ตะลึง ! สถาบันการบินพลเรือน ในสังกัดคมนาคมซ่อนขยะใต้พรมกว่า 640 ล้านบาท ถูกพนักงาน-ครูฝึก-นักบิน ร้อง รมว.ธีระ ห้าวเจริญ ปลดพ้นหน้าที่ หลังการบินไทยและ สตง.เปิดข้อมูลค่าเสียหายผิดสัญญาฝึกนักบินหลักสูตร Jet Familization ที่ทำกันมา 7 ปี พังไปกว่า 251 ล้านบาท กู้แบงก์กรุงไทยซื้อเครื่องบินฝึกมากอง 243 ล้านบาท ทำยอดขาดทุนสะสมพุ่ง 153 ล้านผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ 12 ตุลาคม 2550 เรื่อยมาถึงขณะนี้พนักงานและผู้บริหารสถาบันการบินพลเรือน (สพบ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานฝึกอบรมและผลิตนักบินพาณิชย์ให้การบินไทยและ สายการบินอื่นได้ทำเรื่องร้องเรียนนายบุญฤทธิ์ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการ สพบ.ส่งถึงพลเรือเอกธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้กำกับดูแล
ขณะที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็ทำหนังสือด่วนขอทราบข้อเท็จจริงหลายกรณีที่ สบพ.ถูกร้องเรียน และ/หรือ หากเป็นจริงจะส่งผลเสียหายต่อธุรกิจและธนาคารที่ปล่อยเงินกู้อุดหนุนการขยายกิจการจัดซื้อเครื่องบินฝึกนักบิน มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 640 ล้านบาท
ตามรายละเอียดที่ปรากฏในหนังสือร้องเรียนฉบับ 12 ตุลาคม 2550 ระบุว่าช่วงที่นายบุญฤทธิ์ เสาวพฤกษ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ สบพ.มีปัญหาความสูญเสียรายได้และค่าใช้จ่าย ผนวกความ เสียหายทางการตลาดและการเช่าเครื่องบินประมาณรวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 640 ล้านบาท จาก 3 โครงการหลัก
โครงการ 1 ผิดเงื่อนไขสัญญารับจ้างฝึกนักบินหลักสูตร JET FAMILIZATION ส่งให้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่ง เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) ทำหนังสือลงวันที่ 14 กันยายน 2550 เป็นต้นมาถึงนายบุญฤทธิ์ ผู้ว่าการ สบพ.ต้องชำระค่าเสียหาย ค่าปรับ และหักลบกลบหนี้ เป็นเงินรวม 251,722,894 บาท
หลังจากประเมินหลักฐานทั้งหมดที่ สพบ.ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาในการผลิตนักบินหลักสูตร JET FAMILIZATION ได้ ทั้งที่ทำข้อผูกพันไว้กับการบินไทยตั้งแต่เมื่อ 4 กันยายน 2543 เรื่อยมาจนถึงปีปัจจุบัน โดยผลิตนักบินล่าช้ากว่ากำหนด 4 รุ่น คือ AP 65, 66, 68 และ 70 ส่งผลกระทบกับต้นทุนที่การบินไทยต้องนำมาจ่ายชดเชยแก่นักบินใหม่และเสียโอกาสในการทำกำไรทางธุรกิจเพราะการส่งตวศิษย์การบินของ สพบ.เข้าประจำฝูงบินการบินไทยล่าช้า (ดูรายละเอียดในตารางประกอบ)
โครงการ 2 สบพ.ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย 243 ล้านบาท ซื้อเครื่องบิน Beechjet 400A เพื่อนำมาใช้ฝึกอบรมนักบินใหม่แต่ผลปรากฏว่ามีปัญหาเนื่องจากคุณสมบัติไม่เหมาะจะใช้เป็นเครื่องฝึกสำหรับนักบินใหม่ แต่ก็ต้องดูแลการ ซ่อมบำรุงจ่ายดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นอีกปีละประมาณ 35-40 ล้านบาท
