โครงการดังกล่าวอิงทฤษฎีที่เชื่อว่า ก้อนหินบนโลกมากมายอุ้มน้ำไว้ เมื่อได้รับความร้อนและแรงดันรุนแรงจากพิภพข้างล่าง สภาพดังกล่าวทำให้หินคายน้ำออกมา และเกิดเป็นผลึกนำไฟฟ้าแทนที่ รวมถึงออกซิเจนที่ได้มาพร้อมกัน แรงเค้นที่เกิดขึ้นก่อนแผ่นดินไหวทำให้โมเลกุลออกซิเจนในหินเกิดปฏิกิริยาทางเคมี และแผ่ประจุไฟฟ้าบวกออกมายังพื้นโลกประจุไอออนบวกทำให้เกิดแสงฟลูโอเรสเซนต์จางๆ อินฟราเรดเรืองแสง และสนามแม่เหล็กเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ ก่อนเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และดาวเทียมจะคอยตรวจจับแสงที่ส่องขึ้นมาบนพื้นโลก
แม้ทฤษฎีดังกล่าวยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดที่มณฑลเสฉวนเมื่อเดือนที่แล้ว พบข้อมูลที่สนับสนุนทฤษฎีนี้
นักวิจัยคิดว่า ถ้าได้ส่งดาวเทียมขึ้นไปทำหน้าที่ยามเฝ้าแผ่นดินไหวสัก 20 ดวง คอยกวาดหากิจกรรมที่เชื่อว่ามีอยู่จริง และนักวิทยาศาสตร์บางรายเชื่อว่าเป็นสัญญาณบอกโอกาสเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เป้าหมายของการวางเครือข่ายดาวเทียม คือ การสร้างระบบเตือนภัยที่สามารถแจ้งความเสี่ยงล่วงหน้าได้ 2 สัปดาห์ก่อนเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากระบบเตือนแผ่นดินไหวปัจจุบันบอกได้อย่างเก่งแค่ 1 นาที และมักจะเตือนผิดอยู่เสมอ
ดร.ฟรีดมานน์ ฟรีด นักวิจัยจากองค์การนาซา ที่สนับสนุนทฤษฎีนี้ เสนอให้ส่งดาวเทียมขนาดเท่าเครื่องล้างจานสู่วงโคจรภายใน 2 ปี เพื่อตรวจจับอนุภาคไอออนจากที่ต่างๆ ด้วยกล้องจับความร้อน
สนามแม่เหล็กที่มีประจุบวกจะดึงไอออนประจุลบจากบรรยากาศที่อยู่ 600 กม.ข้างบนลงมา จนเกิดเป็นหลุมในอากาศลึก 20 กม. จากนั้นเครือข่ายดาวเทียมจะตรวจหาตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยเสาอากาศจีพีเอสขนาดเล็กที่ติดอยู่ข้างดาวเทียม
ถึงกระนั้น นักวิทยาศาสตร์อีกหลายคนยังไม่ปักใจเชื่อว่าทฤษฎีดังกล่าวจะเป็นไปได้
เบื้องลึกเงิน2ล้านเมื่อนายท้าทายศาล
แฉเบื้องลึกเงิน 2 ล้าน ทนายไอ้โม่งยัดกล่องขนมหอบติดสินบนศาล ภารกิจนี้เพื่อ นาย ต่อสายตรงถึงรุ่นพี่ บยศ.ขออนุเคราะห์ความสะดวกเดินทางออกนอกประเทศ แต่ความแตกและศาลท่านไม่เล่นด้วย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
