สกู๊ปหลังจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ให้ นายภาสกร สุวรรณกนิษฐ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.เปิดข้อมูลผลการศึกษาการบริหารสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และการใช้สนามบินนานาชาติดอนเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากการถูก ขีดเส้นตายให้ ทอท.จะต้องตัดสินใจก่อนรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ จะพ้นวาระการบริหารประเทศ ธุรกิจสนามบินทั้ง 2 แห่งกำลังอยู่บนทาง 3 แพร่ง
หากไม่มีข้อสรุปชัดเจนจากสายการบินลูกค้า ที่จะย้ายเที่ยวบินระหว่างประเทศบางส่วนจากสุวรรณภูมิกลับมาดอนเมือง ขณะนี้มีกระแสสะพัดว่ามีความเป็นไปได้สูง และ/หรือที่คณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.จะเสนอกระทรวงคมนาคมให้ กลุ่มแอร์เอเชีย มาเลเซีย ซึ่งเตรียมเสนอขอเช่าอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 2 ดอนเมือง ในนาม แอร์ เอเชีย เอ็กซ์ โลว์คอสต์ข้ามทวีปสายแรกของเอเชียเข้ามาใช้บริการ
ส่วนทาง 3 แพร่งที่ ทอท.กำลังเผชิญ ประกอบด้วย 1) ต้องปฏิบัติตามนโยบายที่ กรมขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคมและ เสียงเรียกร้องของ การบินไทย และผู้ประกอบการ สายการบินนานาชาติในเมืองไทย ให้เปิดใช้ สนามบินนานาชาติกรุงเทพเพียงแห่งเดียว (single airport)
ถ้าเลือกแนวทางที่จะไม่ย้ายเที่ยวบินต่างประเทศบางส่วนกลับดอนเมืองเพื่อสนองนโยบายสนามบินเดียว นางกัลยา ผกากรอง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงิน ทอท. กล่าวว่า จะต้องหาแหล่งเงินกู้มาลงทุนเพิ่มเฟส 2 มูลค่าไม่ต่ำกว่า 67,000 ล้านบาท เพื่อทำอาคาร ผู้โดยสารหลังใหม่หรือ midfield concord พื้นที่รองรับผู้โดยสารเพิ่มอีกราว 28 ล้านคน และ การสร้างทางขับ (runway) เส้นที่ 3 บวกกับหนี้ค้างชำระบริษัทต่างๆ และเงินกู้ที่จะต้องเริ่มทยอยชำระคืนปีแรก 2551 นี้เกือบ 10,000 ล้านบาท
2) ช่วงปี 2553 เป็นต้นไปผู้โดยสารที่จะใช้บริการสนามบินกรุงเทพ ตามข้อศึกษาของ General Engineering Consult บริษัทที่ปรึกษาและองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ จะมีผู้โดยสารผ่านเข้าออกมากที่สุดถึง 58 ล้านคน จากนั้นอีก 3 ปี พ.ศ.2556 จะวิกฤตจากจำนวน ผู้โดยสารพุ่งสูง 67 ล้านคน เมื่อถึงจุดนั้นจะเกิดปัญหาเที่ยวบินเข้า-ออก ล่าช้ามากที่สุด
ถ้าไม่เตรียมการตั้งรับโดยวางสมมุติฐานเริ่มเจรจาให้โลว์คอสต์แอร์ไลน์ 3 ราย ได้แก่ ไทย แอร์เอเชีย นกแอร์ และวัน-ทู-โก ใช้ดอนเมืองเป็นฐานการบินย้ายเที่ยวบินทั้งหมด ออกจากสุวรรณภูมิจะแบ่งเบาความแออัดลงได้ 10 ล้านคน และ 19 ล้านคน เพื่อยืดเวลาให้ ทอท.อีก 5 ปี ในการหารายได้จากค่าเช่าและ ค่าธรรมเนียมการบินมาทยอยสร้างเฟส 2 การลงทุนหลักต้องสร้างรันเวย์ 3 และ 4 พร้อมเจรจาขอซื้อที่ดินบริเวณข้างทั้ง 2 ด้าน
3) พัฒนาขีดความสามารถจะล้าหลังลงเรื่อยๆ ด้านการรองรับเครื่องบินเทรนด์ใหม่ตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
นายศารทูร มณเฑียรวิเชียรฉาย ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศไทย สายการบินนอร์ธเวสต์ และกรรมการตัวแทนผู้บริหารสายการบินนานาชาติ (Broad of Airlines Representative : BAR) แสดงความเห็นว่า ผลจากราคาน้ำมันตลาดโลกสูงเกิน 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล กติกาใหม่การป้องกันภาวะโลกร้อนและคาร์บอนเครดิต ทำให้เจ้าของสายการบินทั่วโลกตัดสินใจเปลี่ยนแบบเครื่องบินรับกับเทรนด์การค้าและต้นทุน ต่อไปฝูงบินทั้งโลกจะมีเพียง 2 ขนาดเท่านั้น
