เราขายซิมก็ส่วนขายซิม ขายบริการเสริมก็ส่วนบริการเสริม ไม่งั้นลูกค้าจะชินกับของฟรี อีกทั้งเราไม่เน้นการขายทางทีวี ไม่มีนโยบายหาพรีเซนเตอร์ และไม่เน้นเป็นสปอนเซอร์ให้กับศิลปิน เพราะเหมือนกับเป็นการนำเงินไปทิ้งถ้าพูดถึงบริการเสริมโทรศัพท์มือถือของค่ายเบอร์สอง บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ภาพของการให้บริการดูเหมือนจะไม่โดดเด่นเหมือนกับค่ายอื่นๆ นัก ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น วันนี้เราจะมาพูดคุยกับ มาชิดา เตชะไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายมิวสิก แอนด์ พาร์ตเนอร์ แมนเนจเมนต์ บมจ.ดีแทค ถึงมุมมองที่แตกต่างในการให้บริการจากโอเปอเรเตอร์รายอื่น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ฉายภาพรวมบริการเสริมดีแทค
มาชิดา เล่าให้เราฟังว่า ตนได้เริ่มเข้ามาดูธุรกิจบริการเสริมโทรศัพท์มือถือของดีแทคตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งถือเป็นยุคเริ่มต้นของธุรกิจผู้ให้บริการเนื้อหา (Content Provider) เลยทีเดียว โดยในช่วงแรกดีแทคเริ่มพูดคุยกับพันธมิตรค่ายเพลง 2 ราย คือ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ซึ่งตอนนั้นดีแทคมีพันธมิตรด้านคอนเทนต์บนโทรศัพท์มือถือเพียง 2 รายนี้เท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบันดีแทคมีพันธมิตรด้านคอนเทนต์มากกว่า 100 รายแล้ว ในด้านรายได้ก็เติบโตตามสภาพของตลาด คือมีทั้งขึ้นและลง แต่ตลาดก็ยังคงมีการเติบโต
โดยบริการเสริมที่ให้บริการลูกค้ามีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ได้แก่ 1.Content Provider Access (CPA) มีหลากหลายบริการ แต่ที่ดีแทคเน้น คือ โมบายล์เกม, โมบายล์ คอนเทนต์, คอนเทนต์ตกแต่งหน้าจอโทรศัพท์มือถือ, โมบายล์ นิวส์ หรือข่าว บริการเสริมประเภทที่ 2.เสียงเพลงขณะรอสาย (Ring Back Tone) 3.บริการจีพีอาร์เอส 4.บริการเอสเอ็มเอส (Mobile to Mobile)
บริการทั้ง 4 ประเภทมีสัดส่วนรายได้พอๆกัน แต่บริการที่กำลังมาแรงคือบริการด้านข่าวและเกม โดยเกมที่ลูกค้านิยมเล่นเป็นเกมบนมือถือที่มาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเกมฝั่งอเมริกาและยุโรป เนื่องจากมีคุณภาพดีกว่าเกมของคนไทย มาชิดากล่าว
มาชิดา กล่าวต่อไปว่า ดีแทคต้องการรักษาส่วนแบ่งรายได้ในแต่ละบริการให้สัดส่วนเท่าๆกัน แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้รายได้จากบริการประเภทแรก คือ CPA เริ่มลดลง เพราะรายได้หลักจากริงโทนมีจำนวนการดาวน์โหลดน้อยลง โดยลูกค้าหันมาสร้างคอนเทนต์เอง และไม่ซื้อบริการ ทำให้รายได้ลดลง ดังนั้นปัจจุบันบริการริงโทนจึงเน้นขายให้กับลูกค้าในต่างจังหวัด เนื่องจากลูกค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังสร้างคอนเทนต์เองไม่เป็น แต่ในอนาคตเชื่อว่าเมื่อเขาสร้างคอนเทนต์เองได้ เขาจะไม่ซื้อบริการอย่างแน่นอน ดังนั้นดีแทคจึงหันมามุ่งบริการเสริมอื่นๆ เช่น บริการข่าว, จีพีอาร์เอส เป็นต้น ส่วนบริการด้านเอสเอ็มเอส ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในด้านการเตรียมความพร้อมกับเทคโนโลยี 3G ที่กำลังจะมา ตอนนี้ทางดีแทคได้เริ่มพูดคุยกับพันธมิตรไว้แล้ว โดยบริการประเภทบันเทิงจะเป็นบริการแรกๆที่จะเปิดให้บริการ เช่น เกม, เพลง เป็นต้น เพราะเป็นบริการที่สามารถขายได้อย่างต่อเนื่อง
