มิ.ย.เริ่มแผ่ว-แผนกระตุ้นหมดฤทธิ์นักเศรษฐศาสตร์เชื่อการบริโภคของคนอเมริกันจะวูบไปจนถึงกลางปีหน้า ขณะที่ มิ.ย.การใช้จ่ายแผ่วลงแล้ว ชี้ให้เห็นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการคืนภาษีเริ่มหมดฤทธิ์
บลูมเบิร์กรายงานว่า จากการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ 67 คน เห็นว่า การบริโภคของคนอเมริกันในเดือนมิถุนายน น่าจะชลอตัวลง หรือขยายตัวเพียง 0.4% เท่านั้นเทียบกับ 0.8% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1.68 แสนล้านดอลลาร์ ด้วยการคืนภาษีให้กับครัวเรือนและธุรกิจนั้นเริ่มจะหมดฤทธิ์และส่งผลต่อเศรษฐกิจเป็นการชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากการบริโภคยังจะได้รับแรงกระแทกจากปัจจัยใหญ่ที่ยังดำรงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน ราคาบ้านตกต่ำและคนว่างงานสูง ดังนั้น เชื่อว่าการบริโภคของสหรัฐจะอ่อนแอไปจนถึงกลางปีหน้า
ผลสำรวจของบลูมเบิร์กมีขึ้นก่อนที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะรายงานการใช้จ่ายและการบริโภคของคนอเมริกันในวันที่ 4 สิงหาคมตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งรายงานดังกล่าวจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อเป็นปัญหาต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคมากเพียงใด
ส่วนตัวเลขค้าปลีกในเดือนมิถุนายน ขยายตัวเพียง 0.1% น้อยกว่าคาด อันแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มจะประหยัด ส่วนยอดขายรถยนต์และปิคอัพในเดือนกรกฎาคมลดลงต่ำที่สุดนับจาก ค.ศ.1993
ทางด้านกระทรวงการคลังสหรัฐ รายงานว่า ในเดือนมิถุนายนมีแนวโน้มว่ารายได้ของคนอเมริกันจะลดลงประมาณ 0.2% หลังจากขยับขึ้น 1.9% ในเดือนพฤษภาคม อันเป็นเดือนที่รัฐบาลได้เริ่มคืนภาษีให้กับประชาชนเพื่อให้มีเงินไปใช้จ่าย โดยในเดือนมิถุนายน การคืนภาษีมีจำนวน 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนเดือนเมษายนและพฤษภาคมอยู่ที่ 5 หมื่นล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ประเมินว่าแรงกระตุ้นจากการคืนภาษีจะเริ่มแผ่วลงใน 6 เดือนหลังของปีนี้ ขณะที่ประเมินว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไตรมาส 3 จะชลอลงไปอยู่ที่ 1.4% และเหลือ 0.5% ในไตรมาสที่ 4
หน้า 18
ข้อมูลจาก มติชน
