แอร์บัสบลัฟโบอิ้งแหลกกลางงาน ลังกาวี แอร์โชว์ แถมตั้งเป้าชิงตลาดเอเชียอันดับ 1 หลังยอดขายปี51 เครื่อง A350 XWB ขนาดบรรทุก 270-350 ที่นั่ง สั่งซื้อกระฉูด 300 ลำ ได้ แอร์เอเชียกรุ๊ป โลว์คอสต์ค่ายเดียว 3 สายการบิน มาเลเซีย-ไทย-อินโดนีเซีย 175 ลำ เร่งปิดจุดด้อยลดต้นทุนผลิตจากค่าเงินยูโรทำดอลลาร์อ่อนสูญเสียยับทุก 10 เซนต์ เงินหาย 5 หมื่นล้าน ส่วนโบอิ้งเข็น B787 ดรีมไลเนอร์เอาใจผู้โดยสารเทรนด์ใหม่เบื่อการเดินทางจุดต่อจุดนายจอห์น เลฮี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ กลุ่มบริษัทอีเอดีเอส ผู้ผลิตเครื่องบินแอร์บัส เปิดเผยระหว่างเข้าร่วมงาน ลังกาวี แอร์โชว์ (LIMA 2007) ว่า ตั้งเป้าภายใน 20 ปีจะบุกตลาดการขายเครื่องบินพาณิชย์มากอันดับ 1 ในเอเชียแปซิฟิก เพราะอัตราการเติบโตยอดขายสูงถึง 30% และมียุโรปและอเมริกาเหนือเป็นฐานหลัก แนวโน้ม ปี 2550 เครื่องบินแอร์บัส 2 ตระกูล A380 ขนาด 555-800 ที่นั่ง กับ A350 XWB ขนาดบรรทุก 270-350 ที่นั่ง ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 สัดส่วน 50% ยอดสั่งซื้อล่วงหน้าปี 2551 A350 XWB ขายได้มากสุดถึง 300 ลำ ทั้งที่จะเริ่มทยอยส่งมอบให้สายการบินนำไปใช้ได้ปีแรก 2558 สมรรถนะเหมาะจะใช้บินลอนดอน แมนเชสเตอร์ สู่เมืองสำคัญต่างๆ ในเอเชีย
ส่วนเครื่องบินตระกูลเล็กสุดอย่าง A320 เน้นเจาะตลาดการเดินทางภายในภูมิภาค ล่าสุดต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แอร์บัสลงนามสัญญาขายเครื่องบินรุ่นนี้เพิ่มอีก 25 ลำ และสั่งเผื่อเลือกซื้อ (option) 25 ลำ ลูกค้ารายใหญ่โลว์คอสต์ แอร์เอเชียกรุ๊ป 3 สายการบิน ได้แก่ แอร์เอเชียมาเลเซีย ไทยแอร์เอเชีย และแอร์เอเชียอินโดนีเซีย สั่งซื้อ A320 มากที่สุด 175 ลำ และสั่งออปชั่น 50 ลำ
จอห์น เลฮี กล่าวว่า แอร์บัสมั่นใจกำหนดเวลาส่งมอบเครื่อง A350 XWB ซึ่งล่าช้ากว่าเครื่องบินรุ่นใกล้เคียงกันกับคู่แข่งอย่างโบอิ้ง B787 ดรีมไลเนอร์ แต่ปัจจัยเรื่องสมรรถนะเครื่องบินรวมทั้งการตลาดไม่ได้เป็นรองคู่แข่ง จุดอ่อนอยู่ตรงแอร์บัสมีฐานการผลิตที่ฝรั่งเศส จึงเสียเปรียบเมื่อค่าเงินสหรัฐอเมริกาอ่อนกว่ายูโร มูลค่าการเปลี่ยน แปลงเงินดอลลาร์ทุก 10 เซนต์ ประเมินการ สร้างความสูญเสียแก่แอร์บัสถึง 1,000 ล้านยูโร (50,000 ล้านบาท) ต่อไปอีเอดีเอสจะต้องแก้ไขโดยวิธีลดต้นทุนการผลิต
นายสกอตต์ แม็คเมอร์เรย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการขาย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท โบอิ้ง จำกัด กล่าวว่า พฤติกรรมการเดินทางแบบจุดต่อจุด (point-to-point) จะเป็นกระแสมาแรงในภูมิภาคเอเชีย เพราะผู้โดยสารเริ่มเบื่อหน่ายการต่อเครื่องจากเมืองศูนย์กลางการบิน โบอิ้งจึงเตรียมรองรับตลาดนี้โดยสร้างจุดขายเสนอให้ใช้ตระกูล B787 ดรีมไลเนอร์ทั้งหมด 3 รุ่น ขนาดบรรทุก 242-317 ที่นั่ง ยอดสั่งซื้อขณะนี้ 738 ลำ พร้อมส่งมอบภายในพฤศจิกายนหรือธันวาคม 2551
ทั้งนี้ 787 ดรีมไลเนอร์ ยังโชว์จุดขายเป็นเครื่องบินที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและมลพิษทางเสียงลงได้อีก 20% รวมทั้งนวัตกรรมอะไหล่เครื่องบินทำให้มีค่าบำรุงรักษาต่ำกว่าเครื่องบินทั่วไปในรุ่นเดียวกันถึง 30%
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
