รุ้งตัดแวงสปาย-กลาส
ห้วงเวลานับตั้งแต่ประมาณปี 2548 เป็น ต้นมา ดูเหมือน กัมพูชา เป็นประเทศที่ใครๆ เข้ามา มะรุมมะตุ้มรักใคร่
แถมคนที่เข้ามาจีบก็ไม่ใช่ธรรมดาๆ เพราะเป็นชาติระดับ มหาอำนาจ ทั้งนั้น!
สาเหตุเพราะช่วงนั้นเป็นจังหวะที่ เชฟรอน บริษัทพลังงานอันดับ 5 ของโลกจากสหรัฐ ยืนยันการค้นพบแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใหญ่ยักษ์รวมกันอย่างน้อย 6 จุด หรือ 6 บล็อก นอกชายฝั่งสีหนุวิลล์ของกัมพูชา ในอาณาเขตอ่าวไทย!
ยังไม่นับรวมถึงน้ำมันอีกมากที่อาจซุกซ่อนอยู่ใต้ผืนทะเลอ่าวไทย ซึ่งฝ่ายไทยและกัมพูชาต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิครอบครอง หรือที่เรียกกันว่า พื้นที่ทับซ้อน นั่นเอง!
หลังจากนั้นก็มีบริษัทพลังงานหลายประเทศ กรีธาทัพเข้าไปเอาอกเอาใจ รัฐบาลฮุนเซน เพื่อยื้อแย่งกรรมสิทธิ์ขุดเจาะ
ถ้าว่ากันเฉพาะชาติ ขาใหญ่ ก็เช่น สหรัฐ ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย
ส่วนชาติ ขาลีบ รองๆ ลงมา อาทิ คูเวต มาเลเซีย สิงคโปร์
ประเทศไทยเรา ซึ่งเป็นชาติเพื่อนบ้านที่มีเขตแดนใกล้ชิดแนบสนิทกับกัมพูชาที่สุด แต่ทุกวันนี้กำลังแยกเขี้ยวใส่กันด้วยประเด็นพื้นที่ทับซ้อนเขตเขาพระวิหาร ร้อนถึงฝ่ายรัฐบาลกัมพูชาในพนมเปญ ต้องรีบไปเชิญเจ้าหน้าที่ทูต สหรัฐ-ฝรั่งเศส-จีน (ชื่อคุ้นๆไหม?) นั่งเฮลิคอปเตอร์บินด่วนไปสำรวจสถานการณ์บนเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน
ธนาคารโลกประเมินว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของกัมพูชาน่าจะมีมหาศาลถึง 2 พันล้านบาร์เรล (1 บาร์เรลเท่ากับ 160 ลิตร)
ส่วนก๊าซอยู่ที่ 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ขุดมาใช้เมื่อไหร่ ทั้งกัมพูชาและบริษัทต่างชาติที่ได้รับสัมปทานรวยไม่รู้เรื่อง
แต่ชาวบ้านกัมพูชาจะได้รับผลบุญจากทรัพยากรเหล่านี้ขนาดไหน ยังไม่มีใครกล้ารับประกัน!
ถ้าไทยมัวแต่นั่งทะเลาะกับกัมพูชา ฝรั่งต่างแดนก็ขำชอบใจ
เพราะทำให้การผนึกกำลังต่อรอง-จัดสรรผลประโยชน์พลังงานในอ่าวไทย
อ่อนแรงและง่ายขึ้นเยอะ!?
หน้า 7
ข้อมูลจาก ข่าวสด