คือขนาดเล็กสุดที่กำลังทยอยออกสู่ตลาด โบอิ้ง B787 ดรีมไลเนอร์ ขนาดบรรทุก 250 ที่นั่ง ส่วน B747-400 ขนาด 450 ที่นั่ง จะค่อยสูญพันธุ์ไป และเครื่องบินขนาดใหญ่สุด แอร์บัส A380 ขนาดบรรทุกสูงสุดถึง 800 ที่นั่ง ซึ่งเหมาะกับการนำไปบินขึ้น-ลง ตามสนามบินที่มีขีดจำกัดกรณีปริมาณจราจรเต็ม ไม่มีตารางเวลาให้ สายการบินได้อีก ขณะที่เครื่องบินขนาดกลาง แทบจะไม่มีสายการบินเลือกใช้อีกต่อไป
ประการหลักสนามบินนานาชาติทั่วโลกรวมทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมืองก็ควรจะต้องปรับ นวัตกรรมบริการทางเทคโนโลยีการขนส่งทางอากาศผู้โดยสารและสินค้าให้ทัน
แต่ข้อเสนอของ ทอท.ที่จะให้สายการบินนานาชาติย้ายเที่ยวบิน ต่างประเทศกลับดอนเมืองซึ่งเป็นสนามบินที่มีอุปกรณ์เครื่องมือล้าหลังมากแล้ว สายการบินคงจะสนองความต้องการเรื่องนี้ไม่ได้ เช่นเดียวกับสุวรรณภูมิจากนี้ไปจะต้องเร่งเพิ่มนวัตกรรมเทคโนโลยีการขนส่งก้าวไปอีกหลายๆ ขั้น
ความเห็นภาพรวมจากผู้บริหารสายการบิน ต่างประเทศเสนอตรงกันที่จะให้ ทอท.ชูนโยบายสนามบินเดียว โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพทาง ต้นทุนบริหารจัดการ คุณภาพบริการ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และกิจการที่ห้ามเคลื่อนย้ายฐานคือบริการขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก (international cargo facilities) ทั้งหมดจะต้องอยู่สุวรรณภูมิ
ภาคเอกชนเห็นพ้องกับผลการศึกษาของ ทอท.ที่ใช้ฐานข้อมูลล้าสมัยเมื่อปี 2536 มาอ้างอิงการแบ่งปริมาณจราจรทางอากาศของสนามบินนานาชาติกรุงเทพ 2 แห่ง คือ สุวรรณภูมิ รับผิดชอบ 3 ส่วน ได้แก่ เป็นฐานบินประจำ 1) เที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมด 2) เที่ยวบินในภูมิภาคที่มีการตลาดคับคั่ง และ 3) เที่ยวบินในประเทศที่เป็นเส้นทางหลักบางเส้น
ดอนเมือง รับผิดชอบ 4 ส่วน ได้แก่ เป็นฐานบินประจำ 1) เที่ยวบินในและต่างประเทศของโลว์คอสต์แอร์ไลน์ทั้งหมด 2) เที่ยวบินในประเทศ 3) เที่ยวบินเช่าเหมาลำ และ 4) อุตสาหกรรม การบินทั่วไป
ในอีกทางหนึ่งก็ยังมีข้อสงสัยจากหลายฝ่ายกรณีการลงทุนสร้างรันเวย์ที่ 3 และ 4 จะมี ผู้โดยสารใช้บริการสุวรรณภูมิเพิ่มเพียงจากปกติ ปีละ 3 ล้านคนเท่านั้น กรณีมี 2 รันเวย์ จะมีผู้โดยสาร 58 ล้านคน 3 รันเวย์จะมี 61 ล้านคน และ 4 รันเวย์จะมี 64 ล้านคน แต่เม็ดเงินลงทุนต้องใช้จำนวนมหาศาลหลาย หมื่นล้านบาท
ทอท.ยืนยันถึงผลกระทบในการยืนอยู่บนทาง 3 แพร่งนั้น ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแนวโน้มในเร็วๆ นี้ สายการบินจะต้องแบ่งเที่ยวบินระหว่างประเทศบางส่วนกลับดอนเมืองตามนโยบายที่จะ ชูเรื่องการใช้สนามบินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ประโยชน์มหาศาลไปเกิดสูงสุดเฉพาะกับ ทอท.และ/หรือกลุ่มแอร์ เอเชียและทั้งอุตสาหกรรมการบินจริงหรือไม่ ภารกิจนี้ พลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานบอร์ด พลอากาศโทชนะ อยู่สถาพร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.คนล่าสุด จะใช้สนามบินเป็นประตูประเทศสู่เอเชีย และ/หรือเพียงเพื่อลับ ลวง พราง ติดธงมาเลเซียที่อาคารผู้โดยสารดอนเมือง !?
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
