บินไทย ทวงแอร์บัสรักษาสัญญาขายฝูงบิน 14 ลำ คืนสิทธิประโยชน์ 6,324 ล้านบาท หลัง ส่งมอบ A380-800 ล่าช้าไป 2 ปี แลกกับข้อเสนอให้เช่า A330-300 ใหม่ 8 ลำ ฉวยจังหวะเหมาะย้ำอีกครั้งช่วงแอร์บัสบินทดสอบสุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ 31 ส.ค.-1 ก.ย.นี้ร.ท.อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า สิทธิประโยชน์แลกเปลี่ยนในการจัดหาฝูงบินอนาคตแอร์บัส A380 จำนวน 6 ลำ ระหว่างการบินไทยกับบริษัท แอร์บัส จำกัด จะเริ่มส่งมอบลำแรกปี 2552 ทั้ง 2 บริษัท ตกลงจะรักษาเงื่อนไขผลประโยชน์ไว้ครบทุกเรื่อง
ระหว่างแอร์บัสนำเครื่องรุ่นดังกล่าวเข้ามาทดสอบบิน 31 สิงหาคม-2 กันยายนนี้ ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิและเชียงใหม่ ทีมบริหารและฝ่ายต่างๆ ของการบินไทยจะตอกย้ำความมั่นใจแก่คู่ค้าและผู้โดยสารทั่วโลกอีกครั้ง
แหล่งข่าวระดับสูงจากการบินไทยกล่าวว่า อาจจะต้องหารือกันถึงสิทธิประโยชน์ตามข้อตกลงกับแอร์บัสมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 186 ล้านเหรียญสหรัฐ (6,324 ล้านบาท) ซึ่งผูกพันการสั่งซื้อฝูงบินเพิ่มใหม่แอร์บัส A330-300 จำนวน 8 ลำ ที่จะนำเข้ามาทดแทนฝูงบินแอร์บัส A300-600 จำนวน เท่ากัน กำหนดส่งมอบภายในปี 2551
รายละเอียดการรักษาสิทธิประโยชน์การสั่งซื้อฝูงบิน A380-800 และ A330-300 รวม 14 ลำนั้นกระทรวงคมนาคมนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2550
กรณีที่ขออนุมัติไม่ให้ยกเลิกสัญญาและการรับข้อเสนอการแลกเปลี่ยนของแอร์บัส จะยอมจ่าย 3 ส่วน คือ 1) ค่าชดเชยการส่งมอบ A380 ล่าช้าคืนให้การบินไทยลำละ 4.68 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งหมด 6 ลำ มูลค่ารวม 28.11 ล้านเหรียญสหรัฐ 2) จะให้ส่วนลดและสิทธิประโยชน์การจัดซื้อฝูงบิน A330-300 ลำละ 18.75 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งหมด 8 ลำ มูลค่ารวม 150 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนลดและสิทธิประโยชน์ที่แอร์บัสเสนอให้การบินไทยเพื่อซื้อฝูงบิน A330-300 ประกอบด้วย 4 ส่วนย่อย ได้แก่ การลดราคาเครื่องบินซึ่งคาดว่าจะส่งมอบ A380 ล่าช้า (A380 compensa tion for A330) ลำละ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ
การจ่ายค่าตอบแทนในการซื้อฝูงบิน A330-300 เพิ่มสำหรับการขยายฝูงบิน (A330-300 fleet volume incentive) 2.50 ล้านเหรียญสหรัฐ การคืนสิทธิประโยชน์จากการปลดระวางเครื่องบิน A330-600 (A300-600 phase-out subsidy) 5 ล้านเหรียญสหรัฐ และค่าตกแต่งและปรับ ปรุงผลิตภัณฑ์ภายในเครื่องบิน A330/340 (A330-340 cabin upgrade credit) 1.25 ล้านเหรียญสหรัฐ
และ 3) ผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) จากเงินจ่ายล่วงหน้าค่าเครื่องบิน A330-300 ที่จะสั่งซื้อทดแทนฝูงเดิมตามกำหนดการบินไทยจะต้องจ่ายเงินล่วงหน้าให้แอร์บัสภายในปี 2550 ก็ให้เลื่อนไปจ่ายปี 2551 โดยไม่คิดดอกเบี้ยแต่อย่างใด
มีการอ้างอิงว่าข้อตกลงสิทธิประโยชน์แลกเปลี่ยนการส่งมอบแอร์บัส A380 ล่าช้า ทำให้การบินไทยเสียโอกาสทางการแข่งขัน พร้อมกับสั่งซื้อฝูงบิน A330-300 เข้ามาทดแทน A300-600
คณะทำงานจัดทำแผนสั่งซื้อเครื่องบินเปรียบเทียบว่าการบินไทยจะราคาได้เท่ากับที่เคยซื้อลำที่ 12 เมื่อปี 2548 ต่างกันตรงเมื่อสั่งรุ่นใหม่ในปี 2550จะได้รับมอบทันทีภายในปี 2551 เมื่อคำนวณราคาพร้อมส่วนลดแล้วจะถูกกว่าโบอิ้ง B777-200ER ประมาณ 28 ล้านเหรียญสหรัฐ
ราคาตามข้อเสนอกรณีจะซื้อแอร์บัส A330-300 เสนอไว้ประมาณ 107 ล้านเหรียญสหรัฐ/ลำ ส่วนโบอิ้ง B777-200ER ราคาประมาณ 136 ล้านเหรียญสหรัฐ/ลำ ภายหลังจาก ครม.มีมติให้การบินไทยลงทุนเช่าแบบ operating least แต่ใช้กรอบวงเงินเท่าเดิมกว่า 36,000 ล้านบาท ด้วยวิธีการเปิดประมูลหาบริษัทตัวกลางไปซื้อเครื่องบินจากแอร์บัสนำมาให้การบินไทยเช่าใช้งาน 5-10 ปี ค่าใช้จ่ายเพื่อเช่าจะสูงกว่าซื้อประมาณ 8-10%
นอกจากนี้ การบินไทยเตรียมทำแผนวิเคราะห์เปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุนระยะยาว 20 ปีไว้ 3 กรณี คือ
กรณีที่ 1 ไม่จัดเครื่องบินทดแทนฝูงบินเก่าโดยใช้งานไปจนถึงปี 2556/2557 อัตราบรรทุกผู้โดยสารจะเพิ่มได้เพียงปีละ 3% แต่อายุงานเครื่องบินจะสูงถึง 25 ปี มีต้นทุนค่าซ่อมบำรุงสูงขึ้น ปริมาณการผลิตจะลดลงเฉลี่ยปีละ 25%
กรณีที่ 2 นำเข้าฝูงบินใหม่เปรียบเทียบรุ่นที่ต้องการระหว่าง B777-200ER กับ A330-300 ผลการดำเนินงานจะใกล้เคียงกับกรณีแรก
กรณีที่ 3 เช่าเครื่องบินเพื่อนำมาใช้ก่อนที่จะรับมอบเครื่องรุ่นใหม่ A330-300 รวม 8 ลำ เป็นเวลา 6 ปี แทนการจัดซื้อ B787-9 ซึ่งสามารถรับมอบได้ภายในปี 2557 ผลที่ได้คือไม่มีบริษัทใดให้ทำสัญญาเช่าเครื่องเป็นเวลาต่ำกว่า 8 ปี
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
