ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา จากหน่วยปฏิบัติการซิสเทมาติคส์ของสัตว์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ทีมวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการทำปุ๋ยอินทรีย์ นำกิ้งกือไปพัฒนาเป็นปุ๋ยอินทรีย์แบบใหม่ โดยให้กิ้งกือทำงานเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาย่อยอินทรีย์สารในดินจากการตรวจสอบพบว่า มูลของกิ้งกือที่มีลักษณะคล้ายยาลูกกลอนนั้น มีธาตุอาหารเหมือนปุ๋ยทุกประการ และเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ใส่ให้ต้นไม้บริเวณที่บรรดากิ้งกืออาศัยอยู่แล้ว จึงมองเห็นแนวทางที่จะนำกระบวนการมาทำปุ๋ยชีวภาพ ศ.ดร.สมศักดิ์กล่าว
งานวิจัยปุ๋ยธรรมชาติจากกิ้งกือเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมวิจัยกิ้งกือ และผู้เชี่ยวชาญด้านปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งอาจจะต้องเริ่มทดลองจากปุ๋ยสูตรใดสูตรหนึ่งก่อน และขยายให้ครอบคลุมปุ๋ยหลากหลายสูตร นักวิจัยมั่นใจว่า หากทำได้สำเร็จจะช่วยลดการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศได้ส่วนหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็จะช่วยลดใช้ปุ๋ยเคมี ช่วยเรื่องของสุขภาพทั้งเกษตรกรและผู้คนทั่วไป
หน่วยปฏิบัติการซิสเทมาติคส์ของสัตว์ดำเนินโครงการวิจัยกิ้งกือ-ไส้เดือนเป็นปีที่ 3 แล้ว ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศ สำรวจชนิดและสายพันธุ์ของกิ้งกือในประเทศไทยที่คาดว่า มีมากกว่า 500 สายพันธุ์ รวมถึงการค้นพบกิ้งกือสายพันธุ์ใหม่มังกรสีชมพู และยังมีอีก 7-8 สายพันธุ์ที่รอการประกาศ
ปัจจุบัน งานวิจัยอยู่ระหว่างการวางแผนงาน รวบรวมนักวิจัยในโครงการและผู้เชี่ยวชาญด้านการทำปุ๋ยอินทรีย์ ศ.ดร.สมศักดิ์คาดว่าจะเริ่มทำวิจัยการประยุกต์กิ้งกือทำปุ๋ยแบบใหม่ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ปีนี้ ด้วยงบประมาณในหลักล้านบาท และคาดว่าจะเห็นปุ๋ยรูปแบบใหม่ในช่วงปี 2552
กิ้งกือเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่หลายคนอาจขยะแขยงรูปร่างที่น่าเกลียดของมัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกิ้งกือหรือไส้เดือน ล้วนเป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศ ช่วยพรวนหน้าดิน เป็นปุ๋ยธรรมชาติให้แก่ต้นไม้ใบหญ้า ทั้งเขตป่าและเขตบ้าน นักวิจัยกิ้งกือกล่าวทิ้งท้าย
พลร่ม-นักรบหญิงดอกไม้เหล็กกลางม็อบ
เจาะชีวิตดอกไม้เหล็กท่ามกลางผู้ชุมนุม ตำรวจหญิงพลร่มค่ายนเรศวร 1 กองร้อย ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนม็อบพันธมิตร บุกทำเนียบ แม่-ลูกล้วนเป็นห่วง ปฏิบัติภารกิจโดยไม่ย่อท้อ ผลเจ็บแล้ว 2 ราย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
