KTC เสือปืนไวผนึกพันธมิตรจัด เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก เล็งปั๊มยอดคนไทยใช้เงินผ่านบัตร ซื้อทัวร์ครบวงจรงานเดียวทะลุ 100 ล้านบาท ดีไซน์ธีมขายสุดเก๋ แยกแพ็กเกจสนองเฉพาะกลุ่ม 5 โซน พ่อแม่ลูก-ครอบครัว-คู่สมรสฮันนีมูน- คนรักสุขภาพ-คู่มือเที่ยว โหมโรงจัด 4 วันรวด 28 ก.พ.-2 มี.ค.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์ 2 สมาคม ธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ-ไทยบริการการท่องเที่ยว ตั้งเป้าโกยกำลังซื้อระดับบนแห่ไปเที่ยวต่างประเทศนายสถาพร สิริสิงห รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ฝ่ายการตลาดเพื่อการสันทนาการ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า วางแผนกลยุทธ์ ส่งเสริมตลาดและการขายร่วมกับ 2 พันธมิตร ได้แก่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.) และสมาคมไทยบริการการท่องเที่ยว (TTAA) เตรียมจัดมหกรรม เที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก Thailand International Travel Fair 2008 ระหว่าง 28 กุมภาพันธ์-2 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ปีนี้จะนำร่องยกระดับจัดเป็นงานท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในประเทศ เคทีซีคาดการณ์ ยอดขาย 4 วัน จะทำให้ได้ 50-100 ล้านบาท
ทุ่มการลงทุนขยายโครงการ 3 ส่วน คือเพิ่ม งบประมาณลงทุน 3.5 เท่า จาก 4 ล้านบาท เป็น 15 ล้านบาท เพิ่มขนาดงานเป็น 150% เพิ่มพื้นที่บูทอีก 7,000 ตร.ม.เป็น 12,000 ตร.ม.จากเดิมใช้เพียง 5,000 ตร.ม. ตั้งเป้ารองรับผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่จะนำสินค้าวางขายออกงานเพิ่มรวม 600 บูท จากเดิมแต่ละปีมีเพียง 200 บูท
ไฮไลต์จุดขายงานนี้จะเป็นครั้งแรกที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค สร้างแรงจูงใจและกระตุ้นกำลังซื้อตลาดคนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศและทั่วโลกด้วยธีมการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าเงิน (value for money) สามารถซื้อหาสินค้าและบริการดี ราคาถูก การจัดทำผังและนำเสนอข้อมูลแพ็กเกจท่องเที่ยวจะชัดเจน เข้าถึงง่าย แยกกลุ่มสินค้าและบริการท่องเที่ยวเป็นหมวดหมู่ตรงกับความต้องการคนทุกกลุ่ม 5 โซน
ประกอบด้วย โซน 1 kid corner บริการ พ่อแม่วางแผนพาลูกเที่ยว บูทขายแพ็กเกจสำหรับ เด็กและครอบครัว มุมที่จะสร้างความฮือฮาเป็นพิเศษอยู่ตรงกิจกรรมเวิร์กช็อปให้ความรู้แก่เด็กครบวงจร โซน 2 คู่สมรสและฮันนีมูนสามารถเลือกช็อปแพ็กเกจท่องเที่ยวคู่รัก ควบคู่กับมีเวดดิ้งสตูดิโอชั้นนำมาร่วมเสนอขายแพ็กเกจวิวาห์ โซน 3 กลุ่มคนรักสุขภาพ แบ่งตามเซ็กเมนต์บริการ ได้แก่ spa and wellness โซน 4 กลุ่มคนที่รักการถ่ายภาพ จะนำบริษัทอุปกรณ์กล้องถ่ายรูปหรือแพ็กเกจสอนถ่ายรูปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ร่วมเสนอขาย และโซน 5 แมกาซีนการท่องเที่ยวนำข้อมูลต่างๆ มาเสนอตลอดงาน
ภายในงานได้อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าโดยนำระบบ search engine เข้ามาช่วยค้นแพ็กเกจท่องเที่ยวตามงบประมาณที่มีอยู่ เมื่อเลือกเสร็จสามารถจะมีข้อมูลบอกบูmที่ขายแพ็กเกจเหล่านั้นและมีรายการโปรโมชั่น แจกรางวัลจับสลากลุ้นโชคมูลค่ารวมกว่า 4 แสนบาท ปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่จัดห้องพิเศษ First Class Lounge บริการฟรีแก่ลูกค้าที่ช็อปภายในงาน 50,000 บาทขึ้นไป สามารถเข้ามารับประทานอาหาร จิบเบียร์ ส่วนลูกค้าที่ไม่ได้เป็นสมาชิกบัตรเคทีซี สามารถสมัครบัตรเครดิตพร้อมอนุมัติออกบัตรอย่างรวดเร็วเพื่อนำไปใช้จ่ายในงานได้ทันที
นายสถาพรกล่าวว่า เคทีซีวางกลยุทธ์ปี 2551 โดยจะใช้งาน เที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก เปิดตัว 2 โปรดักต์ เตรียมรุกหนักกิจกรรมการตลาดด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อน (leisure marketing) เติบโตคู่ขนานกับการขยายตัวของกำลังซื้อแยกตามกลุ่ม (segment) ทั้ง 4 ตลาด มีพ่อ-แม่-ลูก ครอบครัว คู่แต่งงาน คนรักสุขภาพ เพิ่มขึ้นปีละ 20% ซึ่งเคทีซีเริ่มเจาะตลาดครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ประเมินแล้วบุกเบิกและรุกตลาดถูกทาง เพราะปัจจุบันกลายเป็นบัตรเครดิตด้านท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุด สังเกตจากยอดการใช้จ่ายเป็น ห้องพักโรงแรม รถเช่า และตั๋วโดยสารเครื่องบิน ขยับสูงขึ้น คาดว่ายอดตลอดทั้งปีนี้นักท่องเที่ยวจะใช้เงินผ่านบัตรเคทีซีเพิ่มกว่า 20%
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมธุรกิจ ท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า งานจัดมหกรรมขายเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก วางเป้าหมายดึงดูดกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยว 2 กลุ่ม ระดับกลางถึงบน จึงเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมเน้นขายทัวร์ต่างประเทศ (outbound) 70% ทัวร์ในประเทศ 30% ขณะนี้สายการบินนานาชาติในไทยสนใจเข้าร่วมกว่า 30 บูท บริษัทนำเที่ยวกว่า 100 ราย และโรงแรม-รีสอร์ตกว่า 150 แห่ง
องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวนานาชาติที่มีสำนักงานอยู่ในไทยกว่า 10 ประเทศ ลงทุนเช่าบูท เตรียมเปิดกลยุทธ์เชิญชวนไปเที่ยวต่างประเทศด้วยการนำข้อมูลและจัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมมาจัดในงานเพื่อกระตุ้นความสนใจ
ส่วนตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศตลอดปีนี้ต้องเน้นจัดแคมเปญส่งเสริมการขายให้กลุ่ม จัดประชุมสัมมนาและจัดนิทรรศการ (Meeting Incentive Convention Exhibition : MICE) มากกว่ากลุ่มเดินทางโดยลำพัง (FIT) เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมนำเสนอจุดขายยังเป็นจังหวัด ท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น แม่ฮ่องสอน กระบี่ ภูเก็ต เขาหลัก (พังงา) และปีนี้ดาวรุ่งที่จะมาแรงมี 3 แห่ง เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ ของพังงา
หน้า 32
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
