ถ้าพูดถึงระบบการเรียนการสอนในบ้านเรา ทุกวันนี้การเรียนในห้องเรียนอย่างเดียวคงไม่พอ เห็นได้จากนักเรียนจำนวนมากต่างหาเวลาไปเรียนกวดวิชาเพิ่มเติมตามสถาบันกวดวิชาต่างๆ ธานินทร์ เอื้ออภิธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) สถาบันกวดวิชาและสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ (Enconcept) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้เรียนกวดวิชาในบ้านเราว่า มีทั้งหมดประมาณ 400,000 คน โดยมีจำนวนนักเรียนมัธยมปลายที่สอบเอ็นทรานซ์แต่ละปีประมาณ 600,000 คน ส่วนนักเรียนมัธยมปลายมีทั้งหมดประมาณ 1,000,000 ล้านคน โดยนักเรียนส่วนใหญ่เรียนกวดวิชาปีละประมาณ 2 ครั้ง (อัตราค่าเรียนประมาณ 2,800-3,000 บาทต่อคอร์ส) มูลค่าตลาดโดยรวมมีประมาณ 3,000 ล้านบาททั้งนี้ภาษาอังกฤษถือเป็นหนึ่งวิชาที่มีความสำคัญและได้รับความนิยมจากนักเรียนเป็นอย่างมาก การพัฒนาระบบการเรียนการสอนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้แนวใหม่ให้กับนักเรียน
เจาะระบบการสอนเอ็นคอนเส็ปท์
เอ็นคอนเส็ปท์ ถือเป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษยอดนิยมของนักเรียนมัธยม ซึ่ง ณ ปัจจุบันสถาบันแห่งนี้ก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 แล้ว โดย ธานินทร์ กล่าวว่า เอ็นคอนเส็ปท์เป็นโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่ผสมผสานทั้งนวัตกรรม เทคโนโลยีและเทคนิควิธีการเรียนการสอน โดยมีปรัชญา คือ English is Alive ภาษาอังกฤษมีชีวิต อังกฤษพ้นกรอบ
เมื่อย้อนกลับไปสู่การเรียนการสอนในยุคต้นๆของเอ็นคอนเส็ปท์ ธานินทร์ กล่าวว่า ยุคแรก มีครู 1 คนเข้าสอนสดให้นักเรียน ด้วยกล้องธรรมดา ต่อมายุคที่ 2 เป็นยุคมัลติมีเดีย ที่มีการใช้สื่อหลายๆอย่าง โดยมีการนำกล้อง 360 องศาเข้ามาใช้ เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงบทเรียนได้ดีขึ้น ถือเป็นการพัฒนาการบันทึกการเรียนการสอน ทำให้นักเรียนสนุกและมองภาพได้หลายมุม ต่อมายุคที่3 เลิร์นนิ่ง ออนดีมานด์ โดยให้นักเรียนสามารถเลือกเรียนด้วยตัวเองได้ตามต้องการ จากนั้นยุคที่ 4 คือการให้นักเรียนเรียนรู้ผ่าน Memolody (Memory Melody) ซึ่งเป็นการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โรงเรียนมีการผสมผสานทั้ง Memory และ Melody เข้าด้วยกัน มีการเรียนการสอนในห้อง e-studio คือถ่ายทอดสดเหมือนรายการโทรทัศน์ทุกประการ โดยใช้เทคโนโลยีการถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมไทยคม 5
ก้าวสู่การเรียนแบบ S.E.L.F
ธานินทร์ กล่าวต่อถึงยุคที่ 5 ว่า เป็นยุคล่าสุดของเอ็นคอนเส็ปท์ โดยถือเป็นยุคทองที่เอ็นคอนเส็ปท์มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ทั้งหมด ซึ่งถือว่าก้าวเร็วกว่าองค์กรอื่น 3-5 ปี โดยยุคนี้เรียกว่ายุค 5G ผ่านสื่อการเรียนที่เรียกว่า S.E.L.F (Student Extensive Learning Fitness) เป็นวิธีการเรียนที่สร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งพัฒนาโดยฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและฝ่ายวิชาการของสถาบันสอนภาษาเอ็นคอนเส็ปท์ ร่วมกับบริษัทไอที Xeersoft
