สำนักข่าวตปท.ประโคมข่าวศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ สมัคร พ้นสภาพนายกรัฐมนตรี ชี้การเมืองไทยอาจยังมีวิกฤตต่อไปหากพรรคร่วมรัฐบาล ดึงดันที่จะสนับสนุน หมัก ขึ้นเป็นนายกฯ อีกรอบนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักพร้อมใจกันนำเสนอข่าวที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่านายสมัคร สุนทรเวช ต้องพ้นสภาพนายกรัฐมนตรีเพราะกระทำการต้องห้ามตามฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งตามนายสมัครไปด้วยทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จ ไม่ว่าสำนักข่าวอย่างรอยเตอร์ เอพี และเอเอฟพี หรือเว๊บไซต์ข่าวของไทมส์ แม็กกาซีนออนไลน์ บลูมเบิร์ก เอเชียนิวส์เน็ตเวิร์ค อัลจาซีรา บีบีซี และซีเอ็นเอ็น ต่างก็เสนอข่าวนี้เป็นข่าวด่วนทันที โดยเว็บไซต์ของบีบีซียังเสนอข่าวดังกล่าวขึ้นเป็นข่าวหลักอีกด้วย
ขณะที่สถานีข่าวชั้นนำของโลกอย่างซีเอ็นเอ็นและบีบีซี พร้อมใจกันเสนอข่าวด่วนทันทีที่ศาลมีคำพิพากษาดังกล่าว ตามด้วยการให้ผู้สื่อข่าวรายงานสดจากกรุงเทพ และยังมีตัววิ่งบนหน้าจอปรากฎขึ้นเป็นระยะ อย่างไรก็ดีนายโจนาทาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงาจากประเทศไทยว่า เป็นที่รู้กันว่าคำพิพากษาดังกล่าวไม่ได้ห้ามมิให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโหวดเลือกนายสมัครกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่อีกรอบหนึ่งหากพรรคร่วมรัฐบาลยังพร้อมใจกันสนับสนุนนายสมัคร นั่นทำให้ไม่ชัดเจนว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แต่ปัญหาการเมืองไทยที่ยืดเยื้อยาวนานมาหลายเดือนก็จะยังคงเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไขต่อไป
ขณะที่แดน ริเวอร์ จากซีเอ็นเอ็นก็บอกเช่นกันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเหมือนชัยชนะเล็กๆ สำหรับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล แต่ทุกคนก็ทราบดีว่าเรื่องนี้ยังต้องว่ากันอีกยาว เพราะพรรคร่วมรัฐบาลก็ยืนยันว่าจะสนับสนุนนายสมัครให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง นั่นหมายถึงนายสมัครจะสามารถกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในเร็วๆ นี้ รายงานข่าวดังกล่าวถึงกับทำให้พิธีกรของซีเอ็นเอ็นในฮ่องกงถึงกับออกปากกันนายริเวอร์ว่า "เป็นเรื่องที่แปลกอะไรอย่างนี้" เลยทีเดียว
สำนักข่าวเอพี รายงานเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้ตัดสินว่า นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ละเมิดรัฐธรรมนูญจากกรณีเป็นพิธีกรจัดรายการอาหาร และมีผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยประธานศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยระบุว่า นายกฯสมัครได้ละเมิดรัฐธรรมนูญมาตรา 267 ส่งผลให้สถานภาพความเป็นนายกรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลง โดยรัฐธรรมนูญได้กำหนดห้ามนายกรัฐมนตรีหรือสมาชิกรัฐบาลทำงานใด ๆ ให้กับบริษัทเอกชน ขณะดำรงอยู่ในตำแหน่ง
เอพีรายงานด้วยว่า คำวินัจฉัยนี้ยังมีขึ้นในขณะที่กลุ่มม็อบพันธมิตรยังคงปฎิบัติการยึดทำเนียบรัฐบาลนับตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.เพื่อเรียกร้องให้นายสมัครลาออกจากตำแหน่ง โดยก่อนหน้านี้ ผู้ประท้วงได้ประกาศว่าจะยุติการนั่งประท้วงในทำเนียบรัฐบาลหากนายสมัครลาออก แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า คำพากษาของศาลรัฐธรรมนี้จะสร้างความพอใจให้แก่กลุ่มหรือไม่ ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้สนับสนุนก็ยังประกาศจะลงมติให้นายสมัครกลับคืนสู่อำนาจ บ่งชี้ว่าไทยจะยังคงไม่ปลอดจากวิกฤตการเมืองลึกซึ้งที่ทำให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ และสถานการณ์ที่ฉุดตลาดการเงิน และสร้างความหวาดกลัวแก่นักท่องเที่ยว
