โรงแรมกว่า 100 โครงการซุ่มเทขายกิจการ ต้านไม่ไหวพิษเศรษฐกิจและปัจจัยลบรุมเร้าต่อเนื่องจากปลายปี49-ค่อนปี50 หลังทั่วประเทศเห่อกระแสท่องเที่ยวบูมแห่สร้างกันอุตลุดพรึบเดียว 7,500 โครงการ 3.7 แสนห้อง สอดคล้องผลสำรวจของโจนส์ แลงฯพบวงจรโรงแรมทั่วเอเชียถึงฤดูเปลี่ยนมือจากผู้เล่นหลักสู่กลุ่มกระหายธุรกิจและหวังรวยทางลัดแหล่งข่าวระดับสูงจากวงการโรงแรมไทยเปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า สถานการณ์ธุรกิจโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และที่พักทั่วประเทศจำนวนห้องและโครงการภายใน 1 ปี เปิดบริการเพิ่มขึ้นกว่า 30% สวนทางเศรษฐกิจและอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในไทยมีประมาณ 5-7% อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจตลอด 11 เดือน ตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 ถึงปัจจุบัน ตลาดต่างประเทศกลุ่มเอเชียและยุโรปชะลอตัว 15-20%
ตั้งแต่กรกฎาคม 2550 เป็นต้นมาเจ้าของโรงแรมรีสอร์ตในกรุงเทพฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ โครงการขนาด 100-1,000 ล้านบาท ไม่ต่ำกว่า 15% ของโครงการทั้งหมดขณะนี้มีประมาณ 7,400 โครงการ 3.7 แสนห้อง ต่างเริ่มทยอยเสนอขายกิจการให้กลุ่มนักลงทุนต่างชาติอย่างเงียบๆ ไม่ต่ำกว่า 100 โครงการ
เนื่องจากสภาพธุรกิจส่งผลให้เจ้าของโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ประเมินว่าภายใน 1-2 ปีนี้ แม้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะทำแผนการตลาดเชิงรุกมุ่งอัดฉีดงบประมาณเพิ่มจำนวนและรายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีสายการบินต้นทุนต่ำ low cost airlines เปิดบริการจำนวนมาก แต่จำนวนนักท่องเที่ยวก็ไม่เพียงพอจะเติมเต็มห้องพักใหม่ที่สร้างแข่งกันแต่ละวัน หากทำให้เต็มต้องหาได้ถึงวันละกว่า 7.4 ล้านคน หรือคำนวณอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งประเทศปีละ 60% ต้องมีนักท่องเที่ยวอย่างต่ำวันละกว่า 4 ล้านคน จึงจะพยุงรายได้และรายจ่ายธุรกิจโรงแรมและห้องพักทั้งหมดให้อยู่รอดได้ และคงมีเพียงกรุงเทพฯกับโรงแรมภาคใต้ฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด มีโอกาสเติบโตและช่องทางขยายกำลังซื้อเพิ่มต่อเนื่องได้
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือการลงทุนโรงแรมล่าสุดมีถึง 2.9 หมื่นห้อง จะเป็นพื้นที่แรกที่ประสบปัญหาอย่างรุนแรง เพราะนักท่องเที่ยวแทบจะไม่เติบโตหรือเที่ยวกระจุกตัวอยู่เพียง 2-3 จังหวัดเท่านั้น ภาคเหนือเป็นคิวต่อไปเนื่องจากแห่สร้างโรงแรมใหม่กันอุตลุดช่วงมหกรรมพืชสวนโลก 2549 แต่ขายได้เพียง 92 วัน ส่วนโครงการยังอยู่ทั้งหมดกว่า 1,300 โครงการ กว่า 5 หมื่นห้อง กรุงเทพฯก็อาจจะมีการเจรจาขายบ้าง 2-3% เพราะมีกว่า 600 โรงแรม 7.7 หมื่นห้อง
