อัสซุส แจงยังมั่นใจปัญหาชิปอะตอมของอินเทลขาดตลาดจะไม่กระทบเป้ายอดขายโน้ตบุ๊กรุ่นเล็ก อีอีอี ที่ตั้งไว้มากกว่า 5 ล้านเครื่องภายในสิ้นปี 2551 แต่ก็มองว่าปัญหาการขาดตลาดจะยืดเยื้อจนถึงเดือนก.ย. นี้นายเจอร์รี เฉิน ประธานบริษัท อัสซุสเทคฯ แสดงความเชื่อมั่นยอดขายคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กราคาถูกในรุ่น อีอีอี พีซี จะสามารถทำตลาดได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่มากกว่า 5 ล้านเครื่องภายในสิ้นปีนี้ แม้จะมีกระแสข่าวระบุออกมาว่า หน่วยประมวลผลกลางสำหรับอุปกรณ์สื่อสารไร้สายของอินเทลในรุ่นอะตอม จะขาดตลาดก็ตาม
นอกจากนี้ ยังประเมินว่า บริษัทจะมียอดขายโน้ตบุ๊กทั้งหมด ซึ่งไม่นับรวมโน้ตบุ๊กอีอีอี พีซี อยู่ที่ประมาณ 6.6 ล้านเครื่องภายในสิ้นปี 2551 นี้ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งมียอดขาย 4.3 ล้านเครื่อง
ในอีกด้านหนึ่งจากการเปิดเผยของดิจิ ไทม์ส ปัญหาชิปอะตอมของอินเทลที่มีแนวโน้มขาดตลาดอาจจะกระทบต่อธุรกิจของบริษัทผู้ผลิตจอแอลซีดีป้อนตลาดโน้ตบุ๊กและอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบพกพา หรือเอ็มไอดี โดยเฉพาะรุ่นที่มีหน้าจอประมาณ 7-10 นิ้ว ในยอดการจัดส่งเดือนกรกฎาคมนี้ เพราะแม้ว่าผู้ผลิตหน้าจอในไต้หวันจะเก็บวัสดุหน้าจอขนาด 7-10 นิ้วไว้ในคลังจำนวนหนึ่งเพื่อรองรับความต้องการในอนาคตแต่แผนธุรกิจอาจถูกกระทบเพราะไม่มีส่วนฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ที่จะจัดส่งป้อนตลาดเพราะขาดอุปกรณ์ประกอบทั้งชิป และแบตเตอรี่
กระนั้น นายเฉินมองว่า ปัญหาการขาดแคลนแบตเตอรี่สำหรับโน้ตบุ๊กที่กำลังเกิดขึ้นนั้น เป็นไปว่าจะคลี่คลายลงในเดือนกรกฎาคมนี้ ส่วนกรณีของชิปอะตอม คาดว่าอินเทลน่าจะสามารถผลิตเพื่อจัดส่งได้เพียงพอภายในเดือนกันยายนนี้
ขณะเดียวกัน ภายในไม่เกินปีนี้ ทางอัสซุสเทคยังระบุที่จะผลิตโน้ตบุ๊กอีอีอี พีซี ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายในยุคที่ 3 หรือ 3G ภายใต้เทคโนโลยีเอชเอสดีพีเอ เพื่อแข่งกับคู่แข่งรายอื่นในตลาดโดยคาดว่า จะสามารถวางตลาดได้อย่างเร็วภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้โดยเริ่มที่ตลาดในยุโรปก่อนเป็นที่แรก
จากปัจจุบัน ผู้ใช้โน้ตบุ๊กขนาดย่อมสามารถซื้อการ์ดเพื่อเชื่อมต่อเทคโนโลยี 3G ได้จากผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย ซึ่งจะมาพร้อมกับโปรโมชันการใช้งานไร้สายที่สามารถเข้าใช้เครือข่ายได้ตลอดเวลา แต่สำหรับอีอีอี พีซี หรือโน้ตบุ๊กในลักษณะเดียวกันที่มีเทคโนโลยี 3G อยู่ในเครื่องจะผนวกสัญญาใช้บริการ 3G จากผู้ให้บริการสื่อสารไร้สายไว้แล้ว จึงช่วยลดต้นทุนการผลิตเครื่องฮาร์ดแวร์ในขั้นแรกลงได้ เนื่องจากผู้ให้บริการสื่อสารไร้สายมักจะอุดหนุนต้นทุนเครื่องโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อื่นๆ ไว้บางส่วนแต่ไปคิดส่วนเพิ่มจากสัญญาการใช้งาน 3G แทน ดังนั้น จากการผนวก 3G เข้าไว้ในเครื่องจึงทำให้ราคาเครื่องอีอีอี พีซี มีหลากหลายขึ้นกับสัญญาการใช้บริการไร้สาย
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