ด้านเอเอฟพีรายงานว่า พรรครัฐบาลผสมพร้อมที่จะเลือกนายสมัคร ขึ้นมาเป็นนายกฯใหม่ แม้จะเจอคำวินัจฉัยชี้ขาดดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของพ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนว่า พรรคฯยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แต่พรรคหวังว่า พรรคจะเลือกนายกฯคนใหม่วันพรุ่งนี้ในรัฐสภา
ขณะที่ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยตัดสินให้นายสมัครต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะละเมิดรัฐธรรมนูญ ฐานเป็นพิธีกรจัดรายการด้านอาหาร ขณะดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ โดยจากหลุดพ้นจากตำแหน่งของนายสมัคร เป็นผลจากกลุ่มนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ได้ยื่นเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ซีเอ็นเอ็นระบุว่า นายสมัคร ยังสามารถกลับมาดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้อีกในเร็ว ๆ นี้ หากพรรคร่วมรัฐบาลเสนอชื่อเขา และรัฐสภาลงมติรับรอง
ด้านสถานีโทรทัศน์อัล จาซีร่า รายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้นายสมัคร และครม.พ้นสภาพ โดยบางคนเชื่อว่า พรรคพลังประชาชนอาจถือโอกาสนี้เสนอชื่อบุคคลใหม่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนนายสมัคร เพื่อขจัดวิกฤตกลุ่มม็อบพันธมิตรยึดทำเนียบฯ ซึ่งได้เรียกร้องให้นายสมัครลาออกมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และว่าคดีนี้ถือเป็นการความเสียหายครั้งล่าสุดของนายสมัคร หลังจากที่ไม่สามารถเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศได้
ทางด้านสำนักข่าวซินหัวรายงานอ้างแหล่งจากพรรคพลังประชาชนว่า พรรคพลังประชาชนจะเปิดประชุมสภาในวันพุธนี้ (10 ก.ย.) เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งพรรคได้สนับสนุนให้นายสมัครเป็นนายกฯ อีกรอบ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามนายกฯคนเดิมทีพ้นสภาพไปแล้ว ขึ้นมาดำรงตำแหน่งอีก และนายสมัครก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นนายกฯ หาก 5 พรรคร่วมรัฐบาล เสนอชื่อเขาเป็นนายกฯ เพราะเขายังคงดำรงตำแหน่งสมาชิกพรรค และหัวหน้าพรรคพลังประชาชน
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้ปฎิเสธที่จะดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯคนใหม่ แทนนายสมัคร ระบุว่า นายสมัครน่าจะถูกเลือกให้กลับมาเป็นนายกฯรอบใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามนายกฯที่พ้นสภาพไปแล้ว กลับมาดำรงตำแหน่งอีก ขณะที่พล.ต.สนั่น ขจรประสาสน์ รองหัวหน้ารองชาติไทยบอกว่า ขณะนี้พรรคกำลังหารือเกี่ยวกับผลดีหรือผลลบว่าจะร่วมรัฐบาลต่อไปหรือถอนตัว
นอกจากนี้ บลูมเบิร์กอ้างคำกล่าวของนายนายปานเทพ พงษ์พัวพันธ์ แนวร่วมกลุ่มพันธมิตรว่า กลุ่มฯจะยังคงปักหลักประท้วงรัฐบาลต่อไป เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลยังคงประกาศว่าจะสนับสนุนให้นายสมัครเป็นนายกฯอีกรอบ อย่างไรก็ตาม บลูมเบิร์ก ระบุด้วยว่า นอกเหนือจากคดีจัดรายการทางโทรทัศน์แล้ว พรรคพลังประชาชนยังเผชิญคดีถูกฟ้องร้องยุบพรรคจากกรณีถูกกล่าวหาว่าซื้อเสียงด้วย ขณะที่นายสมัครก็ยังถูกฟ้องในคดีหมิ่นประมาท ซึ่งอาจมีโทษจำคุก 2 ปี
ข้อมูลจาก มติชน