ทั้งนี้การเรียนแบบ S.E.L.F มีความสามารถหลายอย่างด้วยกัน เริ่มด้วยโปรแกรม Virtual Class Room เป็นห้องเรียนเสมือน ที่นำเอาเทคโนโลยี Streaming มาช่วยในการส่งเนื้อหาที่มีขนาดใหญ่ให้นักเรียนจำนวนมากที่เรียนในทุกสาขาทั่วประเทศสามารถใช้บริการที่เป็น Video on Demand หรือชมการแพร่ภาพ (Broadcasting) ได้ โดยมีการนำเทคโนโลยี H264 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเข้ารหัสวีดีหรือ video encoding technology มาช่วยแปลงข้อมูลภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง เสียง และบรรยากาศในห้องเรียน (Classroom content) ขนาด 10 กิกะไบต์ ให้พร้อมสำหรับการ Stream flv media. นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีระบบ meta position injection system ที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน S.E.L.F สามารถเลือกช่วงที่พวกเขาต้องการชมได้ ดังนั้นโปรแกรม Virtual Class Room จึงนำชั้นเรียนที่ผ่านมาทุกชั่วโมงไปอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ช่วยให้นักเรียนทบทวนการเรียนได้อีกครั้ง
นอกจากนี้ยังมี Smart Reading Assistant โปรแกรมแปลคำศัพท์ โดยผู้เรียนสามารถเลือกให้แปลเป็นแบบอังกฤษ-อังกฤษ หรืออังกฤษ-ไทยก็ได้ ต่อมาโปรแกรม ฟังฉัน โดยเมื่อผู้เรียนเข้าไปอ่านบทความภาษาอังกฤษในเว็บไซต์ต่างๆ ยังสามารถเลือกฟังเสียงอ่านบทความนั้นในสำเนียงภาษาอังกฤษที่แตกต่างกันไปของคนแต่ละชาติ อีกทั้งยังมีโปรแกรม ศัพท์กระจาย เป็นการขยายต่อแนวคิด My Map ประยุกต์เข้ากับเทคนิคการเรียน Tree Tactics สร้างเป็นการเชื่อมโยงทางภาษา ไม่ว่านักเรียนเข้าไปเรียนตรงส่วนไหนของภาษาอังกฤษ ก็จะสามารถเชื่อมโยงกลับไปที่โครงสร้างทั้งหมดของภาษาอังกฤษได้ พร้อมกันนี้ยังมีโปรแกรม กระเป๋าคำศัพท์ นักเรียนสามารถค้นหาความหมายของคำศัพท์ได้ทุกที่ทุกเวลาที่เชื่อมต่อระบบรวมถึงยังสามารถนำคำศัพท์นั้นเข้าสู่กระเป๋าคำศัพท์ส่วนตัวของนักเรียนได้ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม ทดสอบความฟิต , โปรแกรม สถิติและกระดานประเมินผล ,โปรแกรม ดัมเบลคำศัพท์ และโปรแกรม โค้ชฉัน
ในเฟสแรกเราลงทุนพัฒนาระบบไป 25 ล้านบาท โดยใช้เวลาในการพัฒนาระบบ 2 ปี และได้เปิดให้บริการกับนักเรียนเมื่อเดือนเมษายน 2551 ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันเรามีนักเรียนทั้งหมด 100,000 คน โรงเรียนทั้งหมด 28 สาขา เปิดสอนผ่านโปรแกรม S.E.L.F ไปแล้ว 8 สาขา และจะเปิดให้ครบ 28 สาขาภายใน 3 เดือนนี้ ซึ่งการเรียนผ่านวิดีโอในห้องเรียนอย่างเดียว คุณภาพไม่เท่ากับการเรียนผ่านคอมพิวเตอร์ หรือออนไลน์ ซึ่งระบบการเรียนการสอนแบบ S.E.L.F จะเข้ามาแทนที่การเรียนผ่านวิดีโอ โดยการเรียนผ่านวิดีโอจะค่อยๆตายไปโดยอัตโนมัติ ธานินทร์กล่าว
ตั้งเป้าขายโซลูชันระดับโลก
นอกจากเป้าหมายในการพัฒนาระบบการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เอ็นคอนเส็ปท์ยังมุ่งหวังร่วมมือกับพันธมิตรในการพัฒนาโซลูชันใหม่ๆในมาตรฐานระดับโลกเพื่อขายโซลูชันให้กับต่างชาติ ซึ่งการร่วมมือกับ Xeesoft ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดของเอ็นคอนเส็ปท์ต่อไปได้ นอกจากนี้ ธานินทร์ ยังกล่าวว่า ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะขายโปรแกรม S.E.L.F กับผู้ประกอบการรายอื่นอีกด้วย
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
