ต่อไปนี้คือรายละเอียดของจดหมายที่นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ทำถึงนายจอร์จ เยียว รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ในฐานะประธานอาเซียน ร้องขอให้อาเซียนจัดตั้งกลุ่มรัฐมนตรีจากประเทศอาเซียนเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกับไทยหลังจากมีการพิจารณากันในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการแล้ว นายจอร์จ เยียว ได้ออกแถลงการณ์เป็นการชี้แจงต่อคำร้องขอของกัมพูชาในวันที่ 22 กรกฎาคม
เนื้อหาของจดหมายและแถลงการณ์ดังกล่าวมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
พนมเปญ, 21 กรกฎาคม 2008
เรียน ฯพณฯนายจอร์จ เยียว รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์
ในขณะที่สถานการณ์บริเวณปราสาทพระวิหารของกัมพูชากำลังย่ำแย่อยู่ขณะนี้ ข้าพเจ้าขอเรียนแจ้งต่อ ฯพณฯ ถึงเรื่องความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
ในขณะที่ไทยยังคงตรึงกำลังทหารบริเวณวัดแก้วสิขาคีรี สวาระ ในดินแดนของกัมพูชา ทหารไทยพร้อมปืนใหญ่และรถถังได้ประจำการอยู่ตามแนวบริเวณชายแดน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่ออธิปไตยและความมั่นคงของดินแดนกัมพูชาเท่านั้น หากแต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคนี้อีกด้วย
ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงอยากจะยื่นเรื่องต่อสิงคโปร์ในฐานะประธานอาเซียนให้จัดตั้งกลุ่มรัฐมนตรีจากประเทศในอาเซียนขึ้น โดยประกอบไปด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และลาว เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการสรรหาสันติวิธีสำหรับแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้นในตอนนี้ และเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสองประเทศสมาชิกของอาเซียน
ข้าพเจ้าขอใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้เสนอความช่วยเหลือกัมพูชาและไทยในการหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีตามแถลงการณ์ของประธานอาเซียน เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2008
ขอ ฯพณฯ โปรดรับข้อเสนอของข้าพเจ้า ด้วยความเคารพอย่างสูง
ฮอร์ นัมฮง
รองนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ
แถลงการณ์ของนายจอร์จ เยียว รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2008
ข้าพเจ้าได้หารืออย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2008 กับรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียน เพื่อหารือเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดในประเด็นเรื่องปราสาทพระวิหาร ซึ่งทั้งกัมพูชาและไทยต่างย้ำว่าจะดำเนินการด้วยสันติวิธีต่อประเด็นดังกล่าวและให้ความมั่นใจกับข้าพเจ้าว่า คณะกรรมการชายแดนทั่วไปจะดำเนินการประชุมอย่างต่อเนื่อง และการประชุมครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้เสนอการอำนวยความสะดวกของอาเซียนในฐานะเป็นกลไกสำหรับกัมพูชาและไทยที่ได้ยอมรับถึงความสำคัญของการรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค โดยมีการเสนอให้จัดตั้งกลุ่มประสานงานของอาเซียน เพื่อช่วยสนับสนุนความพยายามของไทยและกัมพูชาในการหาสันติวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มหนึ่ง แต่ก็มีความเห็นโดยรวมว่ากระบวนการระดับทวิภาคีควรจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และยังคงไม่มีมติเป็นเอกฉันท์ในการจัดตั้งกลุ่มดังกล่าวขึ้น
รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนยังคงจะจับตาดูกรณีนี้ต่อไป และข้าพเจ้าได้ร้องขอไปยังกัมพูชาและไทยให้แจ้งสถานการณ์ล่าสุดในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการที่นครนิวยอร์ก (การประชุมคู่ขนานกับการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ เดือนกันยายน)
ไทยและกัมพูชาได้รับประกันว่าจะดำเนินการอย่างสุดความสามารถเพื่อควบคุมและแก้ไขปัญหาระหว่างกันฉันมิตรด้วยความสมานฉันท์และความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันอันเป็นจิตวิญญาณของอาเซียน โดยทั้งสองฝ่ายยังได้ย้ำว่าจะควบคุมสถานการณ์เอาไว้เพื่อให้สอดคล้องกับพันธะผูกพันทั้งในระดับอาเซียนและระดับนานาชาติ
กระทรวงต่างประเทศ
สิงคโปร์
22 กรกฎาคม 2008
หน้า 32
ข้อมูลจาก มติชน
