นายกรัฐมนตรีไซเอ็ด ยูซุฟ ราซา กิลานี แห่งปากีสถาน แถลงเมื่อวันอังคาร (8 ก.ค.) ปฏิเสธข้อกล่าวหาของกระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถานที่ว่าหน่วยข่าวกรองปากีสถานมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดรถยนต์พลีชีพถล่มสถานทูตอินเดียในกรุงคาบูลที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยนายกิลานียืนยันว่าหน่วยข่าวกรองของปากีสถานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และไม่มีเหตุผลที่ปากีสถานจะบ่อนทำลายเสถียรภาพของอัฟกานิสถานเพราะทั้งสองประเทศต่างก็ต่อสู้กับศัตรูซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายชาวมุสลิมเหมือนกันเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ มือระเบิดพลีชีพขับรถบรรทุกระเบิดตามรถยนต์ของนักการทูตคันหนึ่งเข้าไป ก่อนจุดชนวนระเบิดขึ้นที่บริเวณประตูทางเข้าตึกใหญ่ ใกล้กับบริเวณที่มีชาวอัฟกานิสถานจำนวนมากกำลังเข้าคิวรอยื่นขอวีซ่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 41 คน โดยผู้เสียชีวิตมีนักการทูตระดับสูงของอินเดียรวมอยู่ด้วย 2 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกเกือบ 150 คน กระทรวงมหาดไทยของอัฟกานิสถานโทษว่าเป็นฝีมือของปากีสถานที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของอินเดีย แต่นายกิลานีแย้งว่าปากีสถานต้องการให้ทั้งอัฟกานิสถานและภูมิภาคมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ยังตกเป็นเหยื่อการก่อการร้ายและพวกหัวรุนแรงเหมือนกัน
อัฟกานิสถานมักจะกล่าวหาหน่วยข่าวกรองของปากีสถานมาตลอดว่าให้การสนับสนุนกลุ่มตาลีบันให้ก่อเหตุรุนแรงในประเทศ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ทางการปากีสถานปฏิเสธมาโดยตลอด ขณะที่ความสัมพันธ์อันร้าวลึกของสองประเทศมีเหตุผลเกี่ยวเนื่องมาจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ นั่นคือ เรื่องที่หน่วยข่าวกรองปากีสถานช่วยทำให้เกิดกลุ่มติดอาวุธตาลีบันขึ้น โดยบรรดาแกนนำและสมาชิกตาลีบันจำนวนมากได้รับการศึกษาที่โรงเรียนสอนศาสนาในปากีสถาน และปากีสถานเพิ่งจะมาถอนการสนับสนุนตาลีบันอย่างเป็นทางการหลังวินาศกรรม 11 กันยายน ในสหรัฐ แต่ก็ยังเป็นที่สงสัยกันมาตลอดว่าตาลีบันจะยังได้รับความช่วยเหลือลับๆ จากปากีสถานอยู่
ด้านองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และผู้นำทั่วโลกได้ร่วมประณามการก่อเหตุครั้งนี้อย่างรุนแรง โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรียกเหตุระเบิดครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่น่าประณามของผู้ก่อการร้าย พร้อมทั้งแสดงความห่วงใยเรื่องภัยคุกคามจากกลุ่มตาลีบันที่ยังดำเนินอยู่ในอัฟกานิสถาน ขณะที่นายบัน คี มุน เลขาธิการยูเอ็นกล่าวว่า ขอประณามการโจมตีด้วยถ้อยคำที่รุนแรงที่สุด พร้อมเรียกร้องให้นำตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม
อนาคตเขาพระวิหารหลังคืนวันประหารนพดล
กัมพูชาจงเจริญ กัมพูชาจงเจริญ เสียงตะโกนดังก้องด้วยความปีติยินดีของชาวกัมพูชาดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งทุกหนแห่ง เมื่อได้ทราบข่าวว่า บัดนี้ ปราสาทพระวิหาร อันศักดิ์สิทธิ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่แล้ว!!!
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
