หึ่ง !! ทอท.เปิดประมูลเอาต์ซอร์ซ ลานจอดรถสุวรรณภูมิ ทีโออาร์พิลึก สเป็กใหม่บริษัท ผู้ยื่นต้องเชี่ยวชาญ ทำความสะอาดสนามบินอินเตอร์ + บริหารที่จอดรถสนามบิน ขั้นต่ำ 3 ปี คุณสมบัติเข้าล็อกขาใหญ่ เอ แอนด์ พี แมเนจ เมนต์ หรือไม่ ? ส่วนมาตรฐานสเป็กถูกตั้งข้อสังเกตต้องรื้อโครงสร้างฝ่ายพัสดุ ทอท.ครั้งใหญ่เสรีรัตน์ ประสุตตานนท์ ผู้อำนวยการสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า นโยบายของ ทอท.ขณะนี้ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกแบบการประกวดราคาจ้างผู้บริหารจัดการลานจอดรถยนต์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะเวลา 2 ปี โดยให้เปิดเผยข้อกำหนด (TOR) ต่อสาธารณะ ระหว่างกลางเดือนมิถุนายน-3 กรกฎาคม 2550 ปัจจุบันฝ่ายบริหารอยู่ระหว่างรอรวบรวมข้อมูลสาธารณะทั้งหมดเพื่อตั้งคณะกรรมการคัดเลือกต่อไป
รายงานข่าวจาก ทอท.กล่าวกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า โครงการจ้างเหมาบริหารลานจอดรถสุวรรณภูมิมีปัญหามาตั้งแต่เริ่มเปิดใช้ในเชิงพาณิชย์ 28 กันยายน 2549 จนถึงขณะนี้ตามเอกสารวันที่ 14 มิถุนายน 2550 ลงนามโดย นางวาสนา หลักคงคา ผู้อำนวยการฝ่ายพัสดุ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ปฏิบัติงานแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่) จัดทำประกาศ การประกวดราคาจ้างผู้บริหารจัดการลานจอดรถยนต์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมทั้งหมด 10 ข้อ
ทีโออาร์ฉบับดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตอย่างกว้างขวางตรงเงื่อนไข ข้อ 2 คุณสมบัติของผู้เสนอราคา มี 4 ข้อย่อย ผลปรากฏว่าข้อย่อย 4 ข้อผิดปกติ และ/หรือทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่าระบุสเป็กเอื้อประโยชน์แก่บางบริษัทอย่างชัดเจนหรือไม่ โดยเฉพาะรายละเอียดทีโออาร์ข้อ 2.4.3 ผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการลานจอดรถโดยใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในการบริหารจัดการและจัดเก็บเงินลานจอด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ หรือศูนย์การค้าชั้นนำ หรืออาคารสำนักงาน สถานที่ใดที่หนึ่งหรือรวมกันไม่น้อยกว่า 2 แห่ง แต่ละแห่งต้องมีพื้นที่จอดรถได้ไม่น้อยกว่า 2,500 คัน และต้องบริหารงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ส่วนข้อ 2.4.4 ผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการรักษาความสะอาด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ หรือศูนย์การค้าชั้นนำ หรืออาคารสำนักงาน สถานที่ใดที่หนึ่งหรือรวมกันไม่น้อยกว่า 2 แห่ง แต่ละแห่งต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 15,000 ตร.ม. และต้องบริหารงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี
รายงานข่าวกล่าวว่า ตามรายละเอียดทั้ง 2 ข้อในทีโออาร์ฉบับนี้ ส่งผลให้ธุรกิจหลายกลุ่มที่สนใจตั้งข้อสังเกตว่า การประมูลครั้งนี้จะโปร่งใสจริงหรือไม่ เนื่องจากกำหนดที่ว่าบริษัทบริหารลานจอดสนามบินจะต้องมีประสบการณ์คู่กัน 2 ข้อ คือเคยบริหารสนามบินนานาชาติ กับต้องเคยรับจ้างทำความสะอาดสนามบินนานาชาติมาก่อน