ส่วนอีก 3 ภาค ตะวันตก ตะวันออก ภาคกลาง (ไม่รวมกรุงเทพฯ) จำนวนห้องพักรวมกันมีสูงที่สุดกว่า 2,500 โครงการ เกินจำนวนทะลุ 1.5 แสนห้อง เป็น 1 ใน 3 ของจำนวนห้องพักที่มีทั้งหมด แต่ก็ยังสามารถประคองสถานการณ์ให้อยู่รอดได้ เพราะกำลังซื้อจากตลาดในประเทศจะกระจุกตัวและเดินทางด้วยความถี่สูงช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โปรแกรมเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้ากลับเย็น 29 จังหวัด ประสบความสำเร็จทางการขาย
นางปวรวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมร้านอาหารไทย กล่าวตรงกันว่า สถานการณ์ธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคารที่มีมูลค่าการลงทุนระหว่าง 50-100 ล้านบาท/โครงการ ทั่วประเทศกว่า 30% กำลังจะขายกิจการทิ้ง มีทั้งกลุ่มเศรษฐีเก่าและเศรษฐีใหม่พร้อมจะอำลาวงการไปปักหลักประกอบธุรกิจอื่นในต่างประเทศ เพราะได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาพเศรษฐกิจ การเมือง ค่าเงินบาท ประการสำคัญต้นทุนเพิ่มกว่า 20% แต่กำลังซื้อหดตัวเกิน 60%
นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพฯ จำกัด เจ้าของบางกอก แอร์เวย์ส กล่าวทำนองเดียวกันว่า ตลอด 8 เดือน ปริมาณผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง 15% ขณะนี้ตลาดในแถบสหภาพยุโรป 26 ประเทศ ต่อต้านการเดินทางมาเที่ยวในประเทศที่มีรัฐประหารและอยู่ระหว่างรอการเลือกตั้งใหม่ได้รัฐบาลมาจากระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าวงจรธุรกิจเมื่อเกิดปัญหารุมเร้าการเสนอซื้อขายกิจการทิ้งย่อมปรากฏขึ้นอย่างแน่นอน
นายเดวิด กิบสัน ซีอีโอ Jones Lang LaSalle Hotels กล่าวว่า จากการทำผลสำรวจการลงทุนในธุรกิจโรงแรม (Hotel Investor Sentiment Survey : HISS) สรุปว่าจากการสำรวจทั้งหมด 29 ตลาด พบ 24 ตลาดเล็งเห็นตรงกันเกี่ยวกับวงจรการลงทุนในรอบ 7 ปีนี้ถึงฤดูที่โรงแรมในแถบออสเตรเลียและเอเชียซึ่งมีไทยเป็น 1 ในกลุ่มนี้มีการซื้อและบอกขายกิจการเพิ่มมากขึ้น ผู้ซื้ออย่างต่ำ 4 กลุ่มยืนยันว่า มีโรงแรมเกือบทุกแห่งเสนอขายโครงการเข้ามาในตลาดเป็นสัญญาณเตือน หากประเมินในเชิงบวกก็เป็นพัฒนาการของการค้าขายธุรกิจโรงแรม โดยมีกลไก 2 ตลาดหลักจากนักลงทุนกลุ่มที่กระตือรือร้น และกลุ่มทุนที่ต้องการเข้าตลาดทางลัด พื้นที่เป้าหมายอันดับแรกอยู่ในโตเกียว ญี่ปุ่น และซิดนีย์ ออสเตรเลีย
อย่างไรก็ตามวงจรการตลาดการเสนอขายกิจการโรงแรมในเมืองไทยปัจจุบันมีกลุ่มทุนจากต่างประเทศเกินกว่า 40% เข้าซื้อกิจการ ทั้งจากสิงคโปร์ ฮ่องกง แคนาดา สหรัฐอเมริกา และน้องใหม่ตะวันออกกลาง
หน้า 33
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
