อพท.ผนึก 5 ฝ่าย ผนวก 3 โรงเรียน นำร่องแผนแม่บทการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเกาะช้าง ปูพรม 1-4 ปีใช้งบฯไม่ถึง 2 ล้าน หวังผลสร้างมัคคุเทศก์ยุวชนประจำเกาะ เปิดโรงงานผลิตสินค้าเอกลักษณ์พื้นบ้าน และสร้างจิตสำนึกหวงแหนคุณค่าทรัพยากรธรรมชาติพลอากาศตรีบรรหาร กออนันตกูล ผู้ประสานงานโครงการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน (อพท.) เปิดเผยว่า วางยุทธศาสตร์นำร่องการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเกาะช้าง ร่วมกัน 5 ฝ่าย ได้แก่ อพท. บริษัท ยูนิไทย จำกัด ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อุทยานแห่งชาติเกาะช้าง สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 4 (น้ำเชี่ยว ตราด) และกลุ่มโรงเรียนบนเกาะช้าง 3 แห่ง มีโรงเรียนวัดคามคชทวีป โรงเรียนอนุบาลเกาะช้าง โรงเรียนบ้านคลองพร้าว ระยะเวลา 1-4 ปี
นำร่องบุกเบิกเริ่มจากแผนพัฒนาเยาวชน เพื่อรองรับการขยายท่องเที่ยวบนเกาะระยะยาว 3 โปรเจ็กต์ รวมงบประมาณเพียง 1.47 ล้านบาท ประกอบด้วย 1)โครงการสินค้าพื้นบ้านหมู่เกาะช้างเพื่อการพัฒนาเยาวชน 1 ปี ใช้งบฯ 1.59 แสนบาท เร่งยกระดับทักษะนักเรียนระดับประถมศึกษา ฝึกปฏิบัติ ปรับปรุงฝีมือความสามารถเฉพาะด้าน รวมทั้งการดูแลรักษาคุณค่าทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2)โครงการเยาวชนรักษ์ป่าชายเลนสลักคอก 4 ปี ใช้งบฯ 1.14 ล้านบาท ปลูกฝังเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการเป็นผู้นำการเข้าถึงและรักษาคุณค่าป่าชายเลน โดยช่วยฟื้นฟู บำรุงรักษา อนุรักษ์ 3)โครงการห้องปฏิบัติการเพื่อฝึกฝนทักษะการทูตและการฟังภาษาอังกฤษ ใช้งบฯ 1.72 แสนบาท สร้างมัคคุเทศก์ยุวชนเพื่อสื่อสารรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในระยะยาวต่อไป ที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์หลัก 3 ทาง ทั้งการสร้างทางเลือกใหม่กับนักท่องเที่ยวได้หาซื้อสินค้าพื้นบ้าน ของที่ระลึกคุณภาพดีมีเอกลักษณ์ท้องถิ่น การเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เพิ่มทักษะมีอาชีพเสริมจากการผลิตและจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน และการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์สร้างสินค้างานมือรูปแบบต่างๆ ตามจินตนาการเข้าสู่ตลาด
อันจะเป็นแนวทางที่ขานรับกับแผนแม่บทการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ.2551-2554 มุ่งเน้นสร้างชุมชนเข้มแข็ง เน้นกำลังซื้อกลุ่มคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ ตั้งรับการเติบโตท่องเที่ยวเกาะช้างช่วง 3-5 ปีนี้ จำนวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติขยายตัวเกินกว่าปีละ 20% และมีกลุ่มทุนไทยกับต่างชาติเข้าไปก่อสร้างรีสอร์ตห้องพักเพิ่มความหลากหลายการให้บริการ มีตั้งแต่ราคา 500 บาท/ห้อง/คืน ไปจนถึง 100,000 บาท/ห้อง/คืน
ทั้งนี้ อพท.ตั้งเป้าสร้างเครือข่ายความร่วมมือการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเขตพิเศษอย่างยั่งยืน ร่วมกันทั้งระดับประเทศ ส่วนกลาง และชุมชน ให้มีพื้นความรู้ ความเข้าใจ แนวทางปฏิบัติ ภายใต้กลไกอย่างมีระบบเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ในการที่จะอนุรักษ์สถานที่ท่องเที่ยว วิถีชีวิต และมรดกทางทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้คงอยู่อย่างมั่นคงตลอดไป ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจนบางครั้งบางสถานที่ขาดการวางมาตรฐานระบบการจัดการปริมาณนักเดินทางท่องเที่ยวเข้าไปใช้จนเกิดขีดความสามารถจะรองรับได้ จึงก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและความเสื่อมโทรมขยายผลเรื้อรังตามมาภายหลัง
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
