นายนิพัทธ์ ดิถีเพ็ญ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์เชิงรุกครึ่งปีหลัง กรกฎาคม-ธันวาคมนี้ พุ่งเป้านำกำลังซื้อฉับพลันกลุ่มลูกค้าประชุม (meeting) และได้รับรางวัลเดินทางเที่ยวฟรี (incentive) เจาะทำตลาดตรงเฉพาะกลุ่มและสร้างสินค้าหรือบริการรูปแบบใหม่ระยะสั้นจะปูพรมไปพร้อมกันทั้ง 3 ส่วน คือ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายการขายกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวชูโรง โครงการเปิดทองหลังพระ : ท่องเที่ยวสืบสานโครงการพระราชดำริ (Royal Initia tive Discovery) ด้วยกลยุทธ์การสร้างธีมให้มีสีสันทางจุดขายเป็นแพ็กเกจแตกต่างจากทั่วไป ตั้งแต่ corporate well-being incentives นำเสนอการให้ความรู้เรื่องทรีตเมนต์สปา ควบคู่การรักษาสุขภาพตัวเอง dining-around incentives ชูธีมอาหารไทยพร้อมกิจกรรมการเรียนทำอาหารไทย และ soft adventure for team building เน้นการท่องเที่ยวผจญภัยเบาๆ ในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยวสามารถทำได้เอง เช่น การสอนวิธีเป็นควาญช้าง
เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การส่งเสริมโครงการพระราชดำริฯ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีศักยภาพตลอดแผนแม่บทการท่องเที่ยว 5 ปี พ.ศ.2550-2554 ตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสร้างรายได้รวม 3,100 ล้านบาท กระจายไปตามโครงการนำร่อง 19 แห่ง
นายนิพัทธ์กล่าวว่า กิจกรรมการประชุมและอินเซ็นทีฟจะช่วยเศรษฐกิจระยะสั้นได้ดี เพราะกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นตลาดในเอเชียแปซิฟิก มีส่วนแบ่งมากที่สุดถึง 55% สามารถตัดสินใจใช้จ่ายเงินและวางแผนการเดินทางรวดเร็ว
ครึ่งปีหลัง สสปน.วางโปรแกรมบูม 3 กิจกรรมใหญ่กระตุ้นอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ ได้แก่ 1.Corporate Connection Plus 2.งาน Incentive Travel & Convention} Meetings Asia (IT&CMA) จัดขึ้นควบคู่กับงาน Corporate Travel World-Asia Pacific (CTW) และ 3.งานประชุม 46th ICCA Congress 2007
และการสนับสนุนงาน Muslim Worldex 2007 (การค้า, วัฒนธรรม และความสัมพันธ์) ระหว่าง 7-9 กันยายนนี้ ไทยจะได้ประโยชน์จากการเจรจาธุรกิจโดยตรงกับนักลงทุนชาวมุสลิมผู้มีอำนาจตัดสินใจ เชื่อว่ากิจกรรมนี้จะส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
หน้า 32
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
