คอลัมน์ วิเทศวิถีโดย วรรัตน์ ตานิกูจิ worrarat@matichon.co.th
กว่า 13 ชั่วโมงที่โรงแรมอังกอร์ พาเลซ รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่เมืองเสียมราฐของกัมพูชาเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ช่วยลดอุณหภูมิที่ร้อนแรงระหว่างไทย-กัมพูชาไปได้ในระดับหนึ่ง แต่แน่นอนว่างานที่จะต้องทำต่อไปตามข้อสรุปทั้ง 5 เรื่องระหว่างนายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับนายฮอ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชานั้นยังมีอีกมาก
เบื้องต้นต้องแสดงความชื่นชมคณะผู้แทนไทยทั้งหมดที่เดินทางไปร่วมเจรจาหารือในวันนั้นที่ทำให้ที่สุดแล้ว กัมพูชายินยอมกลับสู่เวทีเจรจาระดับทวิภาคีเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกับไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่อาจย้ายนิวาสถานหนีกันไปไหนได้ ขณะที่รายละเอียดของขั้นตอนและเรื่องราวต่างๆ ยังคงต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังกันทุกย่างก้าว นั่นเพราะการถอยของกัมพูชาในวันนี้ ไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่ากัมพูชาจะไม่กลับมารุกหนักในเวทีระหว่างประเทศอีกในอนาคต
ในวันนี้ไทยกำลังตั้งรับกัมพูชาอย่างเป็นกระบวนกว่าที่ผ่านมา ด้วยองคาพยพส่วนต่างๆ ของส่วนราชการไทยที่ทำงานไปในทิศทางที่สอดรับและเกื้อหนุนกัน เชื่อว่าด้วยความร่วมมืออย่างที่ควรจะเป็นเช่นนี้ จะทำให้การแก้ไขปัญหานี้ร่วมกับกัมพูชาจะมีความคืบหน้าด้วยดีในอนาคต
ต้องยอมรับว่าความก้าวหน้าเช่นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยโดยเฉพาะในห้วงเวลาที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความขัดแย้ง หากไม่ได้ มือดี ที่รู้จักและเข้าใจงานด้านการต่างประเทศ รวมถึงมิติแห่งความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาอย่างลึกซึ้ง
งานแรกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนล่าสุด จึงผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้จะเป็นงานยากและเต็มไปด้วยแรงกดดันก็ตามที
การมีอดีตนักการทูตมือดีที่เคยผ่านงานในตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศมาแล้ว ยังช่วยให้ความห่วงกังวลของสมาชิกอาเซียนเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยเป็นเวลาปีครึ่งบรรเทาเบาบางลงไปด้วยเช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้การรับตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยต่อจากสิงคโปร์หลังสิ้นสุดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้กับคณะผู้แทนไทยตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง
เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นการไปร่วมประชุมที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายหน้าที่ให้นายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกรัฐมนตรีเดินทางไปในนาทีสุดท้ายเนื่องจากไทยไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่ก่อนหน้านั้นยังมีข่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีกำลังหวาดกลัวผลกระทบจากการตีความรัฐธรรมนูญ ม.190 จนไม่มีใครกล้าไปลงนามใดๆ อีกด้วย
ถ้าจะมีข้อกังขาใดๆ ในขณะนี้ก็คงมาจากภาพลักษณ์ของรัฐบาลเป็นหลัก แต่ดูเหมือนว่านายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะค่อนข้างให้เกียรติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่อยู่มาก และยังกล่าวชมการทำงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีซึ่งนายเตชได้เข้าร่วมประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ณ ขณะนี้จึงเหลือปัจจัยสำคัญหนึ่งเดียว นั่นคือรัฐบาลต้องปล่อยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ทำงานไปอย่างอิสระ และปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง
หน้า 13
ข้อมูลจาก มติชน
