ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาเครื่องวัดปริมาณเอทานอลจากน้ำมันแก๊สโซฮอล์เพื่อให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน สร้างความมั่นใจไม่ส่งผลต่อเครื่องยนต์ รู้ผลได้ภายใน 2 นาที ประหยัดเวลาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำมันผศ.ดร.ดวงใจ นาคะปรีชา ห้องปฏิบัติการนวัตกรรม-วิจัยการไหลเพื่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และทีมวิจัย ได้พัฒนาเครื่องวัดคุณภาพเอทานอลในเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ส่วนผสมของเอทานอลในเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ตามสถานีบริการต่างๆ ได้มาตรฐานตามที่กำหนด
ทีมวิจัยได้พัฒนาเครื่องวัดคุณภาพเอทานอลชนิดพกพาขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นทดสอบ 30 ขวด รุ่นทดสอบ 4 ขวด ชุดตรวจสอบคุณภาพจะมีชุดน้ำยาเคมีที่ใช้สำหรับตรวจสอบค่ามาตรฐานของปริมาณเอทานอล ผู้ตรวจจะนำตัวอย่างน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานีมาหยดใส่หลอดเพื่อแยกแอลกอฮอล์จากน้ำมัน และเมื่อเอทานอลผสมกับน้ำยาตรวจจนเข้ากัน จึงใช้เครื่องอ่านน่าดูดกลืนแสงมาวัดปริมาณเอทนาอล ผลที่ได้จะแสดงบนหน้าจอแอลซีดี
เครื่องวัดเอทานอลที่พัฒนาขึ้นใช้เวลาเพียง 2 นาทีต่อกระบวนการตรวจสอบ 1 ครั้ง ทั้งยังให้ความแม่นยำมากกว่า 98% โดยที่ก่อนทำการทดสอบค่าเอทานอลแต่ละครั้ง จะต้องนำน้ำมันที่ได้มาตรฐานมาทดสอบก่อน เพื่อให้เครื่องจดจำค่ามาตรฐานไว้ในเครื่อง เพราะเครื่องไม่สามารถจดจำค่ามาตรฐานเองได้
ค่ามาตรฐานของปริมาณเอทานอล ปัจจุบันที่ถือว่าสามารถใช้ได้กับเครื่องยนต์ที่จำหน่ายในไทย ใช้ส่วนผสมเอทานอล 10 ส่วน ในน้ำมันเบนซิน 90 ส่วน ซึ่งหากคลาดเคลื่อนเกินกว่า 9.7-10.3 อาจส่งผลให้เครื่องยนต์มีปัญหาได้
กลุ่มเป้าหมายของงานวิจัย คือ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน สำหรับทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำมันของแต่ละบริษัท เพื่อช่วยลดปัญหาค่าใช้จ่ายในด้านการทดสอบคุณภาพน้ำมันในแบบเก่าที่ใช้เครื่องแก๊สโครมาโตรกราฟ (gaschromatrograph) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 2,500 บาทต่อสถานี ให้เหลือค่าใช้จ่ายเพียง 400 บาทต่อสถานีบริการ
เครื่องวัดเอทานอลจากน้ำมันแก๊ซโซฮอล์ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ 1 ลูก และสามารถเสียบใช้กับไฟฟ้าบ้าน 220 โวลต์ได้โดยตรง ทั้งยังเคลื่อนย้ายได้สะดวก เนื่องจากมีน้ำหนักเพียง 4 กิโลกรัมเท่านั้น
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
