แฉรัฐบาลพม่าให้ความช่วยเหลือแก่เหยื่อผู้ประสบภัยไซโคลนนาร์กีสแบบให้กู้ยืม ได้ไปต้องใช้คืน อ้างถ้าให้เปล่าจะไร้ค่า ไม่เกิดความพยายามและคุมลำบาก ชาวนาเผยไม่มีทางเลือกต้องรับความช่วยเหลือ ด้าน รบ.พม่าเมินคำเตือนยูเอ็นชาวนาจำนวนมากยังเพาะปลูกไม่ได้ปีนี้ เหตุเมล็ดข้าว-ควายใช้งานไม่ได้รายงานข่าวแจ้งเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ว่าเจ้าหน้าที่หลายรายของรัฐบาลพม่าเปิดเผยว่ารัฐบาลทหารพม่าจะให้ความช่วยเหลือกับเหยื่อผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มในแบบสินเชื่อ ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือจะต้องจ่ายคืนให้กับรัฐบาลในภายหลังเป็นค่าตอบแทนของสิ่งที่พวกเขาได้รับการช่วยเหลือ
รายงานข่าวระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลพม่าได้อนุญาตให้นักข่าวท้องถิ่นจำนวนหนึ่งเดินทางไปชมสถานที่ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีสอย่างเป็นทางการได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยในระหว่างการเดินทางไปสังเกตการณ์นั้น เจ้าหน้าที่ของทางการได้อธิบายแผนการในการให้ความช่วยเหลือชาวนาผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดีซึ่งเป็นบริเวณที่ประสบภัยพิบัติรุนแรงที่สุด โดยหมู่บ้านหลายแห่งถูกคลื่นถล่มจนเหลือแต่ซากส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายรวมกันกว่า 138,000 ราย
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ได้มีการช่วยเหลือชาวนาโดยจัดหาที่นาให้พวกเขาทำการเพาะปลูกและจัดหาเรือให้กับชาวประมง แต่ยืนยันว่าเหยื่อพายุไซโคลนที่ได้รับการช่วยเหลือจะต้องชดใช้เงินคืนให้กับรัฐบาลเป็นค่าตอบแทนของสิ่งที่พวกเขาได้รับการช่วยเหลือไป
เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งที่ไม่อนุญาตให้เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า หากทุกสิ่งทุกอย่างได้มาฟรี คุณค่าของมันก็จะน้อย หากสิ่งที่ได้รับไปจะต้องมีการจ่ายคืน พวกเขาก็จะพยายามถึงที่สุดในการทำงาน นี่เป็นระบบ รัฐบาลจะจัดหาทุกสิ่งให้กับพวกเขาผ่านทางระบบที่ต้องมีการชำระเงินคืน ไม่เช่นนั้นแล้วการควบคุมการบรรเทาทุกข์ก็จะทำได้ลำบาก
องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประเมินว่ามีประชาชนราว 2,400,000 ราย ที่ประสบความยากลำบากในการกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติหลังจากประสบภัยพิบัติครั้งนี้
บรรดาชาวนาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับการช่วยเหลือในแบบกู้ยืม โดยพวกเขาระบุว่า ยังไม่รู้ว่าจะสามารถใช้คืนได้หรือไม่ อย่างไร แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหลายรายยืนยันว่าบรรดาชาวนานั้นพร้อมที่จะใช้ชีวิตโดยการพึ่งพาตนเองแล้ว ซึ่งการประเมินดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ของพม่าแตกต่างจากความคิดเห็นจากการประเมินของเจ้าหน้าที่ยูเอ็นซึ่งรัฐบาลทหารพม่าไม่รับฟัง ที่เตือนว่าชาวนาจำนวนมากจะยังไม่สามารถเริ่มต้นเพาะปลูกได้ในปีนี้
ชาวนาจำนวนหนึ่งบอกว่า กว่าครึ่งของเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้รับบริจาคมาปลูกแล้วไม่งอก ขณะที่ควายที่นำมาจากพื้นที่บริเวณภูเขานั้นไม่สามารถนำมาใช้ไถนาได้ (เอเอฟพี)
หน้า 13
ข้อมูลจาก มติชน
