โรงแรมสร้างใหม่ 4,000 ห้องสะดุดรอตั้งหลักพร้อมเศรษฐกิจและการเมือง สมาคมโรงแรมไทย หรือ ทีเอชเอ หวั่นการก่อสร้างเสร็จล่าช้า ตลาดหนีไปเวียดนามมีรัฐบาลหนุนพร้อมแข่งด้านท่องเที่ยว ทั้งประเทศไฟเขียวขึ้นค่าห้อง 5% รับ ไฮซีซั่นตุลาคมนี้ และถกไม่เลิกกฎหมายคุมเข้มอาคาร และมาตรฐานหน้ากากกันไฟ ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการพุ่งกว่า 3,000 ล้านบาทนายประกิจ ชินอมรพงษ์ อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย (Thai Hotels Association : THA) เปิดเผยว่า ปี 2550 โรงแรมที่มีโครงการจะก่อสร้างห้องพักเพิ่ม 3,000-4,000 ห้อง กำลังเผชิญปัญหาชะลอตัวรอดูภาพรวมเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปถึงการเปิดบริการล่าช้ารองรับความต้องการของตลาดไม่ทันเหมือนทุกปีที่ผ่านมา เปรียบเทียบขีดความสามารถทางการแข่งขันไทยจะตกเป็นรองเวียดนามคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวกำลังมาแรง โดยเฉพาะการก่อสร้างห้องพัก รัฐบาลเวียดนามเข้ามาช่วยลงทุนรองรับการขายท่องเที่ยวเต็มที่
ส่วนสถานการณ์ขายห้องพักเมืองไทยตั้งแต่เริ่มฤดูท่องเที่ยวตุลาคมนี้เป็นต้นไป โรงแรมทั่วประเทศจะปรับราคาขึ้นอีกประมาณ 5% ต่ำกว่าความต้องการของทุกโรงแรมเรียกร้องขอขึ้นราคาเท่ากับทุกปีเพิ่มเฉลี่ย 10% เพราะผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งทำให้มีรายได้ลดลง ตลาดในประเทศที่มีค่าเงินผูกกับดอลลาร์สหรัฐ เช่น ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ อเมริกา แต่นักท่องเที่ยวตลาดใหญ่จากยุโรปกระทบน้อยมาก ไทยมีแม่เหล็กดึงกำลัง ซื้อเพราะนักท่องเที่ยวใช้เงินได้คุ้มค่ามากกว่าสิงคโปร์ หรือฮ่องกง
แนวทางแก้ปัญหา สมาคมโรงแรมเสนอให้สมาชิกจัดแพ็กเกจที่พักโดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ ดึงดูดลูกค้า เช่น แพ็กเกจที่พัก 3 วัน 2 คืน พร้อมดินเนอร์ เป็นการปรับตัวสู้กับปัจจัยลบรอบด้านที่ทำให้ยอดเข้าพักโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวหลายแห่งลดลงไป โดยเฉพาะกรุงเทพฯลดลง 10% เฉพาะกรกฎาคมเพียงเดือนเดียวลดลง 5-6% เช่นเดียวกับพัทยาลดลง 10%
สภาพปัญหาขณะนี้ โรงแรมไทยเผชิญกับ 3 เรื่องใหญ่ คือ 1.ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศ มีผลกระทบอย่างมากในตลาดที่อ่อนไหว เช่น ญี่ปุ่น 2.ค่าเงินบาทแข็ง และ 3.การเปิดใช้สนามบิน 2 แห่งพร้อมกันที่สุวรรณภูมิและดอนเมือง นอกจากนี้ยังมีปัญหาจากกฎหมายอีกหลายข้อที่บังคับใช้ เช่น พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย โรงแรมต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบเฉลี่ย 1,000 บาท/ห้อง กฎหมายที่ระบุให้โรงแรมทุกแห่งต้องมีหน้ากากป้องกันควันห้องละ 2 ชุด ต้องเสียค่าใช้จ่ายรวมทั้งประเทศ 3,000 ล้านบาท ตามที่นายชนินทร์ โทณวณิก นายกสมาคมโรงแรมไทย ตั้งกระทู้ถามไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้ว ระหว่างนี้กำลังรอคำตอบ
อย่างไรก็ตามในการประชุมสมาคมโรงแรมไทยประจำเดือนเมื่อ 27 กรกฎาคม 2550 สมาชิกส่วนใหญ่เสนอให้หน่วยงานท้องถิ่นผู้ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ทำหน้าที่ตรวจสอบแบบอาคารให้เป็นไปตามกฎหมายโรงแรม เพื่อจะไม่ได้ต้องจ้างผู้ตรวจสอบอาคารมาตรวจสอบซ้ำซ้อนภายหลังและทำให้โรงแรมแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
แต่นายสุรพล พงษ์ไทยพัฒน์ วิศวกรใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงว่า พ.ร.บ.ที่ออกมาเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก และมีผลบังคับใช้กับอาคารทั้ง 9 แบบ ไม่ได้เลือกปฏิบัติกับธุรกิจโรงแรมเพียงสาขาเดียว แต่ยังรวมถึงอาคารของหน่วยงานราชการ ส่วนแนวทางแก้ไขไม่ให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อนจะหารือกับระดับผู้กำหนดนโยบายต่อไป
หน้า 35
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
