การบินไทย ระดมฝ่ายขายและพาณิชย์ทั่วโลกโชว์แอ็กชั่นแปลน ควบ 2 ปี ยอดขายตั๋วทะลุ 4 แสนล้านบาท ลั่น 2 กลยุทธ์นำชัย ขึ้นค่าตั๋ว-รักษาอัตราบรรทุก 6 พื้นที่ อินเดีย จีน ออสซี่/นิวซีแลนด์ สหภาพยุโรป อเมริกา ได้แรงหนุน 4 กูรูโลกแนะการจัดทำแผนตามต้นทุนการบินยุคไฮเทค คุมรายได้หมุนเวียน อีทิกเก็ต และโปรแกรมสะสมไมล์นายวัลลภ พุกกะณะสุต รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ (DN) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า ระหว่าง 19-22 มิถุนายนนี้ การบินไทยจัดประชุมสถานีฝ่ายขายและการตลาดทั่วโลก 200 คน รุกด้วย theme ทางสามแพ่งธุรกิจการบิน หรือ our industries at acrossroad เพื่อผนึกทีมกันสร้างยอดขายตั๋วและกิจกรรมการขายต่างๆ ให้ได้ 2 ปี 2550/51 และ 2551/52 รวมกันเกินกว่า 4.5 แสนล้านบาท (ดูตารางประกอบ) ในเวทีระดมสมองเพื่อ 2 เป้าหมายหลัก
คือ 1) สร้างกลยุทธ์เครือข่ายการบินเพิ่มรายได้และบริหารการขายในตารางบินฤดูหนาว ซึ่งจะเริ่ม 29 ตุลาคม 2550 นี้ และ 2) จัดทำโครงสร้างตลาดและการขายตามหลักบัญชีใหม่ที่กำลังจะปรับในปีงบประมาณ 2551 นี้ มี 2 จังหวะต้องเคลียร์เป้ารายได้จากการดำเนินงานจากยอดขายและฝ่ายอื่นให้ชัดเจน เพราะคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทยมีมติปีงบประมาณ 2551 ให้เปลี่ยนรอบบัญชีจาก 30 กันยายนของทุกปี เป็น 1 มกราคมของทุกปี ดังนั้นจึงต้องวางแผนแยกยอดขายที่จะสิ้นสุดปีนี้ 1 ตุลาคม 2549-30 กันยายน 2550 พร้อมกับทำบัญชี 1 ตุลาคม 2550 ไปควบรวมกับบัญชีปีหน้า 1 มกราคม-ธันวาคม 2551
นายปานฑิต ชนะภัย ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพัฒนาและสนับสนุนการพาณิชย์ (DS) กล่าวกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า การประชุมเพื่อวางกลยุทธ์เชิงรุกการพัฒนารายได้การบินไทยครั้งนี้ เป้าหมายเดิมปี 2550/51 จะต้องสร้างยอดขายตั๋วโดยสารรวม 1.69 แสนล้านบาท แต่หลังเสร็จสิ้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลของฝ่ายขายที่จะนำไปใช้เป็นแผนปฏิบัติการใหม่ตั้งแต่ตารางบินฤดูหนาว ซึ่งจะประกาศอย่างเป็นทางการ 1 ตุลาคมนี้ 2 เรื่องใหญ่ คือ การเพิ่มรายได้จากการขายตั๋วตามโครงสร้างบัญชีงบประมาณใหม่ควบ 2 ปี 2550/51 และ 2551/52 และการปรับแผนเครือข่ายเที่ยวบินเป้าหมายในตลาด 2 กลุ่ม 6 ประเทศ
กลุ่มแรก จะขึ้นค่าโดยสารตามฤดูอีก 3-5% ประมาณ 50 เหรียญสหรัฐ/เส้นทาง ในเส้นทางบินแถบประเทศสหภาพยุโรป แปซิฟิกเหนือ เมืองลอสแองเจลิส นิวยอร์ก ซึ่งแต่ละเที่ยวบินมีผู้โดยสารใช้บริการเต็มทุกเที่ยวตามเทรนด์ทางการค้าทุกปีสายการบินนานาชาติจะขึ้นราคาตามภาวะตลาด 3-5% ส่วนของการบินไทยจะปรับราคาในพื้นที่ดังกล่าวได้ประมาณ 30-40% ของเส้นทางบินทั้งหมด ซึ่งเป็นตั๋วที่การบินไทยขายเอง และเป็นราคาขายธรรมดาที่ต้องปรับตามรอบทุก 6 เดือน ส่วนอีก 60% มีเงื่อนไขผูกติดกับราคาที่ให้บริษัทไว้เป็นช่วง หรือให้ราคาพิเศษไว้กับตัวแทนขาย
