ก็ตามที่จะให้อำนาจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) สอดส่อง หรือสอบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค อันเป็นส่วนหนึ่งของกฎบัตรใหม่อาเซียน ที่คณะกรรมการระดับสูงเตรียมวางกรอบบทบาทและอำนาจไว้นำเสนอในที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือนธันวาคมนี้รายงานข่าวเผยว่า นายญาณ วิน รัฐมนตรีต่างประเทศพม่ากล่าวว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของอาเซียนควรยึดถือหลักไม่ก้าวก่ายกิจการภายในของกันและกัน อันเป็นหลักการสำคัญของอาเซียน ขณะที่นักการทูตอีกคนซึ่งเข้าร่วมการประชุมอีกกลุ่มหนึ่งระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเผยว่า นายญาณ วินแสดงท่าทีชัดเจนว่า คัดค้านการที่จะให้คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจสั่งคว่ำบาตร หรือใช้มาตรการลงโทษประเทศที่ฝ่าฝืน คำคัดค้านของพม่ายิ่งทำให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแทบไม่มีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ ขณะที่ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ กล่าวว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนควรมีอำนาจอย่างน้อยในการสอดส่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในชาติสมาชิก และสามารถเสนอคำแนะนำเพื่อป้องกันปัญหา
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์เผยว่า คำกล่าวของนายญาน วิน ที่กล่าวเป็นนัยว่า นางออง ซาน ซู จี ผู้นำฝ่ายค้าน อาจได้รับอิสรภาพในปลายปีนี้ เป็นการเข้าใจผิดของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนทั้ง 9 ประเทศ โดยแท้จริงแล้ว นายญาน วิน กล่าวว่า นางซู จี อาจถูกควบคุมตัวอย่างถูกต้องตามกฎหมายไปจนกระทั่งปลายปี 2552 ทำให้ความหวังที่จะให้นางซู จี ได้อิสรภาพโดยเร็วยิ่งเลือนรางลงไปอีก
ในส่วนของบรรยากาศการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ได้แสดงความผิดหวังที่สิงคโปร์ตัดสินใจยกเลิกการแสดงบนเวทีในคืนส่งท้ายการประชุม ทั้งๆ ที่การแสดงดังกล่าวเป็นหนึ่งในสีสันของการประชุมที่ช่วยผ่อนคลายความน่าเบื่อ และสร้างความผูกพันระหว่างรัฐมนตรีคู่เจรจาได้เป็นอย่างมาก โดยเผยว่า ปีที่แล้วคู่เจรจาบางประเทศ อาทิ สหรัฐ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย จริงจังกับกิจกรรมนี้มาก ถึงขนาดแอบไปฝึกซ้อมการแสดงในห้องน้ำ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
