คอลัมน์ พาทัวร์ไออุ่น วันแม่ 12 สิงหาคมปีนี้เป็นโอกาสดีของชาวเหนือแม่กับลูกจูงมือครอบครัวเข้าไปเดินสูดอากาศกลางปอดธรรมชาติโครงการขนาดใหญ่ พืชสวนโลกราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ หลังมหกรรมนิทรรศการแสดงพืชสวนโลกปิดฉากลงเมื่อ 31 มกราคม 2550 ดึงความสนใจผู้คนกว่า 3.8 ล้านคน ดูดเม็ดเงินเข้าสู่ภาคเหนือตอนบนกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท
แล้ว กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลบไปเลียแผลใจมากว่าครึ่งปี เคลียร์ความแคลงใจของหลายฝ่าย ผลักดันเมกะโปรเจ็กต์สวนแห่งนี้ที่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น สวนเฉลิมพระเกียรติราชพฤกษ์ 2549 ระยะนี้กรมใจจดจ่อเพราะเสนอแผนฉบับปรับปรุงใหม่ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตั้งมูลนิธิหรือตั้งองค์กรใดเข้ามาดูแล และขออนุมัติใช้เงินปรับโฉมใหม่เพิ่มอีก 40 ล้านบาท ภายใน 2 เดือน ก็สามารถเนรมิตทุกอย่างเสร็จ
ระหว่างรอ ครม.กรมวิชาการเกษตรก็นำงบฯ 3 ล้านบาท ทำไปพลางๆ เพราะค่าดูแลรักษาและจ้างงานมีต้นทุนเดือนละ 5 ล้านบาท เตรียมการว่าเดือนธันวาคม 2550 จะนำฤกษ์วันสำคัญเปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ใช้อย่างคุ้มค่า ก่อนจะเดินหน้าสร้างความยิ่งใหญ่ในฐานะ ศูนย์เรียนรู้พันธุ์ไม้ท้องถิ่นและระดับโลก นานาชนิดที่เริ่มชูช่อรอรับนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างประเทศ
สวนแห่งนี้ปัจจุบันก็เปิดให้เข้าชมโดยมีกติกาว่า จะต้องทำหนังสือแจ้งมายังกรมล่วงหน้า และต้องมาเป็นหมู่คณะ 40 คน/กลุ่ม/ครั้ง ขึ้นไป เพราะต้องเตรียมเจ้าหน้าที่และรถรางบริการสามารถรับได้ถึง 1,000 คน/วัน หากจัดทำระบบสมบูรณ์มีพนักงานเพียงพอบริหารเป็นสถานที่ท่องเที่ยววันธรรมดาก็รับได้ถึง 1 หมื่นคน จัดอีเวนต์พิเศษหมุนเวียนได้ถึง 40,000 คน
แม้วันนักขัตฤกษ์หรือวันสำคัญ เช่น วันแม่ 12 สิงหาคม 2550 ก็เปิดให้ประชาชนเข้าชม หรือบางครั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ก็หาอีเวนต์ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมท้องถิ่นได้ผลดีมาก อย่างงานแสดงสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ภาคเหนือ ได้รับความสนใจตลอดงานกว่า 4 หมื่นคน
อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อธิบดี กับ จิรากร โกศัยเสวี รองอธิบดี กรมวิชาการเกษตร ถอดสูทเป็นมัคคุเทศก์พานั่งรถรางไม้เพนต์สีสดใสชมทั่วบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติราชพฤกษ์ 2549 กว่า 40 ชีวิตลุยแดดตะลอนดูอาณาจักรพันธุ์ไม้ที่ยังมีรูปร่างและความมีชีวิต
ในที่ดินกว้างกว่า 400 ไร่ เป็นต้นไม้ 300 ไร่ อาคาร 100 ไร่ กิจกรรมที่จะเสริมเข้าไปใหม่เร็วๆ นี้ ก็มี 3 อย่าง คือมีมุมพักผ่อน มีพื้นที่ แสดงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เช่น ออกแบบปลูกพืชทดแทนและพลังงานหมุนเวียน และมีทุกส่วนตอบสนองการท่องเที่ยว ช่วงหยุดพักฟื้นกรมวิชาการเกษตรพรวนดินใส่ปุ๋ยดูแล โครงสร้าง รักษา พันธุ์ไม้ เขียวขจีคงสถาปัตยกรรมภาพศิลป์ฝังอยู่ในงานสวนสวยงามดังเดิม เริ่มต้นทาง เนินราชพฤกษ์ เนินดินสูงปูทางขึ้นด้วยหินมีราวบันไดไม้กั้นกลางเป็นสัญลักษณ์ทางขึ้นขวาทางลงซ้ายเป็นจุด ชมวิว หรือ birdeye view
ทอดสายตามาข้างล่างทาง ปีกขวา จะเห็นสวนองค์กรของเอกชนและสวน ต่างประเทศ ซึ่งเจ้าของยกให้เป็นสมบัติ คนไทยเรียบร้อยแล้ว ทั้ง 2 ส่วนมีแผนงานจะปรับปรุงมากสุด เพราะเป็นจุดขายหลักของโครงการ อีกมุมคือ หอคำหลวง สอดสายตาบริเวณ กลางพื้นที่ เห็นลานราชพฤกษ์กว้าง และลานรูปรักบี้รายล้อมด้วยสวนไม้ดอก เหลียวมาทาง ปีกซ้าย เห็นหลังคา เรือนร่มไม้
ปีนลงมาจากเนินราชพฤกษ์วกเข้าไปดู หอคำหลวง ไม่ต้องฉายซ้ำก็พอจะรู้ ภายในชั้นสองมีภาพเขียนฝาผนังพระราชกรณียกิจ ชั้นล่างคล้ายพิพิธภัณฑ์โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ดิน ป่า น้ำ ลม
บริเวณพื้นที่ สวนต่างประเทศ กรมมีแผนงานจะหารือกับสถานทูตแต่ละประเทศเพิ่มการนำไฮไลต์ทางวัฒนธรรมและสินค้าพื้นเมืองมาจัดแสดง ส่วน สวนองค์กรเอกชน บางแห่งจะรักษาสภาพไว้ หลายแห่งจะปรับใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงการเรียนรู้มากที่สุด เล่าอย่างไรก็ไม่หมด นอกจากจะลองไปสัมผัสด้วยตนเอง สอบถามเพิ่มเติม 0-2941-4260-2
หน้า 35
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