กลุ่มสอง จะรักษาอัตราการบรรทุกเฉลี่ยผู้โดยสาร (load factor) ให้สอดคล้องกับเที่ยวบินที่ยังแข่งขันได้แต่เตรียมเพิ่มแล้วอยู่ระหว่างรอเครื่องบินฝูงใหม่เข้าประจำการ เส้นทางบินพื้นที่นี้ก็มี อินเดีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เพราะเพิ่มความถี่เที่ยวบินลำบากเนื่องจากมีฝูงบินอยู่จำกัด ต้องอาศัยกลยุทธ์รักษาอัตราบรรทุกไว้ไม่ให้ต่ำกว่า 70-75%
นายปานฑิตกล่าวว่า การวางกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพสถานีขายตั๋วและฝ่ายการพาณิชย์ทั่วโลกตลอด 4 วัน ได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญ หรือกูรูการบินและการท่องเที่ยวระดับโลกเป็นผู้ชี้แนะ 4 คน ประกอบด้วย แอนดรู เฮิร์ทแมน อธิบดีกรมการบินพลเรือนเอเชียแปซิฟิก (APPA) จะสะท้อนการบินในอนาคต 5 ปีนี้ มีต้นทุนใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง 4 ด้าน ได้แก่ กฎเหล็กการดูแลสิ่งแวดล้อม มาตรการความปลอดภัยจากที่สหภาพยุโรปเป็นผู้นำด้านกฎระดมสนามบินนานาชาติทั่วโลกกว่า 100 แห่ง ห้ามผู้โดยสารนำของเหลวขึ้นเครื่องบิน
การพัฒนาระบบซื้อขายตั๋วผ่านออนไลน์ E-ticket ซึ่งสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ยืดเวลาจากเดิมกำหนดให้ทุกสายการบินต้องใช้อีทิกเก็ตภายในปี 2550 ขณะนี้เลื่อนไปเป็น 31 พฤษภาคม 2551 และความต้องการใช้บริการของผู้โดยสารเทรนด์ใหม่เน้นประหยัดแต่ได้มูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เดินทางได้รวดเร็วสะดวกสบายมากขึ้น ทั้ง 4 ด้านล้วนมีผลต่อการลงทุนของการบินไทยทั้งสิ้น
ส่วน Mr.Idris Jala ซีอีโอ บริษัท เชลล์ มาเลเซีย จำกัด ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการสร้างรายได้หมุนเวียนเพื่อลดต้นทุนจะมาให้คำแนะนำว่า การบินไทยควรจะทำอะไรบ้าง และพนักงานจะได้รับผลกระทบอย่างไร รวมทั้งการปรับลดต้นทุนต้องมีแบบแผนชัดเจน
Mr.Damien Hickey รองประธาน บริษัท อมาดิอุส จำกัด ฝ่ายสายการบินเอเชีย-แปซิฟิก จะมาเติมเต็มเรื่องเทรนด์ผู้โดยสารในอนาคต การบินไทยควรนำข้อมูลมาบูรณาการวิสัยทัศน์ตลาดและการขายว่าควรจะมีแผนปฏิบัติการเพื่อให้ประสบความสำเร็จด้วยวิธีใดบ้าง เช่น สร้างระบบขายตรงให้มากที่สุด หรือทำราคาประหยัดออกมาแข่งขัน และ Mr.Randy Peterson กูรูแห่งการทำโปรแกรมสะสมไมล์ เจ้าของหนังสือ Inflight Flyer ผู้คิดค้นรางวัลคล้ายออสการ์การบิน
อย่างไรก็ตามวันที่ 22 มิถุนายน ผู้บริหารสำนักงานใหญ่การบินไทยจะแบ่งตัวแทนเป็น 7 กลุ่ม เพื่อให้สถานีขายแต่ละภาคพื้นทั่วโลกซักถามและขอคำแนะนำและความช่วยเหลือทั้งทางด้านการสร้างเครือข่ายตลาด กลยุทธ์การขาย การจัดทำราคาตั๋ว และอื่นๆ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดไปสรุปเป็นแผนปฏิบัติการในตารางบินฤดูหนาว ตุลาคมนี้ และตารางบินฤดูร้อน เมษายน 2551
หน้า 32
ข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
