ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้ออกรายงานการจับตามองเศรษฐกิจเอเชียฉบับล่าสุด เมื่อวันอังคาร (22 ก.ค.) เตือนว่ายุคอาหารถูกในเอเชียได้จบลงแล้ว อันเป็นผลพวงจากความต้องการที่พุ่งขึ้น ปัญหาด้านซัพพลาย และการหันไปปลูกพืชเพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ (ไบโอดีเซล) กันมากขึ้น ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้เป็นตัวทำให้อาหารมีราคาสูงขึ้นต่อไป ขณะที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ระบุว่า การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพทำให้โลกสูญเสียธัญพืชสำหรับเลี้ยงคนหิวโหยมากถึง 100 ล้านตันเอดีบีกล่าวว่าการที่อาหารมีราคาแพงขึ้นก่อนหน้านี้เป็นการขึ้นตามวงจร และเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่ราคาอาหารที่แพงขึ้นในปัจจุบันนั้นเกิดจากความเปลี่ยนแปลงที่ถาวร อาทิ ความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากประเทศที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอย่างถาวร โดยเอดีบีชี้ว่าการที่จีดีพีในเอเชียมีอัตราการขยายตัวโดยเฉลี่ยที่ 7.4% มาตั้งแต่ปี 2543 นั้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความต้องการเชิงโครงสร้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องอาหาร
นอกจากนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นยังทำให้ผู้คนในเอเชียบริโภคอาหารกันมากขึ้น โดยความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ที่เพิ่มขึ้นไปช่วยกระตุ้นให้ความต้องการพืชไปเลี้ยงสัตว์มากขึ้นด้วย แต่ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กลับเกิดขึ้นในช่วงที่ผลผลิตด้านการเกษตรตกต่ำ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้เพียงพออันเนื่องมาจากเกษตรกรมีเงินทุนต่ำ และมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมน้อย
ขณะเดียวกัน การขยายตัวของตัวเมืองยังทำให้เกิดการแย่งชิงที่ดินและน้ำ ส่วนน้ำมันแพงขึ้นก็ทำให้ค่าปุ๋ย การชลประทาน และการขนส่งอาหารปรับตัวขึ้น 30-50% ในปีที่แล้ว เอดีบียังกล่าวด้วยว่า การจำกัด และห้ามการส่งออกข้าวในจีน ไทยและเวียดนาม ก็มีส่วนทำให้ราคาอาหารสูงขึ้นเช่นกัน
ด้านนายฌาคส์ ดิอุฟ ผู้อำนวยการเอฟเอโอ กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และอุปสรรคด้านการค้าเป็นตัวกระตุ้นให้เกษตรกรเร่งปลูกพืชทำกำไรสูงเพื่อใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพมากกว่าปลูกพืชสำหรับเป็นอาหาร ส่งผลให้ธัญพืชหายไปจากตลาดราว 100 ล้านตัน เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน โดยข้าวโพดและข้าวสาลีเป็นพืชผลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งยังกล่าวด้วยว่าตลาดพลังงานที่ขยายตัวอาจทำให้วิถีการเกษตรแบบดั้งเดิมได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หากการผลิตพืชเพื่อใช้เป็นพลังงานยังคงเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคัก จะทำให้เกิดแนวโน้มที่กลับหัวกลับหาง ราคาอาหารโลกจะยิ่งแพงขึ้นเรื่อยๆ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
