บอร์ดบริหารแอร์ไลน์ BAR ออกโรงเตือน ทอท. คลี่คลายทุกปัญหาในสุวรรณภูมิด่วนจี๋ เหตุเพราะสายการบินต่างชาติสุดทน ภายใน 4-5 ปีนี้ หยุดเพิ่มความถี่มาไทยหันไปขยายจุดบินใหม่ในจีน อินเดีย เวียดนามนายไบรอัน ซินแคลร์-ธอมป์สัน ประธานคณะกรรมการตัวแทนผู้บริหารสายการบิน (broad of airlines representative : BAR) ประเทศไทย และในฐานะผู้จัดการทั่วไป สายการบินสวิสแอร์ ประจำประเทศไทย พม่า กัมพูชา ลาว และเวียดนาม เปิดเผยว่า ผลจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดใช้สนามบินกรุงเทพฯคู่กัน 2 แห่ง สุวรรณภูมิ และดอนเมือง โดยไม่สามารถปรับปรุงบริการด้านจราจรทางอากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกการเข้า-ออกให้ดีขึ้นได้ ทั้งที่ความต้องการขยายตลาดท่องเที่ยวจากยุโรป และสายการบินนานาชาติจากทั่วโลกเพิ่มผู้โดยสารเข้าไทยยังมีอยู่มาก แต่ด้วยอุปสรรคดังกล่าวส่งผลให้แนวโน้ม 4-5 ปีนี้ สายการบินต่างๆ จะไม่เพิ่มเที่ยวบินมายังไทยแต่หันไปเปิดจุดบินในประเทศอื่นแทนเกือบทั้งหมด
ปี 2550 สวิสแอร์จึงหันไปเพิ่มเส้นทางบินในเอเชียเข้าจีน อินเดีย และเวียดนาม แทนเมืองไทย และหาก ทอท.จะผลักดันสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาคเอเชีย จะต้องดำเนินนโยบายใช้สนามบินแห่งชาติเพียงแห่งเดียวให้มีบริการที่ดีเยี่ยม พร้อมทั้งควรคำนึงถึงผลกระทบรายได้จากนักท่องเที่ยวยุโรป เนื่องจากการเปิดใช้ดอนเมืองภารกิจหลักเป็นเพียงอำนวยความสะดวกแก่ สายการบินในประเทศและสายการบินต้นทุนต่ำ (low cost airlines) รายได้เปรียบเทียบกับตลาดหลักยุโรปแทบไม่ได้เลย เพราะโลว์คอสต์แอร์ไลน์สร้างรายได้เข้าประเทศน้อยกว่ามาก
ทอท.ควรเร่งแก้ปัญหาทางวิ่ง หรือ runway สุวรรณภูมิให้รองรับเที่ยวบินได้มากขึ้น และควรเตรียมขยายพื้นที่อาคารผู้โดยสารในส่วนกลาง หรือ midfield terminal เพื่อรองรับผู้โดยสารต่อเครื่องบิน (transit passenger) มีสูงถึง 70% แต่ปัจจุบันที่สนามบินสุวรรณภูมิต้องใช้เวลากว่า 75 นาที ทั้งที่ตามมาตรฐานใช้เพียง 30 นาที หรือแม้แต่สนามบินดอนเมืองใช้ไม่เกิน 60 นาที
ปัญหาอีกข้อที่ทำให้สายการบินชะลอการตัดสินใจเดินทางมาไทยคือ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมนำเครื่องขึ้น-ลงจอด (landing fee) คิดอัตราสูงกว่าประเทศอื่น 15-20% ทำให้สายการบินอื่นหันไปเพิ่มเที่ยวบินลงประเทศใกล้เคียง เช่น สนามบินกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ทำข้อเสนอลดราคาจูงใจ 5%
ในขณะที่รายละเอียดปัญหาต่าง ๆ ภายในสุวรรณภูมิทั้งแต่เปิดใช้งานมาจนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับการปรับปรุงตามที่สายการบินเคยเสนอไปยัง ทอท.หลายครั้งด้วยกัน
ซิลแคลร์กล่าวว่าการแก้ปัญหาสนามบินไทยเป็นความท้าทายสูงสุด จะต้องทำให้เร็วที่สุดเพื่อรับมือกับคู่แข่งอย่างเวียดนาม ที่กำลังสร้างสนามบินแห่งชาติที่โฮจิมินห์ซิตี รองรับผู้โดยสารได้ 100 ล้านคน/ปี สายการบินต่างๆ ก็ไม่ต้องการเห็นการต้องย้ายฐานการบินจากกรุงเทพฯไปโฮจิมินห์ รายละเอียดปัญหาทั้งหมดคณะกรรมการตัวแทนสายการบินจะเสนอ ททท.ในเร็ววันนี้อีกครั้ง
หน้า 35
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
