บอลเมอร์ ประเมินอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ในอีกทศวรรษ เตรียมเข้าสู่ยุคการปฏิวัติโฉมครั้งใหญ่ ทั้งด้านความเร็วในประมวลผล หน่วยความจุ และการเชื่อมต่อไร้สาย ขณะที่ การพัฒนาด้านซอฟต์แวร์ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่มีความท้าทายอีกมาก โดยเฉพาะยังมีความซับซ้อนมากเกินไปนายสตีฟ บอลเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่นฯ ผู้ผลิตซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลก แสดงทรรศนะในงานประชุมเทคโนโลยีประจำปีของกลุ่มสมาคมอิเล็กทรอนิกส์อเมริกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับอนาคตอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยคาดการณ์ว่าภายในทศวรรษหน้า อุตสาหกรรมด้านไอทีจะเข้าสู่ยุคการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่
ประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ที่เพิ่มขึ้นทั้งในด้านความเร็วของการประมวลผล พื้นที่จัดเก็บข้อมูลมหาศาล และเทคโนโลยีเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ไร้สาย เป็นปัจจัยผลักดันสำคัญของการปฏิวัติยุคแห่งข้อมูลสารสนเทศ หากแต่ในอุตสาหกรรมผู้ผลิตซอฟต์แวร์ยังมีความท้าทายอีกหลายประการรออยู่ข้างหน้า
ความท้าทายที่นายบอลเมอร์พูดถึงเป็นต้นว่า ผู้ผลิตซอฟต์แวร์จำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีการปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานให้มีความลื่นไหลเป็นธรรมชาติมากขึ้น รวมทั้งเครื่องมือในการใช้งานต้องมีความเรียบง่ายกว่าเดิม และต้องพัฒนาเครื่องมือด้านการค้นหาและวิเคราะห์ได้ถูกต้องแม่นยำตรงกับความต้องการของผู้ใช้ให้ได้
คอมพิวเตอร์ในอนาคตจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้ไว้เป็นจำนวนมหาศาล แต่กระนั้นก็ยังไม่ล้ำหน้าพอที่จะคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าผู้ใช้มีความต้องการอย่างไร ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาให้ซอฟต์แวร์ปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุดจะเข้ามาช่วยเสริมได้ เพราะเราคงไม่เพียงต้องการให้คอมพิวเตอร์เข้าใจคำสั่งเราเท่านั้น แต่ยังต้องการให้คอมพิวเตอร์เริ่มจำในสิ่งที่เป็นตัวตนของเราและความมุ่งหมายของเราด้วย นายบอลเมอร์ กล่าว
สำหรับปัญหาที่อาจยังแก้ไม่ตกคือด้านของเทคโนโลยีการค้นหา ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่ได้มีพัฒนาการไปมากนัก ความสามารถที่จะค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลจะยิ่งมีความสำคัญยิ่งขึ้นในอนาคต การค้นหาให้ลึกลงไป และเลือกข้อมูลและนำมาประกอบรวมกันยังเป็นสิ่งที่ยังทำได้ค่อนข้างลำบาก
ส่วนด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้น นายบอลเมอร์ระบุว่าจะคงมีความซับซ้อนอยู่มาก และความพยายามที่จะรวมระบบคอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกันให้ทำงานด้วยกันได้ก็ยังลำบากเกินไป ซึ่งจากความซับซ้อนในการพัฒนาซอฟต์แวร์นี้เองที่จะเป็นอุปสรรคต่อการผลักดันให้อุตสาหกรรมไอทีเดินหน้าต่อไป
นายบอลเมอร์ยังคาดการณ์ด้วยว่า ในสังคมข้างหน้าจะมีการเสพข้อมูลทุกประเภทในแบบดิจิตอล สอดรับกับการพัฒนาพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างมากมายมหาศาล ทั้งยังมีราคาไม่แพง หน้าจอคอมพิวเตอร์ในลักษณะกระดาษไม่ช้าจะมีการผลิตออกสู่ท้องตลาด และน้อยคนนักที่ยังจะอ่านหนังสือจากหน้ากระดาษในแบบปัจจุบัน
นอกจากนี้ นายบอลเมอร์ยังวาดภาพอนาคตของอุตสาหกรรมไอทีในวันข้างหน้าที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนในสังคม โดยได้ยกตัวอย่างว่า ตัวเขาเองสามารถนั่งดูทีวีจากห้องในโรงแรมที่อยู่ห่างออกไปครึ่งโลกจากนายบิลล์ เกสต์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ แต่ยังสามารถเชื่อมต่อเพื่อสื่อสารระหว่างกันระหว่างการรับชมได้ เช่น รับชมรายการแข่งขันกอล์ฟที่ถ่ายทอดผ่านทีวี ซึ่งสามารถเลือกเจาะเข้าไปจับภาพดูเฉพาะลูกกอล์ฟว่าเป็นของผู้ผลิตรายใดที่ใช้ในการแข่งขันกัน จากนั้นยังสามารถค้นหาภาพสินค้าในลักษณะเดียวกันนี้ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและสั่งซื้อได้ในเวลาเดียวกับที่กำลังนั่งชมการแข่งขันอยู่ ตัวอย่างดังกล่าวนี้ ซึ่งนายบอลเมอร์เองก็เชื่อมั่นว่าอีกไม่ไกลก็จะเกิดขึ้นได้จริง
อย่างไรก็ตาม นอกจากที่นายบอลเมอร์จะแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมไอทีแล้ว ในตอนหนึ่งยังบอกเป็นนัยถึงโอกาสที่ตนเตรียมจะลงจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไมโครซอฟท์ใน 9-10 ข้างหน้านี้ด้วยเช่นกัน ขณะที่ ในเดือนกรกฎาคมนี้ นายเกตส์ก็จะวางมือจากการบริหารในไมโครซอฟท์อย่างเป็นทางการ เพื่อหันไปทุ่มเวลาให้กับงานในมูลนิธิการกุศลบิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ ฟาวเดชั่นของเขาเอง ซึ่งในที่นี้ นายเกตส์ได้ระบุไว้ว่าจะแบ่งเวลาประมาณ 80% ให้กับงานในมูลนิธิ แต่ก็ยังมีอีก 20% ที่จะให้เวลากับการพัฒนางานด้านเทคโนโลยีค้นหาข้อมูลให้กับไมโครซอฟท์ จากปัจจุบันที่ 20% จะเป็นเวลาที่ทุ่มให้กับมูลนิธิ
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
