สกู๊ปการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดแผนปฏิบัติการตลาดท่องเที่ยวประจำปี 2551 ที่จะนำมาใช้ใน 3 เดือนข้างหน้า ระหว่าง 1 ตุลาคม 2550-30 กันยายน 2551 เป้าหมายที่จะต้องรวมใจผนึกความคิด สร้างความร่วมมือทำ ยอดรายได้ 9.8 แสนล้านบาท เป็นอุตสาหกรรมหลักจะกระจายเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวเข้าไปฟื้นฟูเศรษฐกิจภาพรวมช่วงขาลงของประเทศจากระดับรากหญ้าจนถึงธุรกิจระดับหลายพันล้านบาท
พึ่ง 7 มหัศจรรย์เที่ยวเมืองไทย
พรศิริ มโนหาญ ผู้ว่าการ ททท. จุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดต่างประเทศ จารุบุณณ์ ปาณานนท์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ อักกะพล พฤกษะวัน รองผู้ว่าการด้านวางแผน และทีมผู้อำนวยการ ททท.ภูมิภาค
ทีมของ ททท.ทั้งหมดร่วมกันวางตำแหน่ง สินค้าท่องเที่ยว ที่จะไฮไลต์ธีมการขาย 7 สิ่งมหัศจรรย์เมืองไทย ในเวทีโลก ประกอบด้วย มหัศจรรย์ที่ 1 : มรดกโลก อุทยานประวัติศาสตร์ เมืองโบราณสถาน โบราณวัตถุทั้งหมด มหัศจรรย์ที่ 2 : วิถีไทย อาหาร ชีวิตริมน้ำ เมืองพุทธ ศูนย์รวมวัดศักดิ์สิทธิ์ มหัศจรรย์ที่ 3 : ธรรมชาติ (nature) เชิงผจญภัย เชิงนิเวศ เชิงการประหยัดพลังงาน และการเก็บเมืองไทยให้สวยงาม
มหัศจรรย์ที่ 4 : เทศกาลและความมันส์ (fest & fun) ประเพณีระดับท้องถิ่นปีละกว่า 300 งาน ระดับนานาชาติ ดนตรี กีฬา สวนสนุก ระดับโลก สงกรานต์ ลอยกระทง มหัศจรรย์ที่ 5 : กระแสนิยม (trendy) ที่พักสมัยใหม่สไตล์ บูติครีสอร์ต ชิกโฮเต็ล ฮิปโฮเต็ล มหัศจรรย์ที่ 6 : สุขภาพบำบัดและการรักษา (medical & wealthness) มหัศจรรย์ที่ 7 : ความหลากหลายทางทะเล จะแยกให้แตกต่าง 3 สไตล์ คือ หาดทรายชายทะเลใกล้ชิดธรรมชาติ เช่น ภูเก็ต หาดทรายชายทะเลเฮฮา เช่น พัทยา หาดทรายชายทะเลสงบมีความเป็นส่วนตัว เช่น หัวหิน
จากการตั้งเป้าดูดเงินตลาดต่างประเทศปี 2551 ถึง 6 แสนล้านบาท โดยพึ่งการขับเคลื่อนของ ททท.ภูมิภาคต่างประเทศ 3 พื้นที่ ผลิตเค้กก้อนใหญ่สุด 540,300 ล้านบาท ได้แก่ พื้นที่ 1 อาเซียน + เอเชียใต้ + แปซิฟิกใต้ 138,400 ล้านบาท พื้นที่ 2 เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ 160,300 ล้านบาท พื้นที่ 3 ยุโรป + ตะวันออก กลาง + แอฟริกาใต้ 241,600 ล้านบาท
ผู้นำ ทั้งภูมิภาคต่างประเทศทั้ง 3 คน ยืนยันกับ ประชาชาติธุรกิจ เป็นเสียงเดียวกันว่า ด้วยขีดความสามารถของสินค้าท่องเที่ยวไทย ผนวกกับความเข้มแข็งเรื่อง เครือข่ายพันธมิตร ในและต่างประเทศ แม้จะเผชิญกับสถานการณ์การเมืองและปัจจัยกดดันอีกหลายอย่างไม่นิ่ง แนวโน้มอัตราการเติบโตของ สายการบิน แบบประหยัด (lowcost) ในภูมิภาคเอเชีย และสายการบิน พรีเมี่ยมจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นประตูการบินระหว่าง เอเชีย-ยุโรป-ไทย เป็นแรงเสริมตลาดการเดินทางท่องเที่ยวฉลุยได้ตามเป้า
โชว์ทีเด็ด อาเซียน-เอเชีย-ยุโรป
นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ ผู้อำนวยการ ททท. ภูมิภาคอาเซียน-เอเชียใต้-เอเชีย-แปซิฟิกใต้ กล่าวกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า ทั้ง 3 พื้นที่ ผู้อำนวยการประจำสำนักงาน ททท.ต่างประเทศทำงานเต็มที่ อาเซียน 81,000 ล้านบาท มาเลเซียกับสิงคโปร์เป็นเค้กก้อนใหญ่ที่สุดแม้ช่วงนี้จะลดลงบ้าง แต่มีโลว์คอสต์ แอร์ไลน์เปิดใหม่ 4-5 แอร์ไลน์ ททท.ทุกสำนักงานทำกิจกรรมโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เช่น ททท.สิงคโปร์ทำโฆษณาติดรถบัส ฉายหนังท่องเที่ยวในร้านแมคโดนัลด์ ภายในปีนี้นักท่องเที่ยวจะกลับเป็นบวกอีกครั้ง
ที่เหลือเชื่อคือตลาดพม่าโตแบบก้าวกระโดดหลังมีสายการบินใหม่เปิดบินเข้ากรุงเทพฯ เช่น ปะกันแอร์ไลน์ มัณฑะเลย์แอร์ไลน์ส ปีนี้สถิติพม่าเดินทาง 67,000 คน ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิกว่า 65,000 คน ผ่านชายแดนเพียง 1,000 คนเท่านั้น
ส่วนภูมิภาค เอเชียใต้ ตั้งเป้าไว้ 22,000 ล้านบาท ตลาดอินเดียมีศักยภาพสูงมาก ได้เจ็ตแอร์เวย์ขณะนี้บิน กรุงเทพฯ-เดลี และกัลกัตตา เมืองละ 3 เที่ยว/สัปดาห์ ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2550 จะบินเพิ่มเมืองละ 7 เที่ยว/สัปดาห์ เห็นชัดว่าตลาดจะฉลุย ตามแผนระหว่างวันที่ 3, 5, 7 กันยายนนี้ เป็นงานใหญ่สุดครั้งแรกของ ททท.จะนำทัพภาคเอกชนท่องเที่ยวไปโรดโชว์อินเดีย 3 เมือง บังคาลอร์ เดลี บอมเบย์ และภูมิภาค แปซิฟิกใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป้า 35,000 ล้านบาท ตลาดนี้แข็งแกร่งมาก มีเที่ยวบินมหาศาล นักท่องเที่ยวเพิ่มปีละ 10-15%
นายสาธิต นิลวงศ์ ผู้อำนวยการ ททท.ภูมิภาค ยุโรป-ตะวันออกกลาง-แอฟริกา กล่าวกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า ประเมินสถานการณ์จากเทรนด์ตลาดทั่วโลก กลยุทธ์ที่จะทำกับทั้ง 3 ภูมิภาค อันดับแรกต้องขายเมืองไทยให้เป็นเส้นทางเที่ยวได้ตลอดทั้งปี หรือ year round destination วิธีทำมีตั้งแต่ 1) หาตลาดทดแทนนอกฤดูกาลเดินทาง เริ่มจากการใช้ฐานจากประเทศหลัก ทางฝั่ง ยุโรป เริ่มที่ฝรั่งเศสขยายพื้นที่ขายเมืองไทยไปยังเมืองรอบ ๆ เช่น โมร็อกโก แอลจีเรีย ตูนิเซีย เคยนำบริษัททัวร์และสื่อไปสำรวจตลาดมีกำลังซื้อ ทางฝั่งยุโรปตะวันออกกำลังทำ 2 เรื่อง คือหาพันธมิตรและเจรจาบินเช่าเหมาลำ ทางฝั่ง ตะวันออกกลาง ขณะนี้ ททท.ทำข้อตกลงกับสายการบินตะวันออกลางทุกสาย ทั้งเอมิเรตส์ เอธิฮัด กาตาร์แอร์เวย์ จะร่วมเป็นทีมเดียวกันทำกิจกรรมส่งเสริมตลาด
2) สร้างแรงจูงใจตลาดแต่ละประเภทด้วยราคาและโปรดักต์ ต้องหารือกับสายการบินทำ ราคาโปรโมชั่นร่วมกับบริษัททัวร์และอาศัยเครือข่ายแอร์ไลน์ช่วยขาย 3) เจาะตลาดเทรนด์ใหม่ของโลกกำลังมาแรงสามารถเดินทางได้ทุกเมื่อโดยไม่มีเงื่อนไข 5 กลุ่ม PINK DOLLAR ชอบเที่ยวกับเพศเดียวกันเรียกรวมว่า GLBT : เกย์ เลสเบียน ไบเซ็กชวล และแปลงเพศ กลุ่ม DINK : double Income No Kid แต่งงานแต่ไม่มีลูก กลุ่มฮันนีมูน กลุ่ม COUPLE เป็นคู่หญิงกับหญิง หรือชายกับชาย และ 4 ) การขายตรง ก็ต้องใช้ศักยภาพของสำนักงานทุกแห่งทำงานหนักร่วมกับสายการบิน
เอเชียตะวันออกเฉียเหนือหืดจับ
