารถตกลงกันได้ภายในสุดสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนตรงกันว่า ถ้าหากยังไม่มีความตกลงเกิดขึ้นเมื่อตลาดหุ้นเปิดทำการในวันที่ 29 กันยายนนี้ การเทขายอย่างหนักหน่วงจะเกิดขึ้นแน่ และที่จะเกิดขึ้นติดตามมาก็จะอยู่ในสภาพคล้ายๆ กับการ ยฆาตกรรมหมู่ย บริษัทในตลาดหุ้นดีๆ นี่เอง
ประเด็นเรื่องแผนกู้วิกฤต 700,000 ล้านดอลลาร์ และปัญหาในระบบการเงินสหรัฐยังเป็นประเด็นสำคัญในการอภิปรายแบบโต้คารม หรือดีเบตครั้งแรกในจำนวน 3 ครั้งระหว่างวุฒิสมาชิก จอห์น แมคเคน วัย 72 ปี จากรัฐอริโซนา ที่เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน กับวุฒิสมาชิก บารัค โอบามา วัย 47 ปี จากรัฐอิลลินอยส์ ตัวแทนพรรคเดโมแครตในการชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ที่จะเลือกตั้งกันในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ โดยกินเวลาเกือบครึ่งหนึ่งของการดีเบตที่หอประชุมมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิสซิสซิปปี เมืองออกซ์ฟอร์ด สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ทั้งคู่ต่างแสดงท่าทีเห็นพ้องกับแผนดังกล่าว โดยนายแมคเคนยอมรับในตอนหนึ่งว่าแน่ใจว่าจะลงมติให้กับแผนดังกล่าวนี้ ในขณะที่นายโอบามาระบุว่ายังต้องรอดูว่าถ้อยคำในร่างกฎหมายเพื่อดำเนินการตามแผนดังกล่าวเป็นอย่างไร แต่ก็ยังมั่นใจว่าความตกลงในรายละเอียดเรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้ในที่สุด
นายโอบามาใช้โอกาสนี้โจมตีทั้งรัฐบาลและนายแมคเคนว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็น คำพิพากษาถึงที่สุดย ของความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของประธานาธิบดีบุชที่นายแมคเคนสนับสนุนตลอด 8 ปีที่ผ่านมา และยอมรับว่า อาจจำเป็นต้องรัดเข็มขัด ตัดงบประมาณรายจ่ายในบางด้านของรัฐบาลออกไป รวมถึงแผนการทำให้สหรัฐเป็นอิสระในทางด้านพลังงานจากประเทศในตะวันออกกลางของตนซึ่งอาจต้องล่าช้าออกไปเพราะต้องนำเงินมาใช้เพื่อกู้วิกฤตในครั้งนี้ โอบามายังโจมตีรัฐบาลอเมริกันชุดปัจจุบันด้วยว่าให้ความสำคัญกับสงครามอิรักจนไม่ลืมหูลืมตา กลายเป็นประเทศเดียวที่มีเศรษฐกิจระดับวิกฤตแต่ยังคงค่าใช้จ่ายในการทำสงครามอิรักอยู่นับเป็นพันล้านดอลลาร์ต่อวัน โอบามาประกาศด้วยว่าจะลดภาษีให้กับ 95 เปอร์เซ็นต์ของคนอเมริกัน โดยเฉพาะชนชั้นกลางและไม่ปรับลดงบประมาณด้านการศึกษาและประกันสุขภาพ
นายแมคเคนพยายามโจมตีตัวแทนพรรคเดโมแครตว่าจะปรับขึ้นภาษีทั้งๆ ที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะปั่นป่วน และประกาศจะลดภาษีให้บริษัทธุรกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นายแมคเคนยอมรับว่า แม้แผนกู้วิกฤตหนนี้จะผ่านสภาแล้วก็ยังจำเป็นจะต้องดำเนินการอื่นๆ อีกมากเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
รอยเตอร์รายงานว่า ตลาดการเงินทั่วโลกส่งสัญญาณภาวะเงินฝืดออกมาให้เห็นชัดมากขึ้นตามลำดับส่งผลให้ธนาคารกลางของแต่ละประเทศต้องอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปเสริมสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง บรรดาธนาคารพาณิชย์พากันกักเงินสดเอาไว้ ลดการปล่อยกู้ลง ผลักให้อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างธนาคารสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในตลาดลอนดอน นอกจากนั้นรายงานสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐเริ่มแสดงให้เห็นว่าอัตราการขยายตัวอ่อนแอลง ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างรวดเร็ว นายเจมส์ บุลลาร์ด ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ ยอมรับว่า แม้เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงไปอีก ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด เห็นได้ชัดว่าภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงทางลบอยู่ในเวลานี้
วันเดียวกัน ธนาคารเอชเอสบีซี ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ประกาศปรับลดจำนวนพนักงานลงอีก 1,100 คน โดยอ้างภาวะวิกฤตหนนี้ทำให้ยอดรวมของพนักงานในระบบธนาคารทั่วโลกตกงานไปแล้วไม่น้อยกว่า 80,000 คนในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก มติชน
