ผลงานของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) สั่งอายัดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ครอบครัว ฟาดหางมาถึงธุรกิจสายการบินบริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด กิจการร่วมทุนไทย-ต่างชาติ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าสถานะจริงต่างชาติถือหุ้นเกินกว่ากฎหมายไทยกำหนดหรือไม่ ?เมื่อ 13 มิถุนายน 2550 คณะกรรมาธิการคมนาคมชุดพลเอกบรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธาน ระบุให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินผู้ถือหุ้นรายใหม่ในบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด และขอให้สั่งปิดสายการบินต้นทุนต่ำ ไทย แอร์เอเชีย และ 14 มิถุนายน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยยื่นร้องทุกข์ต่อ คตส.ตรวจสอบข้อกล่าวหา ไทย แอร์เอเชีย ทั้งหมด
เมื่อ 21 มิถุนายน 2550 ทัศพล แบเลเว็ลด์ ระดมเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น 5 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทีมบริหารไทย แอร์เอเชีย เข้ามาซื้อหุ้นกลุ่มชินคอร์ป ทั้งหมดออกไป โดยอ้างว่าได้ธนาคารสวีสสนับสนุนเงินกู้ตัวบุคคลรวม 1,000 ล้านบาท
คมนาคม ปล่อยแอร์ไลน์สต่างชาติเกลื่อน ?
แต่ปัญหาคือ 2 กรม 2 กระทรวงหลัก คือ กรมทะเบียนธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผู้ออกใบอนุญาตจัดตั้งบริษัทกับ กรมการขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคม ผู้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการบินพาณิชย์ (AIR OPERATING CIRTIFICATE : AOC) หน่วยงานที่รับผิดชอบการออกใบอนุญาตได้มีปฏิกิริยาต่อภารกิจควบคุมธุรกิจการบินต่างชาติในเมืองไทยหรือไม่ ?
จากการตรวจสอบข้อมูลการยื่นขอเปิดบริษัททำสายการบินใหม่ในปี 2550 ทั้งจากกรมทะเบียนธุรกิจการค้า และกรมขนส่งทางอากาศ ที่ได้ ใบอนุญาตอย่างถูกต้องรวม 39 บริษัท ได้รับ ใบอนุญาตขั้นสุดท้ายจากกรมการขนส่งทางอากาศให้ทำธุรกิจได้ถึงปี 2554 มี 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ได้ใบอนุญาตและทยอยเปิดบิน 19 บริษัท กลุ่มที่ 2 ได้ใบอนุญาตแล้วแต่ยังไม่เปิดบิน 12 บริษัท และกลุ่มที่ 3 อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมการขนส่งทางอากาศ 8 บริษัท (ดูตารางประกอบ)
สายการบินกลุ่มแรกที่ได้ใบอนุญาตการบิน 19 บริษัทนั้น ในจำนวนนี้มีหลายบริษัทถูกตั้ง ข้อสังเกตว่ามีตัวแทนคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นให้ ชาวต่างชาติ หลายสายการบินด้วยกัน ผลกระทบจากการที่รัฐบาลไทยไม่สามารถหาข้อยุติได้ และ/หรือ เกิดสายการบินต่างชาติรายใหม่เกลื่อนเมืองไทยขณะนี้
ผลจากการตีความกฎหมายก็ดี และการออกใบอนุญาตตั้งบริษัทและอนุญาตเปิดสายการบินง่ายเกินไป มีรายงานจากวงการการบินไทยว่า กลุ่มนักลงทุนต่างชาตินอกระบบกำลังอาศัย จังหวะนี้เข้ามาขุดทองในอุตสาหกรรมการบิน โดยอาศัยประโยชน์จากการใช้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางตั้งบริษัท ต่อยอดธุรกิจเพิ่มด้วยวิธี เดินสายเจรจากับบางสายการบินที่ได้ใบอนุญาตเรียบร้อยแล้วนำเงินเข้ามาสวมสิทธิ์ช่วงระหว่าง รอเปิดบิน สถานการณ์การขยายธุรกิจการบิน ของไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้อยู่ใช่หรือไม่ ?
