ก.ท่องเที่ยวฯเข็นไม่รอดโปรเจ็กต์ ฟิล์ม โลเกชั่น รายได้ทรุดเหลือไม่ถึง 500 ล้านบาท ทำแผนแก้เกี้ยวตั้งศูนย์บริการวันสต็อปเซอร์วิส เปลี่ยนกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจากหนังฟอร์มยักษ์ระดับโลกเป็นเพียงภาพยนตร์โฆษณาสินค้า สารคดี ก็เหลือเฟือแล้ว มาเลเซีย สบช่องทุ่มทุนชิงขายสถานที่เที่ยวเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์แข่งทุกชาติในเอเชียผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลในแถบประเทศอาเซียนและเอเชียวางกลยุทธ์ขยายการท่องเที่ยวโดยมีนโยบายนำสถานที่ท่องเที่ยวเปิดให้ภาพยนตร์ระดับนานาชาติเข้าไปถ่ายทำ (film location) เผยแพร่ภาพลักษณ์เป็นแรงจูงใจกระตุ้นให้ทั่วโลกที่ชมภาพยนตร์สนใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังสถานที่เหล่านั้นเพิ่มขึ้น ประเทศล่าสุดคือมาเลเซีย ทุ่มทุนหลายพันล้านบาทวางตำแหน่งที่จะเป็นศูนย์ถ่ายทำภาพยนตร์ดังของโลก พร้อมทั้งโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ตามมหกรรมงานมาร์ต งานเทรด ระดับนานาชาติ อาทิ อาระเบียน แทรเวล มาร์ต 2007
แตกต่างจากไทยริเริ่มโครงการยกระดับประเทศเป็นฟิล์ม โลเกชั่น มากว่า 5 ปี นอกจากจะไม่ประสบความสำเร็จตามเป้ายังต้องถอยหลังกลับมาตั้งหลักปรับขนาดโครงสร้างกลุ่มเป้าหมายจากหนังฟอร์มยักษ์ระดับฮอลลีวูดเหลือเล็กลงกลุ่มสารคดี โฆษณาสินค้า แต่เน้นความถี่ในการเข้ามาถ่ายทำ
นางธนิฎฐา มณีโชติ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ที่จะผลักดันแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ (film location) สถานการณ์รายได้ครึ่งปี 2550 เหลือเพียง 487 ล้านบาท ลดลงถึง 40% จากปีที่ผ่านมาทำได้ 1,926 ล้านบาท มีภาพยนตร์เข้ามาถ่ายทำรวม 491 เรื่อง ล่าสุดเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ภาพยนตร์ต่างประเทศมีมติขอปรับกลยุทธ์ใหม่ 3 ส่วน ส่วนแรก ลงทุนจัดตั้งศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส ส่วนที่สอง เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายเป็นการกระตุ้นให้ต่างประเทศเข้ามาถ่ายภาพยนตร์โฆษณา มิวสิกวิดีโอ สารคดี แทนที่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ และส่วนที่สาม หันมาเน้นให้บริษัทที่เข้ามาถ่ายทำจ้างแรงงานไทยเป็นตัวประกอบภาพยนตร์แต่ละเรื่อง
ส่วนแผนปฏิบัติการของศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส เปิดให้บริการกรกฎาคมนี้ โดยมีบุคลากร 19 คน รับผิดชอบ ดูแลการประสานงานร่วมหน่วยงานเกี่ยวข้องโดยตรง 4 กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมศิลปากร และแรงงาน ขณะที่ขั้นตอนการออกใบอนุญาตการเข้าไปใช้สถานที่ถ่ายทำแต่ละแห่ง กลุ่มแรก โฆษณาสินค้า รายการโทรทัศน์ มิวสิกวิดีโอ สารคดีทั่วไป เนื้อหาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศ จะใช้เวลาพิจารณา 3 วัน กลุ่มสอง ภาพยนตร์เรื่องยาว และสารคดีที่มีเนื้อหาละเอียดอ่อนจะต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างน้อย 15 วัน
ขณะนี้คณะกรรมการอำนวยการศูนย์บริการภาพยนตร์ต่างประเทศกำหนดนโยบายชัดเจนว่า หลังจากเปิดศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสแล้ว ปรับโครงสร้างการดำเนินงานใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน จากนั้นให้ประกาศแก่ทั่วโลกว่าการเข้ามาใช้สถานที่ท่องเที่ยวเมืองไทยถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องยาวจะได้ใบอนุญาตภายไม่เกิน 15 วัน
นางวรรณสิริ โมรากุล ผู้อำนวยการกองกิจการภาพยนตร์ กล่าวว่า แผนประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ขณะนี้กำลังดำเนินการด้านภาพและข้อมูลบรรจุใส่ ThumbDrive แบ่งตามหมวดหมู่เด่นของพื้นที่ อาทิ ภูเขา โบราณสถาน สะพาน เพื่อให้ผู้ผลิตภาพยนตร์นำไปใช้ได้อย่างสะดวก ในปี 2550 จะเริ่มทำข้อมูลประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสานและภาคกลาง ปี 2551 จะขยายไปยังภาคเหนือและภาคใต้ ตั้งเป้าจะ นำไปเผยแพร่ในงานเทศกาลภาพยนตร์ปูซาน เกาหลีใต้ ตุลาคมนี้
หน้า 35
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