นายสรรเสริญ เงารังษี ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก กล่าวว่า เป้ารายได้ตั้งไว้ 160,300 ล้านบาท หรือคิดเพิ่มเป็น 9.23% นับเป็นอัตราสูงมากเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะ ตลาดญี่ปุ่น เป้า 55,300 ล้านบาทนั้น จึงต้องโหมการประชาสัมพันธ์ ปรับกลยุทธ์ตลาดใหม่ เน้นขายสินค้าที่มีคุณภาพอย่างบูติคโฮเต็ล รีสอร์ต กอล์ฟ สปา ซึ่งมากับภาพลักษณ์หรูหราทันสมัยเป็นเอกลักษณ์ เพื่อดึงรายได้เฉลี่ยต่อคนให้สูงขึ้น 10-15% โดยเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจเฉพาะ (niche) เช่น กอล์ฟหญิง ทัวร์นักเรียน และกลุ่มผู้สูงอายุปี 2551-2552 จะมีจำนวนผู้เกษียณถึง 8.7 ล้านคน
เน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง จะร่วมกับบริษัท เอ็นทีที โดโคโมะ ยักษ์ใหญ่ด้านการสื่อสารจัดแคมเปญ อะเมซิ่ง บาร์โค้ด ลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์พร้อมแถบบาร์โค้ดซึ่งผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่มีฐานอยู่กว่า 5 ล้านเลขหมาย สามารถใช้เครื่องโทรศัพท์อ่านบาร์โค้ดและแปลงเป็นข้อมูลโปรโมชั่นการท่องเที่ยวในไทย
ตลาดจีน ตั้งเป้า 34,350 ล้านบาท เตรียมเกาะกระแสโอลิมปิกเกมส์ 2008 จับมือกับพันธมิตรการบินไทยและวีซ่าเสนอแพ็กเกจพิเศษนักธุรกิจที่ซื้อตั๋วในเส้นทางยุโรป-กรุงเทพฯ-ปักกิ่ง และปักกิ่ง-กรุงเทพฯ-ยุโรป ขณะที่บริษัทวีซ่าจัดโครงการ เที่ยวเมืองไทยก่อนไปโอลิมปิก เจาะกลุ่มลูกค้าบัตรวีซ่ารับตั๋วเข้าชมโอลิมปิกเกมส์ที่แจกทั้งหมด 1,000 ใบ
ตลาดเกาหลี เป้าหมาย 40,300 ล้านบาท มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นในปีหน้า หากสายการบินเอเชียน่าซึ่งกำลังศึกษาเส้นทางบินตรงจากอินชอน-กระบี่ ตัดสินใจเปิดเส้นทางเข้ามารับฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่ปลายปีนี้ โดยคาดว่าสายการบินจะใช้เวลาศึกษาแล้วเสร็จภายใน 4-5 เดือนนี้
ขณะที่แผน ตลาดในประเทศ ทำแบบเรียบง่าย แต่ละภาคชูธีม 7 มหัศจรรย์เที่ยวเมืองไทย นำสถานที่เที่ยวในแต่ละจังหวัดมาจัดให้เข้ากลุ่ม จากนั้นก็เจรจากับบริษัททัวร์ผลิตแพ็กเกจ โดยมีแคมเปญแต่ละภาคแต่ละฤดู สามารถขายได้ตลอดทั้งปี
นายจำลอง รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการ ททท.ภาคเหนือ กล่าวกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า ไฮไลต์ ภาคเหนือ 17 จังหวัด มีความโดดเด่น มหัศจรรย์ วิถีไทย จะชูแหล่งท่องเที่ยวในโครงการพระราชดำริทุกแห่ง จะเลือกสถานที่ใหม่ในแหล่งที่มีอากาศเย็นตลอดปีมาเสนอแก่นักท่องเที่ยว ทำโปรเจ็กต์ใหม่ไฮไลต์ที่ จ.เชียงใหม่ จัดเทศกาลอาหารนานาชาติ มีเชฟชื่อดังระดับโลกมาปรุง เริ่มบุกเบิกจัดครั้งที่ 1 ได้ในเดือนกันยายนนี้
มหัศจรรย์ ธรรมชาติ ล่องเรือแม่น้ำสะแกกรัง แรลลี่เขาค้อ ซื้อพืชเมืองหนาว จ.เพชรบูรณ์ ล่องลำน้ำเข็ก ดูวิถีชีวิตชาวเขามหัศจรรย์ มรดกไทย กำลังเจรจากับหอการค้า จ.น่าน เปิดภาคเหนือด้านตะวันออกเป็นประตูสู่จีน ลาว เวียดนาม นำร่องจัดแรลลี่เข้าไปท่องเที่ยวและสร้างความคุ้นเคยแก่ชุมชนที่มีอยู่ทั้งหมด
ทั้งหมดเป็น แผนปฏิบัติการตลาด ของสำนักงานแกนหลักของ ททท. ผู้กุมชะตาการท่องเที่ยวปี 2551
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
