รพ.จุฬาฯ ประกาศความสำเร็จผ่าตัดสมองผู้ป่วยลมชัก เผยผสมผสานระบบผ่าตัดนำวิถีเข้ากับเทคโนโลยีส่องกล้อง ทำให้ค้นพบก้อนเนื้อผิดปกติได้เร็ว หมอลงมีดไม่พลาดเป้า อีกทั้งบาดแผลเล็ก จึงไม่พบอาการแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ช่วยคนไข้ฟื้นตัวเร็วศ.น.พ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ทีมศัลยแพทย์ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดสมองผู้ป่วยโรคลมชัก ซึ่งเกิดจากก้อนเนื้อในสมองเจริญผิดที่ และถือเป็นผู้ป่วยรายแรกในประเทศไทย ที่อาศัยสองเทคโนโลยีในการรักษา คือ การผ่าตัดส่องกล้อง และการผ่าตัดแบบนำวิถี ส่วนผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ โดยไม่พบอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด
ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลจุฬาฯ ร่วมกับสภากาชาดให้การรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีแบบใหม่ ก่อให้เกิดเทคโนโลยีใหม่สำหรับรักษาผู้ป่วยในปัจจุบัน เช่น การผ่าตัดหัวใจ การผ่าตัดแยกแฝดสยาม การผ่าตัดทางจักษุ และการผ่าตัดสมองดังกล่าว ซึ่งเป็นการผ่าตัดก้อนเนื้อที่อยู่ลึกในโพรงสมอง ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ทีมแพทย์จุฬาฯ ทำได้เป็นผลสำเร็จ
ผศ.น.พ.กฤษณพันธ์ บุณยะรัตเวช แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคลมชักรายนี้ ไม่ตอบสนองต่อยากันชัก จึงต้องรักษาด้วยการผ่าตัด และมีความเสี่ยงสูงในการรักษา เนื่องจากก้อนเนื้อที่พบอยู่ในบริเวณจุดสำคัญของสมองส่วนกลาง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่อ อารมณ์ ความจำ อุณหภูมิในร่างกาย และความหิว
ผลการผ่าตัดที่ผิดพลาด อาจทำให้ผู้ป่วยมีภาวะแทรกรุนแรง เช่น อัมพาต ความจำเสื่อม ระบบการหลับและตื่นมีปัญหา เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ ทีมแพทย์จึงอาศัยเทคโนโลยีผ่าตัดนำวิถี ด้วยระบบคอมพิวเตอร์นำทาง มาใช้ควบคู่กับเทคนิคการผ่าตัดส่องกล้อง เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการค้นหาก้อนเนื้อผิดปกติ โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที จากเดิม 30 นาที จากการผ่าตัดแบบเปิด ส่วนการผ่าตัดส่องกล้องจะทำให้แผลผ่าตัดเล็ก จึงลดความบอบช้ำของก้อนเนื้อสมองส่วนอื่น
เทคโนโลยีผ่าตัดนำวิถี คล้ายกับอุปกรณ์นำทางนักบินขณะบินอยู่ในความมืด ปัจจุบันแพทย์นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับการผ่าตัดหลายกรณี เช่น ผ่าตัดพังผืดในโพรงสมองและผ่าตัดเนื้องอกใต้สมอง เป็นต้น ผศ.น.พ.กฤษณพันธ์ กล่าวและว่า เทคโนโลยีช่วยให้การรักษาผู้ป่วยทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และอันตรายน้อยลง นอกจากนี้ การผ่าตัดแบบแผลเล็กยังช่วยให้การประสานงานระหว่างสมองแต่ละส่วนของผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วอีกด้วย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