โครงการที่ 3 สะสมภาระขาดทุนจากเครื่องลำนี้จนปัจจุบันรวม 153.75 ล้านบาท โดยขาดการแก้ไขอย่างถูกทางกลายเป็นปัญหาเรื้อรังเรื่อยมาถึงขณะนี้ ในทางกลับกันปี 2550 ผู้บริหาร ยังได้อนุมัติงบฯขยายเครือข่ายใหม่นำเงิน 25.3 ล้านบาทไปปรับปรุงสนามบินขอนแก่คนพร้อมทั้งย้ายอุปกรณ์ฝึกบินจำลอง (simulator) เครื่องละ 12 ล้านบาทไปติดตั้งไว้ที่ขอนแก่นโดยไม่ได้ใช้งาน
ประการสำคัญซึ่งเป็นประเด็นร้อนขึ้นทุกวันภายใน สพบ.คือ จำนวนนักบินที่เคยสมัครเข้าเรียนในสถาบันแห่งนี้ลดลงจากรุ่นละ 30-40 คน เหลือเพียงรุ่นละ 7 คนเท่านั้น เป็นความสูญเสียโอกาสทางการตลาดอย่างรุนแรง และขีดความสามารถทางการแข่งขันผลิตนักบินลดลงเร็วมากสวนทางกับธุรกิจสายการบินที่แข่งกันเปิดเพิ่มมีความต้องการนักบินจำนวนมหาศาล ทั้งที่เป็นสถาบันในสังกัดกระทรวงคมนาคม บุกเบิกการจัดหลักสูตรมาตรฐานนักบินพาณิชย์เข้าประจำสายการบินไทยและนานาชาติมากว่า 40 ปี
นอกจากนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินยังได้ขอให้นายบุญฤทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีอนุมัติเงินเปิดรับลูกจ้างชั่วคราวเข้ามาเป็นเลขานุการผู้ว่าการ สบพ.โดยอนุมัติค่าจ้างอัตราสูงกว่าที่ควรจะได้รับ หนังสือขอคำชี้แจงลงวันที่ 28 กันยายน 2550 และ ขอให้ตอบอย่างชัดเจนภายใน 30 วัน รวม 6 ข้อ
ประกอบด้วย 1) จ้างเลขานุการเข้ามาทำงานตั้งแต่เมื่อใดเป็นจำนวนกี่รายด้วยเหตุผลและ เป็นไปตามระเบียบกฎหมายใด 2) คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ ข้อกำหนด ตำแหน่งเลขานุการมีอย่างไร ตามเอกสารหลักฐานใด และ ใคร หรือ หน่วยงานใด กำหนด
3) การประกาศรับสมัครมีผู้มาสมัครกี่ราย มีเกณฑ์และขั้นตอนการพิจารณาคัดเลือกอย่างไร ด้วยเงื่อนไขและเงื่อนเวลาจ้างเท่าไร 4) ตาม พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันการบินพลเรือน พ.ศ.2535 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 นิยมความหมายระหว่างพนักงานกับลูกจ้างแตกต่างกันอย่างไร
5) ขอทราบการจ่ายค่าจ้างกับลูกจ้างตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าการ สบพ.เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ระเบียบ หรือข้อบังคับฉบับใด 6) ขอทราบ อัตราจ้างตามตำแหน่งกำหนดไว้อย่างไร มีเพดาน ขั้นสูง/ขั้นต่ำ ไว้หรือไม่เพียงใด
อย่างไรก็ตามนายบุญฤทธิ์เคยถูกร้องเรียนตลอดปีนี้ติดต่อกัน 2 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อ 14 มีนาคม นักศึกษาวิชาภาคพื้นที่ สบพ.กรุงเทพฯ 377 คน ลงชื่อร้องเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงความบกพร่องในการบริการด้านวิชาการและการจัดการกว่า 30 รายการ ครั้งที่ 2 เมื่อ 12 ตุลาคมถึงปัจจุบัน ครูฝึกบินและนักบินทั้งหน่วยงาน 30 คน ลงชื่อเห็นชอบให้พิจารณาผู้ว่าการ สบพ.พ้นจากหน้าที่ทันที
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
