ถ้าจำกันได้เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2549 เป็นวันแรกที่ ศ.ดร.สิทธิชัย โภไคยอุดม เข้ามานั่งตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที อย่างเป็นทางการ วันนั้นเขา ประกาศนโยบายอย่างชัดเจนว่า 1 ปีที่นั่งตำแหน่งจะทำให้กระทรวงไอซีทีแห่งนี้ที่แต่ละเรื่องแต่ละปัญหาล้วนแล้วแต่สลับซับซ้อน และมักจะมี วาระซ่อนเร้น อยู่เสมอ ให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้นกว่าเดิมไม่เพียงเท่านี้โครงการที่ยังคั่งค้าง ไล่เรียงตั้งแต่ โครงการบัตรประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) ยังจะคงเดินหน้าต่อไป ขณะที่แผนควบรวมบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) นั้นไม่มีนโยบายในการควบรวมกิจการระหว่างกัน
นอกจากนี้ ศ.ดร.สิทธิชัย ยังประกาศชัดว่า กระทรวงไอซีทีเตรียมพิจารณาแปรสัญญาสัมปทานร่วมการงานระหว่างบริษัทเอกชน กับ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท.หากสัญญาเกิดความไม่เป็นธรรมต่อการแข่งขันระหว่างผู้ปรกอบการรายเก่าที่รับสัมปทานจาก บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท.และผู้ประกอบการรายใหม่ที่ได้รับใบอนุญาติประกอบกิจการโทรคมนาคมจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)
++6เดือนแรก เซอร์ไฟร์อะไรเกิดขึ้น
ต้องยอมรับว่าช่วง 6 เดือนที่เจ้ากระทรวงไอซีทีนั่งบริหารจัดการในกระทรวงแห่งนี้ผลงานที่โดดเด่นมากที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องการปรับลดภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคมเหลือ 0% โดยคณะรัฐมนตรีของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีมติอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2550
การยกเลิกมิตดังกล่าวในครั้งนั้นเนื่องจากว่ากระทรวงไอซีที เล็งเห็นว่าตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐทั้ง 2 หน่วยงานได้จ่ายภาษีสรรพสามิตให้กับเอกชนเป็นเงินเกือบ 5 หมื่นล้านบาทโดยการออก พรก.ภาษีสรรพสามิตในครั้งนั้นเป็นมติของคณะรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกพรก.ภาษีสรรพสามิตเมื่อวันที่ 28 มกราคา 2546 และ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 ซึ่งกำหนดให้บริษัทคู่สัญญาสามารถหักภาษีสรรพสามิตออกจากส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องนำส่ง บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท.โทรคมนาคม จึงทำให้ทั้งสองหน่วยงานได้รับส่วนแบ่งน้อยลง โดยบมจ.ทีโอที ได้รับส่วนแบ่งรายได้ลดลงจากเดิม กล่าวคือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส จาก 30% เหลือ 20% บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จาก 16% เหลือ 14% บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด(มหาชน) จาก 43% เหลือ 41%
ขณะที่คู่สัญญา บมจ.กสท.โทรคมนาคม คือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือ ดีพีซี จ่ายส่วนแบ่งรายได้ 10% จากเดิม 20%
++ซื้อดาวเทียมแค่นโยบายลมปาก
การออกสตาร์ทของ ศ.ดร.สิทธิชัย ด้วยการยกเลิกมติการจัดเก็บ พรก. ภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคมได้รับเสียงปรบมืออย่างล้นหลามเลยก็ว่าได้ หลายคนจึงฝากความหวังกับ ศ.ดร.สิทธิชัย จะเข้ามาบริหารจัดการกับผลประโยชน์เชิงทับซ้อนที่รัฐบาลชุดก่อนผูกปมปัญหาเอาไว้
อีกเรื่องที่ศ.ดร.สิทธิชัย ให้ความสำคัญ ต่อกรณีการประกาศยึดคืนสัมปทานกิจการดาวเทียมจาก บริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) หลังจากที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ออกมาให้สัมภาษณ์อยากได้ดาวเทียมไทยคมกลับมาเป็นสมบัติของชาติ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ตกปากรับคำจะตรวจสอบถึงความชัดเจนเรื่องการถือครองหุ้นของบริษัท กุหลาบแก้ว จำกัดในบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ สัดส่วนถือหุ้นของ บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) เป็นนอมินีหรือกระทำผิดกฏหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่
ทว่า ถึงวันนี้มีการตั้งคำถามกันมากว่า เพราะอะไร ทำไมถึงเชื่องช้าหนัก หรือว่าไปเหยียบตาปลาใครใครบางคนหรือไม่ เรื่องของการซื้อคืนดาวเทียมกลับมาเป็นสมบัติชาติ จึงยังไม่มีความชัดเจน!!!!
