เอไอเอส เดินหน้าสู่อนาคต ซุ่มพัฒนาเครือข่ายส่วนตัว สำหรับผู้ใช้มือถือ สามารถใช้โทรศัพท์ได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องโรมมิ่ง คาดเปิดบริการภายใน 1-2 ปีนี้ เผยภาพรวมเทคโนโลยีใหม่ครึ่งปีหลังยังไม่โดดเด่น แต่หลังเปิด 3G ไลฟ์สไตล์คนจะเปลี่ยนสู่ยุคดาต้าอย่างเต็มตัว ขณะที่ ไอ-โมบาย เตรียมเปิดตัวมือถือ 3G ปีหน้านายวิกรม ศรีประทักษ์ หัวหน้าคณะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า ขณะนี้บริษัทกำลังพัฒนาเครือข่ายส่วนตัวสำหรับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยในอนาคตลูกค้าสามารถใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ทั่วโลก โดยไม่จำเป็นต้องโรมมิ่งเครือข่ายขณะเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งบริการที่บริษัทกำลังพัฒนานี้จะทำให้ลูกค้าเหมือนมีสถานีฐาน (Base Station) ส่วนตัวติดตามไปได้ทุกที่ทุกเวลา
บริการนี้ไม่ต้องขอใบอนุญาตใหม่จากทาง กทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ซึ่งขณะนี้ทั่วโลกยังเป็นแค่แนวคิดเท่านั้น แต่ยังไม่มีโอเปอเรเตอร์รายใดเปิดให้บริการกับลูกค้าอย่างเป็นทางการ ในส่วนของเอไอเอสตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการทดลอง คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการกับลูกค้าได้ภายใน 1-2 ปีนี้
นายวิกรม กล่าวต่อไปว่า สำหรับภาพรวมตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง จากเมื่อก่อนมองว่าเทคโนโลยีมือถือใหม่ๆจะเกิดขึ้นเร็วกว่านี้ แต่ล่าสุดภาพรวมของเทคโนโลยี ยังไม่มีอะไรใหม่ๆออกสู่ตลาด ซึ่งคาดว่าจะเห็นภาพชัดเจนในต้นปี 2552 ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทจึงมุ่งเน้นตามแผนเดิม คือให้บริการด้วยเครือข่ายเดิม ในด้านผลประกอบการคาดว่าจะสามารถเป็นไปตามเป้าหมายmuj;k''''''w;h โดย ไตรมาส 1 ปี 2551 บริษัทมีจำนวนลูกค้าทั้งหมด 25.08 ล้านราย
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าทาง กทช.จะยังไม่ให้ใบอนุญาต 3G ในปีนี้ บริษัทก็ไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว แต่หากได้รับใบอนุญาตบริษัทก็พร้อมลงทุนได้ทันที เพราะได้เตรียมงบประมาณสำหรับการลงทุนไว้แล้ว ในส่วนของการทดสอบระบบ HSPA (High Speed Packet Access) บนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลว่าพื้นที่ดังกล่าวจะให้ผลอย่างไร ซึ่งคาดว่าจะได้ผลสรุปภายใน 3-4 เดือนนี้ จากนั้นจะนำมาวางแผนการให้บริการต่อไป
หากมีการเปิดให้บริการ 3G ในไทย เชื่อว่าจะทำให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเราเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของโทรศัพท์มือถือ คือยุคแห่งการใช้ข้อมูลหรือดาต้า แต่ความยากคือ การที่จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเข้าใจและสามารถใช้บริการได้อย่างเต็มที่ นายวิกรมกล่าว
ด้านนายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาด 3G ในเมืองไทยจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับโอเปอเรเตอร์ว่าจะมุ่งเน้นในส่วนใด เช่น จะมุ่งเน้นบริการด้านเสียงหรือข้อมูล อย่างไรก็ตามบริษัทเตรียมนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ไอ-โมบายระบบ 3G เข้ามาจำหน่ายในปีหน้านี้ โดยเริ่มแรกจะเปิดตัว 2-3 รุ่น
นอกจากนี้ล่าสุดบริษัท ได้เปิดตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น i-mobile Hitz 101 ราคา 1,100 บาท และ i-mobile Hitz 201 ราคา 2,190 บาท พร้อมเปิดตัว บี้ เดอะ สตาร์ ซึ่งได้มาเป็นพรีเซนเตอร์สำหรับโทรศัพท์ทั้ง 2 รุ่นดังกล่าว ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ามียอดจำหน่ายไทยโทรศัพท์ 2 รุ่น อย่างละ 500,000 เครื่อง รวมเป็น 1 ล้านเครื่อง โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายจากทั้งลูกค้าในไทยและต่างประเทศ
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
