คอลัมน์ พาทัวร์โดย นฤมล เกษมสุข
แม่ฮ่องสอน เป็นที่รู้จักกันดีในนาม เมืองสามหมอก ปี 2550 นี้มีโครงการพัฒนาตามพระราชดำริเริ่มหยั่งรากสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนหลายโครงการนำมาสู่การบุกเบิก เส้นทางท่องเที่ยวตามโครงการพระราชดำริ จ.แม่ฮ่องสอน ที่ได้ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ททท.) เข้ามาร่วมเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบ
ประกอบด้วย ศูนย์ศิลปาชีพ จ.แม่ฮ่องสอน โครงการตามพระราชดำริป่าโป่งแดง โครงการพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ (เรือนประทับแรมปางตอง) ศูนย์ไผ่ศึกษาแม่ฮ่องสอน ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูง จ.แม่ฮ่องสอน และศูนย์โครงการจัดหมู่บ้านรวมไทยตามพระราชดำริ (ปางอุ๋ง) อยู่ใกล้ตัวเมืองการเดินทางสะดวก ในอนาคตทางจังหวัดมีแนวคิดจะจัดทำเส้นทางขี่ม้าชมโครงการที่อยู่บริเวณใกล้ๆ กัน เพื่อเชื่อมร้อยเป็นเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ
เช้าในวันฟ้าใสเป็นจุดเริ่มการออกเดินตามเส้นทางดังกล่าวตรง ปางตอง ที่ตำบลหมอกจำแป่ เพิ่งได้รู้ว่า ตอง ในที่นี้หมายถึง ต้นทองหลางป่า ไม้ที่พบเห็นมากในบริเวณนี้ และบนพื้นที่ทั้งโครงการกว่า 5,000 ไร่ เป็นแหล่งความรู้การเพาะพันธุ์พืชและสัตว์นานาชนิด เช่น การเพาะเลี้ยงกุหลาบและดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ที่เบ่งบานสู้สายฝนบริเวณแปลงดอกไม้หน้า เรือนประทับแรม ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ การเพาะเลี้ยงกล้วยไม้หายากพันธุ์พื้นเมือง เอื้องแซะ รวมถึงการเพาะเลี้ยงปลาสเตอเจียนที่ให้ไข่ปลาคาเวียร์ ซึ่งมีอยู่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย
ที่ปางตอง นักท่องเที่ยวจะได้เห็นโครงการซึ่งไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยจะทำได้เอง เช่น การเพาะเลี้ยงแกะขนพันธุ์นำเข้าจากนิวซีแลนด์ จะมีการตัดขนกันเดือนมีนาคมทุกปี เพราะฝูงแกะกว่าร้อยตัวที่อาจไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศฤดูร้อนของแม่ฮ่องสอน ส่วนขนแกะที่ได้ ชาวบ้านจะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเป็นชิ้นงานหัตถกรรม เช่น ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ เหมาะสำหรับเป็นของฝากน่าซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน
หากได้แวะเยี่ยมชมศูนย์ศิลปาชีพแล้ว นอกจากการเลือกซื้อผ้าขนแกะและผ้าทอมือชนิดต่างๆ รวมทั้งสิ้นค้าโอท็อปของจังหวัดแล้ว ไม่ควรพลาดพาไปชมชั้น 2 มีห้องทรงงานพร้อมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ บอกเล่าโครงการพระราชดำริต่างๆ ในจังหวัด เติมเต็มข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเส้นทางต่างๆ ในแม่ฮ่องสอน ส่วนชั้น 3 ซึ่งมีส่วนจัดแสดงวิถีชีวิต เครื่องแต่งกายของชนเผ่าในแม่ฮ่องสอนทั้ง 8 เผ่า เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจชนพื้นเมืองมากขึ้น
ผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวิถีชีวิตแบบพอเพียง ยังสามารถเลือกเที่ยวชม ศูนย์พัฒนาท่าโป่งแดง ที่ตำบลผาบ่อง และโครงการธนาคารอาหารชุมชน (Food Bank) ภายในศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงฯ ที่มีหมู่บ้านในโครงการทดลองใช้ชีวิตกับระบบนิเวศวิทยา และปลูกพืชผักเพื่อการบริโภคด้วยตัวเอง
โครงการทั้งหมดเลือกเยี่ยมชมได้ภายใน 1 วัน แต่ผู้ที่ต้องการดื่มด่ำกับผืนป่าแม่ฮ่องสอน เลือกพักแรมได้ที่ปางอุ๋ง ในเขตหมู่บ้านรวมไทย จะมีบ้านพักขนาดเล็กริมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า อุ๋ง หมายถึง ที่ลุ่มต่ำระหว่างหุบเขาที่มีน้ำขัง หรือจะเลือกกางเต็นท์ฟังเสียงทิวสนในป่าก็ได้
ช่วงฤดูฝนที่อากาศในตัวเมืองยังคงร้อนจัด แต่สำหรับปางอุ๋งมีอากาศเย็นสบายทั้งปี แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า หากเป็นฤดูท่องเที่ยวตั้งแต่ตุลาคม-มกราคม ของทุกปี นักท่องเที่ยวต้องติดต่อ จองที่พักล่วงหน้าเพราะปัจจุบันปางอุ๋งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมไปแล้ว โดยเฉพาะฤดูหนาวที่ปางอุ๋งบรรยากาศจะอบอวลไปด้วยหมอกเรี่ยผืนน้ำ และแสงแดดสะท้อนทิวสนเป็นที่ชื่นชอบของนักถ่ายภาพไม่ว่าจะมืออาชีพหรือสมัครเล่น
หรือถ้าต้องการใกล้ชิดกับวิถีชุมชน ชาวจีนฮ่อเปิดเกสต์เฮาส์ให้บริการที่หมู่บ้านรักไทย ได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับวัฒนธรรมชาวจีนพื้นเมือง และมีอาหารจีนยูนนานให้ลิ้มรสไปพร้อมกับการจิบชาหอมๆ รสกลมกล่อมจากยอดดอย
นอกจากนั้น นักท่องเที่ยวอาจใช้เวลาว่างจากการเยี่ยมชมเส้นทาง แวะผ่อนคลายที่ ภูโคลน แหล่งโคลนสุขภาพและน้ำแร่ที่มีอยู่เพียง 1 ใน 3 ของโลก ที่ตำบลหมอกจำแป่ ไม่ไกลจากเส้นทางโครงการพระราชดำริ เป็นการปิดท้ายให้คลายเมื่อยล้า
แม้การเดินทางสู่เมืองสามหมอกต้องทรหดกับเส้นทาง 1,864 โค้ง และมีเที่ยวบินลงสนามบินอำเภอเมืองเพียง 3 เที่ยว/วัน ถึงอำเภอเมือง และลงที่ อ.ปาย 1 เที่ยว/วัน หากความอุดมสมบูรณ์ผสมผสานกับวิถีวัฒนธรรมพื้นเมือง แม่ฮ่องสอน ก็ยังเป็นเมืองที่น่าเที่ยวตลอดทั้งปี
หน้า 36
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
