นับถึงชั่วโมงนี้คงไม่มีใครไม่พูดถึงโทรศัพท์มือถือไอโฟน รุ่นล่าสุดของบริษัท แอปเปิล อิงค์ ที่หลายคนตั้งตารอกัน แต่ในฉบับนี้ขอแหวกแนวที่จะนำเสนอโทรศัพท์มือถืออีกกลุ่มที่แหวกตลาดไปจากตลาด ไม่ใช่ทั้งแอปเปิล ไม่ใช่ทั้งโนเกีย ซัมซุง หรือโมโตโรล่าที่พยายามขับเคี่ยวกันช่วงชิงตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศกำลังพัฒนา ทั้งจีน รัสเซีย และอินเดียด้วยสินค้าในราคาระดับ 40 ดอลลาร์สหรัฐฯหากแต่ตลาดที่กำลังพูดถึงคือ ตลาดโทรศัพท์มือถือระดับบน (ซึ่งอยู่ระดับบนยอดมากๆ) เป็นตลาดที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการออกแบบพัฒนาที่พิถีพิถัน ซึ่งบางครั้งก็ได้บริษัทด้านแฟชั่นหรือผู้ผลิตรถยนต์เข้ามาร่วมออกแบบด้วย เช่น เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คริสเตียน ดิออร์ เปิดตัวโทรศัพท์มือถือในราคา 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีลักษณะคล้ายตลับเครื่องสำอาง หรือผู้ผลิตนาฬิกาแท็ก ฮอยเออร์ ที่ออกแบบโทรศัพท์มือถือที่มีหนังจระเข้รองอยู่ด้านหลังเครื่อง สนนราคา 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือจะเป็นค่ายรถทั้งปอร์เช่ แลมโบร์กินี หรือเฟอร์รารี่ต่างก็มีโทรศัพท์มือถือที่ออกมาเป็นคอลเลกชันของตัวเองทั้งสิ้น
โทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นสินค้ายอดปรารถนาของคนทุกคนมากขึ้นเรื่อยๆ นายอัลเบอร์โต ทอร์เรส ประธานบริษัท เวอร์ทูฯ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือแบรนด์หรูของโนเกีย ระบุ
หากไม่นับคุณสมบัติการใช้งาน ปัจจัยที่ทำให้โทรศัพท์มือถือราคาหลายพันดอลลาร์สหรัฐฯ ต่างจากโทรศัพท์มือถือในระดับราคา 100-200 ดอลลาร์สหรัฐฯ คงอยู่ที่การออกแบบที่พิถีพิถันและการเลือกสรรวัสดุที่นำมาใช้ประกอบ เช่น กรณีของเวอร์ทู ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 4,000-300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หน้าจอเป็นแก้วแซพไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน กรอบทำด้วยไทเทเนียม ตบท้ายด้วยทับทิม บางรุ่นประกอบด้วยหนังอย่างดี หรือประดับด้วยทองคำและแพลทินัม เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีแยกเป็นแต่ละรุ่นที่บ่งบอกถึงรสนิยมมีระดับ ตั้งแต่รุ่นสินค้า Signature ที่ได้รับการออกแบบร่วมกับผู้ผลิตอัญมณีหรือนาฬิกา ขณะที่รุ่นสินค้า Ascent จะเป็นการออกแบบโดยผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์หรูพ่วงด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ และยาง ส่วนรุ่นล่าสุดจากเวอร์ทูในชื่อ Constellation เป็นรุ่นที่ต้องการสื่อถึงอุตสาหกรรมการบินที่ไม่ตกยุคตกสมัย
แค่ความแตกต่างด้านการออกแบบยังไม่พอ แต่เวอร์ทูยังเน้นความพิถีพิถันด้านการผลิตและพัฒนาที่แยกออกจากโรงงานผลิตโทรศัพท์มือถือรุ่นทั่วๆ ไปของโนเกีย ในบางรุ่นของเวอร์ทูอาจมีชิ้นส่วนกลไก ประกอบเข้าด้วยกันกว่า 500 ชิ้น และทุกชิ้นเป็นรุ่นทำมืออยู่ในโรงงานยุโรปทั้งสิ้น ในทำนองเดียวกับสินค้าหรูประเภทอื่น เช่น รถยนต์ นาฬิกา หรือกระเป๋าถือ ทั้งนี้มีหัวใจสำคัญในการผลิตที่คำนึงถึงอายุการใช้งานที่ต้องทนทานทั้งในด้านการผลิตและการออกแบบที่เป็นคลาสสิก ในที่นี้อาจหมายถึงท้ากาลเวลาไปถึงอีก 20 ปี ซึ่งก็สมเหตุสมผลกับราคาที่แพงลิบ โดยเวอร์ทูถึงกับทดสอบโทรศัพท์มือถือบางรุ่นด้วยการวางให้รถทับเลยทีเดียว
แม้จากราคาที่ค่อนข้างสูง แต่สำหรับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือที่หรูหราเช่นนี้ กลับยังเห็นว่ามีช่องทางในการทำตลาดได้อยู่มาก จากการเปิดเผยของนายทอร์เรส ธุรกิจของเวอร์ทูมีการขยายตัวในระดับตัวเลข 3 หลักทั้งในปี 2549 และปี 2550 และปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการขยายธุรกิจ เปิดร้านบูติกสาขาให้มากขึ้น ในที่นี้รวมถึงการเปิดร้านสาขาแห่งแรกๆ ในสหรัฐอเมริกา ทั้งในลาสเวกัส และโรงแรมพลาซาในนิวยอร์ก และแม้ว่าสหรัฐฯ จะกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่นายทอร์เรสก็ระบุว่า สหรัฐฯ ยังครองความเป็นตลาดที่ขยายตัวเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของเวอร์ทู โดยคาดว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือแบรนด์หรูในไม่ช้าจะมียอดขายขยับขึ้นในระดับพันล้านเครื่องได้ในที่สุด
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