คุณสมบัติตามทีโออาร์ดังกล่าวไปสอดคล้องกับประสบการณ์ของ บริษัท เอ แอนด์ พี แมเนจเมนต์ จำกัด ผู้รับจ้างเหมาทำความสะอาดสุวรรณภูมิทีมปัจจุบันหรือไม่ และ/หรือแม้ เอ แอนด์ พีฯจะได้รับการร้องทุกข์มาตลอดถึงการบริหารจัดการอาคารได้ไม่สะอาดเพียงพอแต่จนถึงวันนี้ ทอท.กลับไม่ได้ระบุมาตรการเอาผิดอย่างชัดเจน หากหันไปใช้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยอ้างการสร้างห้องน้ำเพิ่มเติมอีกเกือบ 300 ห้อง แต่ในทางกลับกัน ห้องน้ำในสุวรรณภูมิขณะนี้มีมาตรฐานความสะอาดเพิ่มมากขึ้นหรือไม่
นอกจากนี้ทีโออาร์ยังได้กำหนดคุณสมบัติของผู้เสนอราคาอีก 2 ข้อ ซึ่งล้วนเคยสร้างความวุ่นวายกับ ทอท.มาแล้ว อาทิ ข้อ 2.4.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลไทยรายเดียว หรือรวมกลุ่มกันยื่นในลักษณะกิจการร่วมทำงาน (consortium) หรือกิจการร่วมค้า (joint venture) 2.4.2 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลไทย และ/หรือผู้นำกลุ่ม (lead firm) หรือกิจการร่วมค้า ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระเต็มมูลค่าหุ้นแล้วไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท ต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนที่ได้รับรองจากหน่วยงานราชการไทยตามกฎหมาย
การกำหนดคุณสมบัติทั้งเรื่องกิจการร่วมค้าและการชำระมูลค่าหุ้น ก่อนหน้านี้คือต้นเหตุปัญหาโครงการจ้างเหมา (outsource) ด้วยวิธีพิเศษเร่งด่วนสุวรรณภูมิ 48 โครงการ รวมกว่า 200 สัญญา ตามที่ ทอท.เคยอ้างว่า บางโครงการคณะกรรมการคัดเลือกบริษัทมีความชำนาญเฉพาะทางผนวกกับมีเวลาดำเนินการสั้น จึงทำให้การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้สัมปทานบางรายหลุดลอดเข้ามาได้ โดยเฉพาะการเปิดช่องให้ทำในรูปแบบกิจการร่วมค้าระหว่างบริษัทคนไทยกับต่างชาติ ส่วนการชำระเต็มมูลค่าหุ้นก็เช่นกัน ทอท.ถูกร้องทุกข์หลายต่อหลายครั้งว่า บางบริษัทจดทะเบียนตั้งบริษัทล่วงหน้าเพียงไม่กี่วันก่อนจะนำรายชื่อยื่นซองประมูลแข่งขัน
อย่างไรก็ตามโครงการเอาต์ซอร์ซบริษัท บริหารลานจอดรถสุวรรณภูมิของ ทอท.นั้นประสบปัญหามาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มเปิดใช้ 6 เดือนแรก จ้างกลุ่มเซฟโก้บริษัทในเครือ บมจ.ล็อกซเล่ย์ จากนั้นเลิกสัญญาหันไปจ้างบริษัท พลังร่วม จำกัด ของพลอากาศเอกมนัส รูปขจร ผู้มีประสบการณ์บริหารลานจอดและรับจ้างเอาต์ซอร์ซพนักงานรักษาความปลอดภัยในดอนเมืองมากว่า 20 ปี
ทั้งนี้มีรายงานจาก ทอท.ว่า ระหว่าง บริษัท พลังร่วม จำกัด เข้ามาบริหารลานจอดสุวรรณภูมิประมาณ 4 เดือน รายได้ค่าลานจอดรถโดยรวมแทนที่จะเพิ่มขึ้นกลับลดลงกว่า 7 ล้านบาท จนกลายเป็นเหตุผลให้ผู้บริหารสุวรรณภูมิชุดใหม่ใช้บอกเลิกสัญญากับพลังร่วมและขอให้ฝ่ายพัสดุฯทำทีโออาร์ประมูลใหม่ครั้งที่ 20/2550 (ดูตารางประกอบ) แต่ก็ยังเป็นการประมูลที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีช่องว่างให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่าเงื่อนไขเสมือนกำหนดสเป็กให้บางบริษัทได้เปรียบคู่แข่งหรือไม่นั่นเอง
หน้า 32
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
