นักวิเคราะห์ประเมินโอกาสแอปเปิลทำยอดขายมือถือไอโฟนทะลุ 40 ล้านเครื่องภายในปีหน้ามีสูง หากได้แรงหนุนจากการขยายช่องทางขายออกไปยังตลาดโลก และบริหารจัดการด้านการป้อนชิ้นส่วนในการประกอบตัวผลิตภัณฑ์ได้ราบรื่น ตลอดจนแก้ปัญหาด้านการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ลูกค้าท้วงติงมาได้เรียบร้อยนับตั้งแต่ที่บริษัท แอปเปิล อิงค์ เปิดตัวโทรศัพท์มือถือไอโฟน 3G ไปเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา และทำสถิติยอดขายพุ่งขึ้นไปถึง 1 ล้านเครื่องนับจากวันทำตลาดได้เพียง 3 วัน นำมาซึ่งความเคลื่อนไหวในกลุ่มนักวิเคราะห์ที่พยายามประเมินการเติบโตของตลาดไอโฟนในอนาคตอันใกล้ บ้างก็คาดการณ์ยอดขายไอโฟน 3G ในปีนี้ไว้อยู่ที่ราวๆ 11 ล้านเครื่อง และ 25 ล้านเครื่องในปี 2552 แต่ที่มีการคาดการณ์ในเชิงบวกที่สุดได้แก่ จีน มันสเตอร์ นักวิเคราะห์จากบริษัทไปเปอร์ แจฟเฟรย์ฯ ซึ่งประเมินไว้ว่า แอปเปิลน่าจะมียอดขายไอโฟนอยู่ที่ประมาณ 13 ล้านเครื่องในปีนี้ และ 45 ล้านเครื่องในปีหน้า
จากการอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อของบิซิเนส วีก ระบุว่า แอปเปิล วางแผนที่จะผลิตไอโฟน 3G ออกสู่ตลาดราว 40-45 ล้านเครื่อง ในอีก 12 เดือนข้างหน้าจนถึงเดือนสิงหาคม ปี 2552 ซึ่งการที่แอปเปิลเพิ่มแผนการผลิตก็เนื่องจากยอดขายในช่วงต้นสะท้อนกระแสตอบรับจากตลาดเหนือกว่าที่บริษัทคาดเอาไว้ ซึ่งหากเทียบกับในช่วงวันแรกที่ทำตลาดไอโฟน 3G นั้น ทางบริษัทคาดไว้ว่าจะผลิตไอโฟน 3G ในช่วง 12 เดือนถัดไปไว้เพียง 30 ล้านเครื่องเท่านั้น
ด้านแอปเปิล ออกมาปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว เพียงย้ำแต่ว่าทางบริษัทคาดไว้ว่าจะสามารถทำยอดขายไอโฟน 3G ภายในปีนี้ได้ถึง 10 ล้านเครื่องตามที่ตั้งเอาไว้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม นายมันสเตอร์ ประเมินว่า เป้าหมายที่แอปเปิลจะทำยอดขายไอโฟนได้ทะลุ 40 ล้านเครื่องหรือไม่นั้น มีตัวแปรสำคัญอยู่ 2-3 กรณี นั่นคือ ความสำเร็จในการเปิดตลาดเข้าสู่ประเทศใหม่ๆ ภายในสิ้นปีหน้า รวมถึงแอปเปิลยังจะต้องบริหารจัดการเรื่องการจัดส่งชิ้นส่วนเพื่อนำมาประกอบให้ราบรื่นไม่ให้สะดุด และที่สำคัญที่สุดจะต้องแก้ปัญหาจากที่มีผู้ใช้ออกมาร้องเรียนปัญหาด้านประสิทธิภาพการเชื่อมต่อเครือข่าย 3G และกรณีที่สายหลุดบ่อย
การที่นักวิเคราะห์มองในแง่ดีเกี่ยวกับยอดการเติบโตของตลาดไอโฟนส่วนหนึ่งน่าจะมาจากทางบริษัท แอปเปิลฯเองที่มีเป้าหมายขยายตลาดไอโฟน 3G ออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้มากขึ้นกว่าการทำตลาดในเวอร์ชันก่อน จากการเปิดตัวทำตลาดไปกว่า 20 ประเทศทั่วโลกเมื่อเดือนก่อน มาในเดือนนี้ แอปเปิลก็มีแผนขยายตลาดไอโฟนออกไปอีก 20 ประเทศ ในที่นี้รวมถึงรัสเซีย ขณะที่จีนก็อยู่ในแผนทำตลาดในอนาคตเช่นกัน นอกจากนี้ แอปเปิลยังขยายช่องทางการขายเข้าสู่ร้านค้าเบสต์ บาย ที่มีสาขาอยู่ถึง 986 แห่ง ในสหรัฐฯ
ด้านนายชาร์ลี วูล์ฟ นักวิเคราะห์จากนีดแฮม แอนด์ โค แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า หากแอปเปิลต้องการจะเพิ่มยอดขายไอโฟน อีกด้านหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ การลดเวลาการลงทะเบียนการใช้เครื่องเมื่อผู้ใช้ซื้อไอโฟนตามร้านค้า ซึ่งมองว่าเป็นกระบวนการที่อยู่ในภาวะคอขวด โดยปัจจุบันนั้นกระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลาถึง 30 นาที ซึ่งแอปเปิลก็ดูเหมือนจะตระหนักถึงความล่าช้าดังกล่าว และพยายามพัฒนาลดขั้นตอนให้เหลือเพียง 15 นาที
ส่วนปัญหาของประสิทธิภาพตัวเครื่องในการเชื่อมต่อเครือข่ายและปัญหาสายหลุดบ่อย จนถึงตอนนี้ นายวูล์ฟ มองว่า ยังไม่รุนแรงจนถึงกับฉุดยอดขายของไอโฟนลง แต่ก็ย้ำว่าหากปัญหายังยืดเยื้อ และการอัพเกรดซอฟต์แวร์ยังไม่ช่วยแก้ปัญหา จนจำนวนผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบขยายตัวออกไป ก็อาจเป็นปัญหาต่อแอปเปิลได้แน่นอน
กระนั้นก็ตาม นายมันสเตอร์ ยังมองในแง่ดีแม้แอปเปิลจะเผชิญปัญหาของตัวเครื่อง โดยอ้างอิงการประเมินยอดขายไอโฟน 3G ส่วนหนึ่งจากความสำเร็จของโทรศัพท์มือถือเรเซอร์ของโมโตโรล่าที่มียอดขายมากกว่า 100 ล้านเครื่อง แม้ว่าจะขาดคุณสมบัติการใช้งานที่น่าสนใจบางอย่างไป ตลอดจนยังเชื่อมั่นในแบรนด์ไอโฟนที่ยังจะได้รับการตอบรับจากตลาด
นอกจากนี้ นายมันสเตอร์ ยังประเมินว่า แอปเปิลมีโอกาสออกโทรศัพท์มือถือในรุ่นที่มีราคาถูกลงมาภายในงานแสดงแมคเวิลด์ ที่จะจัดขึ้นในเดือนมกราคมปีหน้าด้วย ซึ่งเมื่อนำปัจจัยเหล่านี้มาประกอบกันจึงทำให้เชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันให้แอปเปิลสามารถทำเป้าได้ตามที่คาดไว้ หรืออาจจะเร็วกว่าที่คาดด้วยซ้ำไป
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
