โกอินดัสตรีฯ สบช่องไอซีทีไทยบูม ส่งยอดขายผ่านช่องทางประมูลออนไลน์โต ล่าสุดประกาศพัฒนาเว็บรองรับภาษาไทยกลางปีนี้ มุ่งโปรโมตผู้ประกอบการในประเทศใช้งาน ชี้สร้างความโปร่งใสจัดซื้อจัดหา พร้อมปรับปรุงฟังก์ชันการทำงานให้ง่ายขึ้นนายศุภนิจ จัยวัฒน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทโกอินดัสตรี - โดฟบิด จำกัด ผู้ให้บริการตลาดกลางประมูลออนไลน์เครื่องจักรอุตสาหกรรมมือสองรายใหญ่ของโลก เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่าการขยายตัวด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงโครงการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาล (E-procurement) ได้ส่งผลให้ตลาดการประมูลเครื่องจักรอุตสาหกรรมออนไลน์ของบริษัทมีการขยายตัวเพิ่ม โดยในปี 2550 ที่ผ่านมา บริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ที่ผ่านเข้ามาในระบบสูงถึง 416 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าปี 2549 กว่าเท่าตัว โดยสัดส่วนการขายทรัพย์สิน ในประเทศต่อต่างประเทศอยู่ที่อัตรา 8:2
สำหรับในปีนี้ได้วางเป้าหมายสร้างแบรนด์ และเว็บไซต์ www.goindustry.com โดยบริษัทได้ทำการปรับปรุงพัฒนาเว็บไซต์ทั้งในด้านฟังก์ชันและความง่ายในการใช้งาน โดยบริการหลักที่เปิดให้บริการผ่านเว็บไซต์ www.goindustry.com ประกอบด้วย บริการประมูลออนไลน์ และ บริการ Live & webcast Auction ซึ่งการจัดประมูลซื้อขาย ณ สถานที่ของลูกค้า และ มีการถ่ายทอดการประมูลผ่านอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ยังมีบริการระบบชำระเงินผ่านทางออนไลน์และช่องทางปกติ เช่นการโอนเงินและ เปิดแอล/ซี รวมถึงประสานงานการขนส่งสินค้า
ขณะเดียวกันยังรองรับการใช้งานภาษาที่หลากหลาย โดยปัจจุบันเว็บไซต์ www.goindustry.com รองรับการใช้งานภาษาต่างๆได้ 10 ภาษา ประมาณกลางปีนี้คาดว่าจะรองรับการใช้งานภาษาไทย และจะมีการพัฒนาฟังก์ชันในส่วนของการค้นหาทรัพย์สิน ให้มีความรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น
นอกจากนี้ นายศุภนิจยังมองว่าช่องทางการประมูลออนไลน์ จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการซื้อเครื่องจักรจากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มศักยภาพการผลิต และช่วยให้เกิดความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดหามากขึ้น
ตอนนี้เรามีสัดส่วนการประมูลซื้อขายเครื่องจักรมือสองทั่วโลก ผ่านช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ ประมาณ 50:50 คาดว่าใน 3 ปีข้างหน้าการประมูลผ่านทางออนไลน์จะเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนประมาณ 70% โดยขณะนี้ส่วนหนึ่งยอดขายจากออฟไลน์มาจากการเข้าไปดูข้อมูลผ่านทางออนไลน์
นายศุภนิจ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สินค้าที่เปิดซื้อขายประมูลผ่านทางเว็บไซต์มากกว่า 100,000 รายการ ใน 28 หมวดอุตสาหกรรม และมีฐานสมาชิกที่เป็นกลุ่มผู้ซื้อในไทยประมาณ 20,000-30,000 ราย ส่วนฐานผู้ขาย ซึ่งเน้นเฉพาะผู้ประกอบการในไทยนั้นมีอยู่ประมาณ 10,000 ราย โดยช่วงนี้ผู้ประกอบการไทยเข้ามาสั่งซื้อเครื่องจักรมือสองจากสหรัฐฯและยุโรปเข้ามามากขึ้น เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ โดยราคาเครื่องจักรมือสองเหล่านี้ขายกันในราคา 5-10% ของเครื่องใหม่
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