เน้นจับมือพันธมิตรเจาะตลาด
มาชิดา เล่าให้เราฟังถึงทิศทางในการทำตลาดของดีแทคว่า ดีแทคจะไม่เน้นการผลิตคอนเทนต์เอง โดยจะเน้นการร่วมมือกับพันธมิตรเป็นหลัก เพราะดีแทคต้องการทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่ถนัด คือเป็นผู้ให้บริการเชื่อมต่อเครือข่ายให้กับเจ้าของคอนเทนต์ และดีแทคไม่ต้องการแข่งขันกับผู้ให้บริการคอนเทนต์ทั้งหลาย
โจทย์ที่เราได้รับมาคือ เราไม่ต้องพยายามทำอะไรที่ยิ่งใหญ่และไฮเทค หรือเน้นแข่งขันกับเจ้าอื่น เพียงแต่เน้นการให้บริการที่ใช้งานง่าย เชื่อมต่อง่ายและนำมาเสนอให้กับลูกค้า ด้วยความยุติธรรมทั้งการคิดเงินและการใช้บริการ เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึก feel good ดังนั้นเราจึงไม่เน้นทำประชาสัมพันธ์และเปิดตัวบริการใหม่ๆ
ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าของดีแทคแบ่งเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน คือ 1.พรีเพด และ 2.โพสต์เพด ซึ่งในแต่กลุ่มจะมีการแบ่งย่อยลงไปอีก เช่น กลุ่มที่ชื่นชอบกีฬา, กลุ่มการเงิน, ลูกค้าชาวต่างชาติ เป็นต้น ส่วนการพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ๆนั้น ขึ้นอยู่กับพันธมิตรที่เป็นเจ้าของคอนเทนต์เป็นหลัก ว่าจะมีการเปิดตัวบริการใหม่ๆอะไรออกมาบ้าง ซึ่งลูกค้าจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าเขาชื่นชอบคอนเทนต์ของพันธ์มิตรรายใด
เมื่อถามถึงจุดเด่นของบริการเสริมดีแทค มาชิดา บอกกับเราว่า บริการดีแทคไม่แตกต่างจากค่ายอื่น เพราะคอนเทนต์ที่ให้บริการกับลูกค้า พันธมิตรเป็นผู้พัฒนาคอนเทนต์ ซึ่งเขาก็ทำเหมือนๆ กันทุกค่าย สำหรับกลยุทธ์ด้านมิวสิก ดีแทคจะพยายามนำเสนอคอนเทนต์ที่สดใหม่ และสามารถนำไปเชื่อมต่อกับบริการต่างๆได้ โดยเริ่มจากเพลง เช่น ตั้งเป็นริงโทน, เพลงรอสาย และอาจมีโปรโมชันเป็นบางครั้งให้กับลูกค้า
บางเจ้าดึงคนมาซื้อซิม และให้ใช้บริการเสริมฟรี แต่ของเราขายซิมก็ส่วนขายซิม ขายบริการเสริมก็ส่วนบริการเสริม ไม่งั้นลูกค้าจะชินกับของฟรี อีกทั้งเราไม่เน้นการขายทางทีวี ไม่มีนโยบายหาพรีเซนเตอร์ และไม่เน้นเป็นสปอนเซอร์ให้กับศิลปิน เพราะเหมือนกับเป็นการนำเงินไปทิ้ง มาชิดากล่าว
รุกขายตรงคอนเทนต์ทั่วประเทศ
ต่อคำถามที่ว่าทำไมบริการเสริมของดีแทคเงียบกว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆในตลาด มาชิดา บอกกับเราว่า เพราะดีแทคไม่เน้นการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่เน้นการขายตรงไปยังกลุ่มลูกค้า โดยดีแทคได้เริ่มขายบริการเสริมไปกับคนขายซิม ซึ่งตอนนี้ได้ทยอยให้บริการตามหัวเมืองใหญ่ๆ มากว่า 1 ปีแล้ว ส่วนในกรุงเทพฯ ลูกค้าสามารถใช้บริการเสริมได้ตาม Call Center Service Hall ที่มีจำนวน 20 แห่ง
ผลตอบรับค่อนข้างดี เพราะเราได้พูดคุยกับลูกค้าจริงๆ ซึ่งบางคอนเทนต์ลูกค้าก็ไม่เคยใช้บริการเลย
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
