กัวลาลัมเปอร์-พรรครัฐบาลผสมมาเลเซียไม่สามารถรักษาเสียงข้างมากในสภาเอาไว้ได้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 40 ปี ขณะที่นายกรัฐมนตรีบาดาวียืนยันว่าไม่ลาออกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของมาเลเซีย ประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งทั่วไปที่ยังขาดอีกเพียง 3 ที่นั่ง ใน 2 รัฐ เมื่อวันอาทิตย์ (9 มี.ค.) ว่า พรรคแนวร่วมแห่งชาติ ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลผสม คว้าชัยในการเลือกตั้งตามความคาดหมาย แต่สามารถครองที่นั่งในสภาได้เพียง 137 ที่นั่ง จากทั้งหมด 222 ที่นั่ง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 39 ปีที่พรรครัฐบาลไม่สามารถครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเอาไว้ได้
โดยพรรคแนวร่วมแห่งชาติขาดอีกเพียง 11 เสียง ก็จะสามารถครองเสียงกึ่งหนึ่งในสภาเอาไว้ได้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามที่ต้องการ ในส่วนของพรรคฝ่ายค้านนั้น พรรคเคอาดีลันของ นายอันวาร์ อิบราฮิม อดีตรองนายกรัฐมนตรี กวาดไปได้มากถึง 31 ที่นั่งจนได้ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้านใหม่ในสภา ตามด้วยพรรคกิจประชาธิปไตย (ดีเอพี) ของชนกลุ่มน้อยชาวจีนได้ 28 ที่นั่ง และพรรคปาสซึ่งเป็นพรรคอิสลามเคร่งจารีตได้ 23 ที่นั่ง
ทั้งนี้ ยังเหลือผลการนับคะแนนอีก 3 ที่นั่งในรัฐซาบาห์และรัฐซาราวัก บนเกาะบอร์เนียว ที่ยังไม่รู้ผลเนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย ทำให้การลงคะแนน และการนับคะแนนทำได้ล่าช้ากว่าในรัฐอื่น สำหรับจำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้มีกว่า 70% จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 10.92 ล้านคน
ด้านนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า อนาคตของนายกรัฐมนตรีอับดุลเลาะ อาหมัด บาดาวี ดูจะลางเลือนเพราะผลการเลือกตั้งครั้งนี้ตรงกันข้ามกับชัยชนะแบบถล่มทลายเมื่อ 4 ปีก่อนชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ สะท้อนให้เห็นว่า นายบาดาวีถูกลงโทษ เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาเงินเฟ้อ อาชญากรรม และความขัดแย้งด้านเชื้อชาติที่ทวีขึ้นได้ แถมยังไม่สามารถทำตามที่รับปากไว้เมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้งครั้งแรกว่าจะลบล้างการคอรัปชั่นที่เป็นปัญหาใหญ่หลวงออกไปจากประเทศ
ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2547 นายบาดาวีนำพาพรรครัฐบาลผสมครองที่นั่งในสภาได้ถึง 91% โดยครั้งนั้นมีที่นั่งทั้งหมด 219 ที่นั่ง เท่ากับว่าในครั้งนี้เพิ่มมา 3 ที่นั่ง แต่พรรคแนวร่วมแห่งชาติกลับได้ที่นั่งลดลงจาก 199 ที่นั่งเหลือ 137 ที่นั่ง ขณะที่พรรคดีเอพีได้เพิ่มจาก 12 ที่นั่งเป็น 28 ที่นั่ง พรรคปาสจาก 6 ที่นั่งเป็น 23 ที่นั่ง ส่วนพรรคของนายอันวาร์ซึ่งเคยได้เพียง 1 ที่นั่งได้เพิ่มมาเป็น 31 ที่นั่ง โดยหนึ่งในนี้มาจากลูกสาววัยเพียง 27 ปีของนายอันวาร์
อย่างไรก็ตาม นายบาดาวีได้ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าอาจจะลาออกจากตำแหน่ง โดยกล่าวว่ายังไม่ถูกกดดันถึงขั้นนั้น
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
