ผู้ค้าโน้ตบุ๊กแข่งเดือด วิ่งหากำลังซื้อตลาดสถาบันการศึกษา หลังภาครวมตลาดหด เอชพี-เอเซอร์ จับมือพันธมิตร จัดกิจกรรมโรดโชว์สินค้า-ทัวร์คอนเสิร์ต เอาใจนักศึกษา ขณะที่ โตชิบา ไล่เปิดตลาดกลุ่มโรงเรียนนานาชาตินายปวิณ วรพฤกษ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เพอร์ซัลแนล ซิสเต็มส์ บริษัทฮิวเล็ตต์ แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอชพี เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการทำตลาดกลุ่มการศึกษาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง โดยการทำตลาดกลุ่มการศึกษานั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นการทำตลาดไปยังสถานศึกษาโดยตรง ซึ่งการทำตลาดส่วนดังกล่าวนั้นจะร่วมกับคู่ค้านำเสนอผลิตภัณฑ์ไปพร้อมกับโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา อาทิ ระบบการเรียนการสอนผ่านออนไลน์หรืออี-เลิร์นนิ่ง ,ระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบเครือข่ายไร้สายหรือระบบด้านการพิมพ์ พร้อมทั้งบริการเช่าซื้อสำหรับมหาวิทยาลัยมีงบจำกัด
ล่าสุดมีแผนร่วมมือกับพันธมิตร ในการจัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้กับผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาในอนาคต การนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ทางการศึกษา หรือ การพัฒนาระบบอี-เลิร์นนิ่ง
สำหรับการทำตลาดส่วนที่ 2 คือมุ่งเจาะนักศึกษาและอาจารย์โดยตรง ซึ่งจากการสำรวจพบว่าความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่ต้องการโน้ตบุ๊กที่สามารถใช้งานได้ราคาประหยัด บริษัทจึงได้จัดทำโน้ตบุ๊ก ราคาประหยัดออกมาตอบโจทย์โดยเฉพาะ ซึ่งขณะนี้มีผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มนักศึกษา และอาจารย์ ให้เลือก 3-4 รุ่น ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 19,900-23,000 บาท ซึ่งการทำตลาดกลุ่มดังกล่าวนั้นบริษัทจะมุ่งจัดกิจกรรมในรูปแบบโรดโชว์ ไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ซึ่งล่าสุดมีแผนร่วมกับพันธมิตร จัดโรดโชว์ผลิตภัณฑ์และการแสดงคอนเสิร์ตไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ
ส่วนนายยถกล นิยมไทย ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจเทคโนโลยี บริษัทโตชิบา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าบริษัทมุ่งให้ความสำคัญกับการทำตลาดคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือ โน้ตบุ๊ก ไปยังตลาดภาคการศึกษาต่อเนื่อง แม้ว่าปัจจุบันตลาดดังกล่าวจะมีสัดส่วนเพียง 10% ของตลาดรวม แต่ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี การแข่งขันไม่สูงเหมือนกับตลาดคอนซูเมอร์ โดยกลยุทธ์สำคัญการปีนี้นั้นคือมุ่งขยายการทำตลาดไปยังกลุ่มโรงเรียนนานาชาติ จากเดิมกลุ่มลูกค้าหลักในการทำตลาดอยู่ที่กลุ่มมหาวิทยาลัยเป็นหลัก
อย่างไรก็ตามขณะนี้เริ่มนำผลิตภัณฑ์เข้าไปนำเสนอกับผู้บริหารและอาจารย์ โรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนเอกชน แล้ว 40-50 แห่ง โดยการเข้าไปในตลาดภาคการศึกษานั้นจะต้องมีโปรแกรมการตลาดต่างจากคอนซูเมอร์ เช่นโปรแกรมทางด้านบริการ โดยอาจต้องมีบริษัทซ่อมภายใน 4 ชั่วโมง หรือ บริการเครื่องสำรองระหว่างซ่อมไว้ 2-3% หรือห่างสถาบันการศึกษาดังกล่าวมีการจัดซื้อเป็นจำนวนมาก อาจต้องมีการจัดตั้งศูนย์บริการย่อยขึ้นภายในสถาบันการศึกษา นอกจากนี้บางแห่งบริษัทอาจมีการจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ เช่น เครื่องพิมพ์หรือพรินเตอร์ ไว้สำหรับให้บริการพิมพ์กับนักเรียน หรือ นักศึกษา ซึ่งสถาบันการศึกษาสามารถเก็บรายได้จากบริการดังกล่าวได้
ขณะที่นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทเอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่าปีนี้บริษัทมีแผนความร่วมมือกับชาแนลวี ไทยแลนด์ จัดกิจกรรมทางการตลาดต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นได้ร่วมจัดกิจกรรม ภายใต้ชื่อ [V] Acer Unwire Campus Tour ซึ่งเป็นการการจัดโรดโชว์ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีไร้สาย การแสดงสินค้าและการแสดงคอนเสิร์ตไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ
การทำตลาดภาคการศึกษาของบริษัทแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ โครงการประมูลของสถาบันการศึกษาและตลาดนักศึกษาที่เป็นคอนซูเมอร์ ซึ่งปีนี้ความต้องการของตลาดนักศึกษาไม่ได้ลดลง แต่จะซื้อเป็นช่วงเวลา ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงฤดูซื้อของนักศึกษา เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอม เราจึงได้ร่วมมือกับชาแนลวี จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นมา อีกทั้งยังมองว่าปัจจุบันมหาวิทยาลัยยังส่งเสริมให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยเปิดให้มีการเรียนการสอนผ่านออนไลน์มากขึ้นด้วย
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