ไทย แอร์เอเชีย เย้ยรัฐบาลอยู่หรือไม่
นอกจากกรณีของสายการบิน ไทย แอร์เอเชีย ในเครือกลุ่มชินที่ถูกประเมินว่าเป็นของต่างชาติ และ/หรือ สัญชาติเครื่องบินหลังการกลุ่มชินขายหุ้นให้ เทมาเส็ก โฮลดิ้ง สิงคโปร์ ตั้งแต่ 23 มกราคม 2549 นั้น ตามข้อปฏิบัติทางกฎหมายไทยถือว่าเครื่องบินไทย แอร์เอเชีย กลายสัญชาติต่างชาติ ตามที่นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ ยืนยันว่าได้ไปแจ้งความเพื่อเรียกค่าปรับกับไทย แอร์เอเชีย ไว้เรียบร้อย แต่ช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นนายกรัฐมนตรี สายการบินดังกล่าวก็เปิดบริการได้มาจนถึงทุกวันนี้ ก่อนที่มรสุมลูกใหญ่จะถล่มกลุ่มชินและทักษิณจากคำสั่งอายัดทรัพย์ของ คตส. ไทย แอร์เอเชีย ดิ้นหาทางเปลี่ยนผู้ถือหุ้นอีกครั้งให้สอดรับกับกฎหมายไทย (ดูชาร์ตประกอบ)
พลเรือเอกบรรณวิทย์ยืนยันที่จะให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ซื้อหุ้นรายใหม่จากบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ถูกตั้งขึ้นแบบฉุกเฉินเพื่อเข้าไปถือหุ้นในไทย แอร์เอเชีย ตอนขายหุ้นกลุ่มชินให้เทมาเส็ก และล่าสุดเมื่อ 21 มิถุนายน 2550 นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานบริหารอ้างว่าจะขอซื้อหุ้นเกินกว่า 51% ไว้ในมือ เพื่อยุติปัญหาทั้งหมด และให้สายการบินดำเนินธุรกิจต่อไปได้
แม้โครงสร้างผู้ถือหุ้น ไทย แอร์เอเชีย จะเปลี่ยนเป็นครั้งที่ 3 แต่เรื่องนี้ชอบด้วยกฎหมายที่จะให้เป็นต้นแบบของการลงทุนในเมืองไทยต่อไปในอนาคตหรือไม่ ด้วยข้ออ้างเหนือเหตุผลที่ว่าหากไทย แอร์เอเชีย ปิดกิจการ ผู้โดยสารทั้งหมด จะเดือดร้อน
หากย้อนประวัติศาสตร์การเปิดหรือปิดสายการบินระดับประเทศในเมืองไทยรุนแรงที่สุด 2 ครั้ง โดยเจ้าของสายการบินเป็นนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย ครั้งที่ 1 ปี 2546 แองเจิล แอร์ไลน์ส สายการบินแห่งชาติสายที่ 2 ของตระกูล เบญจรงคกุล เจ้าของดีแทค ครั้งที่ 2 ปี 2548 ภูเก็ต แอร์ ของวิกรม อัยศิริ ปัจจุบันไปยื่นจดทะเบียนในชื่อใหม่ ไทยสตาร์ แอร์ไลน์ กรมการขนส่งทางอากาศออกใบอนุญาตบินให้ 5 ปี ระหว่าง 22 มิถุนายน 2549-19 มิถุนายน 2554
การปิดกิจการสายการบินระดับประเทศธุรกิจที่มีกลุ่มทุนขนาดใหญ่ถือหุ้นเป็นตัวอย่างที่พอจะบอกได้ว่าหากกรมการขนส่งทางอากาศหรือรัฐบาลนำเหตุผลเรื่อง ผู้โดยสารเดือดร้อน จริงมาเป็นเกณฑ์มาตรฐาน แล้วทั้งแองเจิล แอร์ไลน์ และภูเก็ตแอร์ ทุกวันนี้คงจะปิดไม่ได้แน่นอน
กรมขนส่งฯให้ใบอนุญาต AOC ไม่หยุด
ขณะนี้มีรายงานเพิ่มว่าระหว่างที่รัฐบาลและการตรวจสอบปัญหาธุรกิจต่างชาติทะลักเข้ามาใช้เมืองไทยเป็นศูนย์ลงทุน และ/หรือ อาจจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เพราะอุตสาหกรรมการบินส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงของประเทศ โดยตรง ระหว่างนี้กรมการขนส่งทางอากาศยังคงทยอยออกใบอนุญาตให้สายการบินใหม่ซึ่งยื่นขอ AOC มาตั้งแต่ต้นปี และมีกว่า 19 แอร์ไลน์กำลังทยอยเปิดให้บริการ
โดยเฉพาะ 2 สายการบิน ได้แก่ สกายสตาร์แอร์ไลน์ จะเปิดบินประจำตั้งแต่กรกฎาคม 2550 เป็นต้นไป จากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมทะเบียนธุรกิจการค้า พบว่ายื่นจดทะเบียนเมื่อ 21 มีนาคม 2548 ด้วยทุนเพียง 2 ล้านบาท ประเภทธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า คนโดยสาร ทางบก น้ำ อากาศ ภายในและระหว่างประเทศ ระบุกรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียวคือ นายปาร์ค ชอค โฮ เป็นชาวเกาหลี ใช่ต่างชาติ หรือไม่ ?
อีกสายการบิน เค-ไมล์ แอร์ จดทะเบียนเมื่อ 6 กันยายน 2547 ด้วยทุน 250 ล้านบาท ประเภทธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศ มีกรรมการ 1 ในผู้มีอำนาจชื่อ ดาเมียน ดีเลนเบิร์ก และ/หรือ เค-ไมล์ แอร์ ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นบริษัทลูกของทรานส์-ไมล์ เฟรตเตอร์ มาเลเซีย ถือว่าเป็นต่างชาติที่มีคนไทยถือหุ้นหรือไม่ ?
ยังมีอีกหลายสายการบินที่กรมการขนส่งทางอากาศทยอยออกใบอนุญาต AOC ซึ่งเมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีต่างชาติเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ลงนาม อาทิ บริษัท เอเชี่ยน แอโรสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด เรืออากาศเอกอัลเบิร์ต อาร์.วาเลนไทน์
บทเรียนจาก ไทย แอร์เอเชีย เรื่อยมาถึงสายการบินใหม่ซึ่งทยอยเปิดเกลื่อนเมืองไทย ถึงเวลาที่รัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ และ กระทรวงคมนาคม เข้ามาจัดระเบียบ เพื่อทำให้เมืองไทยปลอดจากเขตนักธุรกิจช่วงข้ามคืนอ over night business man บังคับใช้กฎหมายกับธุรกิจนี้โดยไม่ต้องให้เกิดปมดับเบิลสแตนดาร์ดได้หรือยัง !?
หน้า 35
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