++ทวงสัญญาโทรคมฯไม่คืบ
ไม่เพียงแต่เรื่องซื้อคืนดาวเทียมเท่านั้นยังมีกรณีเรื่องสัญญาสัมปทานโทรคมนาคม ซึ่ง ศ.ดร.สิทธิชัย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ได้มีการตรวจสอบสัญญาสัมปทานทุกฉบับแล้วพบว่าสัญญาสัมปทานหลักของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และ บริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด หรือ ดีพีซี ไม่ได้ผ่านการอนุมัติจากครม.สมัยนั้นรวมถึงสัญญาเพิ่มเติมของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เรื่องการแก้ไขอายุสัญญาสัมปทานและส่วนแบ่งรายได้
แม้เรื่องนี้ได้ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาตีความไปแล้วก็ยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด
++เทเลคอมพูลท่าดีฆทีเหลว..
นอกเหนือจากการซื้อคืนดาวเทียมไร้ผลแล้วยังมีอีกหนึ่งโครงการที่ดูเหมือนว่านโยบายน่าสนใจยิ่งนั้นก็คือแนวคิดการจัดตั้งเทเลคอมพูล แนวคิดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2550 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันแถลงผลงาน 6 เดือนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติโดยมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน แถลงข่าวเสร็จ ถัดจากการแถลงผลงานทาง ศ.ดร.สิทธิชัย โภไคยอุดม,พล.อ.สพรั่ง กัลยา ณ มิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ประธานกรรมการ บมจ.ทีโอที,พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ เลขาธิการทหารบก และ ประธานกรรมการ บมจ.กสท.โทรคมนาคม ได้ประชุมร่วมกันพร้อมกับมีมติอย่างเป็นทางการจัดตั้ง เทเลคอมพูล ด้วยการรวมโครงข่ายโทรคมนาคมของบริษัทคู่สัญญาสัมปทาน ของบมจ.ทีโอทีและบมจ. กสทฯ รวมถึงโครงข่ายของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง คือ การไฟฟ้านครหลวง,การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ปรากฏว่าในวันที่ 26 มีนาคม ทีผ่านมาคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทีโอที มีการประชุมบอร์ดและมีมติที่จัดตั้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ ขึ้นมาเพื่อผนึก 10 โครงข่ายของประเทศเข้าไว้ด้วยกัน
หากแต่คล้อยหลังไม่ถึงสามสัปดาห์ ศ.ดร.สิทธิชัย ออกมาให้สัมภาษณ์พร้อกับกลับลำด้วยว่าเรื่องการจัดตั้งบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือเทเลคอมพูล เป็นนโยบายของบอร์ดบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ไม่เกี่ยวกับกระทรวงไอซีที เพราะกระทรวงไอซีทีต้องการให้รวมโครงข่ายโทรคมนาคมเฉพาะของทีโอที กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
ถ้าจับคำพูดในครั้งนี้การจัดตั้งเทเลคอมพูลก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าอีกฆ
ทั้งๆที่นโยบายดังกล่าวมี ศ.ดร.สิทธิชัย นั่งร่วมโต๊ะประชุมกับประธาน คมช.และเห็นดีเห็นชอบในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
++สมาร์ทการ์ดเดินหน้าแต่ยังไม่บรรลุ
ยังมีอีกหนึ่งโครงการหลักนั้นก็คือ การประมูลบัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) จำนวน 26 ล้านใบมูลค่าทั้งสิ้น 1,612,000,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%แล้ว) แม้ร่างเงื่อนไขทีโออาร์ ได้มีลงในประกาศไว็บไซต์ www.cgd.go.th ซึ่งเป็นเว็บไซด์ของกรมบัญชีกลางเพื่อเผยแพร่ต่อสาธรณะ และ ทีโออาร์ดังกล่าวมีการทำประชาพิจารณ์ไปแล้วประมาณ 2 ครั้ง
ซึ่ง ศ.ดร.สิทธิชัย ออกมาการันตรีว่าการประมูลบัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ในครั้งนี้มีความโปร่งใส และ เป็นธรรมอย่างแน่นอน คาดว่าจะประมูลแล้วเสร็จทันในสมัยรัฐบาลชุดนี้
หากแต่เงื่อนไขทีโออาร์ยังไม่ลงตัวเป็นเพราะขณะนี้หลายฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มเติมข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลภายใต้มาตรฐาน VISA Platform ของระบบปฏิบัติการของบัตร (Card Operation System;COS) เข้าไปในทีโออาร์ จากเดิมระบุว่าระบบปฏิบัติการของบัตร (Card Operation Systec ;COS) จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน ITXEC และ CC EAL4 ซึ่งเป็นมาตรฐานยุโรปและเป็นมาตรฐานใหม่ที่มีผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ได้รับมาตรฐานดังกล่าว
แม้ 6 เดือนแรก ศ.ดร.สิทธิชัย โภไคยอุดม สร้างผลงานด้วยการแก้ไข พรก.ภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม หากแต่ช่วงหลังเริ่มใส่เกียร์จอด แล้ว6เดือนที่เหลือ จะหวังอะไรได้อีก...!!!!
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
