ความช่างสังเกต ความอยากรู้อยากเห็น ความมีเหตุและผล คือพื้นฐานของนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองเป็นปัจจัยเริ่มต้นให้กลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ประสบความสำเร็จบนเวทีระดับโลก ด้วยการคว้าสองรางวัลจากการประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ระดับนานาชาติ หรืออินเทล ไอเซฟ (Intel International Science and Engineering Fair-Intel ISEF) ครั้งที่ 59 จัดขึ้นที่เมืองแอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
โดย น.ส.ปรารถนา ชุนหคาม น.ส.อลิสรา ศรีนิลทา และนายชญา นิ่มจินดา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ
เป็นหนึ่งใน 2 ทีม ตัวแทนจากประเทศไทย ที่ส่งโครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง การหมุนของหางเมล็ดหญ้าหนวดฤาษี เข้าชิงชัยในงานครั้งนี้ และสามารถคว้ารางวัลที่ 3 ในประเภทแกรนด์ อวอร์ด เป็นทุนการศึกษามูลค่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ
กลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวถึงผลงาน และประสบการณ์ที่ได้จากการเข้าร่วมแข่งขันว่า โครงงานของเราเกิดจากประสบการณ์ที่ได้สังเกตธรรมชาติตั้งแต่ตอนเด็กว่า หญ้าหนวดฤาษีจะหมุนได้เมื่อฝนตก ซึ่งเราเก็บความสงสัยนี้มาทำเป็นโครงงานทดลองเพิ่มเติมทำให้เราได้เห็นรูปแบบการหมุนที่เป็นระบบโดยมีความชื้นเป็นปัจจัยหลัก และเราได้นำรูปแบบการหมุนนี้มาใช้ในการวัดความชื้นของข้าวเปลือกได้อีกด้วย
การแข่งขันครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้ผลงานของเพื่อนประเทศอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขามีกระบวนการคิดที่ละเอียดถี่ถ้วนมากกว่า การทดลองที่ทำมีรายละเอียดและเป็นระบบมาก หลายโครงงานน่าสนใจตรงที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ดังนั้นจึงตั้งใจว่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้กับงานของตัวเองในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น กลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษากล่าว
ส่วนตัวแทนนักเรียนไทยอีกหนึ่งทีม ได้แก่ ด.ช.ภีมเดช ประสิทธิ์วรเวทย์ ด.ช.ธนวรกฤต บางเขียว และด.ช.มนภาส หะรารักษ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ส่งโครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง ไม้อัดยุคใหม่ผลิตได้จากวัชพืช เข้าประกวด และสามารถคว้ารางวัลที่สองในประเภทสเปเชี่ยล อวอร์ด จากสมาคมวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมทุนการศึกษา 600 ดอลลาร์สหรัฐ มาครอง
ทั้งนี้กลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ถึงแม้จะยังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แต่ก็สามารถคว้ารางวัลจากการแข่งขันกับนักเรียนในระดับมัธยมปลายมาได้ ซึ่งต้องถือว่าเป็นผลงานระดับไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ที่สำคัญโครงงานของพวกเขา สามารถตอบรับกระแสรักษาสิ่งแวดล้อมในขณะนี้ได้อีกด้วย
พวกเขากล่าวว่า ใน จ.เชียงใหม่มีวัชพืชอย่างเช่น ไมยราบป่าขึ้นเยอะมาก และเกษตรกรจะมีวิธีกำจัดวัชพืชเหล่านี้โดยการนำมาเผาทำลาย ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบกับหน้าดิน โดยทำให้หน้าดินสูญเสียสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับการเจริญเติบโตของพืช พวกเราจึงนำมาคิดว่าจะมีวิธีนำวัชพืชเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร และเราก็ค้นพบว่าลำต้นของไมยราบสามารถนำมาทำไม้อัดได้
สำหรับโครงงานชิ้นนี้เราจะศึกษาลงลึกในรายละเอียดต่อไป และจะส่งเข้าแข่งขันในปีหน้าอีกแน่นอน กลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย กล่าวทิ้งท้าย
ผลงานของนักเรียนทั้งสองโรงที่เข้าประกวดอินเทล ไอเซฟ ในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก 2 หน่วยงานหลักในประเทศไทย ได้แก่ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
ศ.ดร.ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สมาคมมีแนวทางในการพัฒนาทักษะของนักเรียนและครูวิชาวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่องตลอดมา การจัดการประกวดผลงานวิทยาศาสตร์นั้นเป็นหนทางหนึ่งที่สมาคมได้เริ่มตั้งแต่ปี 2525 โดยอินเทลได้เข้ามาช่วยสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายและการประสานงานในการส่งผู้ชนะ ไปร่วมประกวดผลงานที่งานอินเทล ไอเซฟ การที่นักเรียนมีโอกาสได้ร่วมประกวดผลงานในเวทีระดับโลกอย่าง อินเทล ไอเซฟ จะช่วยพัฒนาทักษะด้านการค้นคว้า การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่นักเรียนได้เป็นอย่างดี
ด้าน ดร.กว้าน สีตะธนี รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ผู้ดูแลการจัดการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมศาสตร์ (YSC.CS & YSC.EN) กล่าวถึงการประกวดในระดับประเทศว่า โครงงานที่เข้าประกวดในงาน YSC.CS & YSC.EN 2008 ที่ผ่านมามีความหลากหลายมากขึ้น โดยมีผลงานส่งเข้ามาจากจังหวัดต่างๆ เพิ่มขึ้นเกือบทั่วประเทศ นอกจากนั้นแล้วผลงานที่ส่งเข้ามายังมีความคิดในเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ของไทย โดยในปีหน้าเนคเทคหวังว่าจะมีผลงานเพิ่มขึ้น และอยากเชิญชวนอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำแก่นักเรียนที่ส่งโครงงานเข้าประกวดมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้งานประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ระดับนานาชาติ หรือ อินเทล ไอเซฟ ซึ่งเป็นเวทีการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา อินเทลได้เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขัน อินเทล ไอเซฟ ด้วยเงินสนับสนุนมูลค่าสูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการสนับสนุนดังกล่าวนับเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในระดับโลกเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา นับตั้งแต่ปี 2539 ซึ่งเป็นปีแรกที่อินเทลเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลัก จวบจนปัจจุบัน ปรากฏว่ามีผู้เข้ารอบสุดท้ายที่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมแข่งขันในงาน อินเทล ไอเซฟ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 รวมแล้วกว่า 1,500 คน และมีประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันจากประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 หรือมากกว่า 51 ประเทศ
นับเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมต่อเยาวชนไทยที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ และในอนาคตประเทศไทยของเรา จะได้มีนักคิด นักวิทยาศาสตร์เก่งๆ มาช่วยกันพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวไปข้างหน้า
วิโรจน์ ธัญญหาญ
wirot@nationgroup.com
หัวเราะคลายพิษ วิธีลดเครียดการเมือง
สลดตำรวจควบคุมฝูงชนดูแลผู้ชุมนุมเครียด โทรหาปรึกษานักจิตวิทยา ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม แนะวิธีคลายเครียดง่ายๆ กำหนดลมหายใจแล้วค่อยปล่อยออกมา พร้อมกับเปล่งเสียง โอ จนหมดลม
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
