ต้องเรียกว่าเป็นช่วงที่เหมาะแก่เวลาและโอกาสเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำตลาดของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กราคาถูก ในเวลานี้ ที่สถานการณ์แวดล้อมดูจะเป็นใจให้ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจขาลงในสหรัฐอเมริกา ปัญหาราคาพลังงานและต้นทุนสินค้าพุ่ง เป็นปัจจัยกดดันผู้บริโภคที่จะหยิบจะซื้อสินค้าอะไรเป็นต้องขบคิดกันนานกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นคอมพิวเตอร์ราคาแพงหรือสินค้าไอทีไฮ-เทคทั้งหลายด้วยสภาพเศรษฐกิจที่บีบรัดเช่นนี้ ในด้านหนึ่งจึงช่วยส่งเสริมให้ตลาดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีราคาถูกลงมาเป็นทางเลือกในอันดับต้นๆ ของผู้บริโภคไปโดยปริยาย เช่นกรณีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก อีอีอี จากค่ายอัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ ที่มุ่งเจาะตลาดเกิดใหม่และผู้ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องที่ 2 หรือของบริษัทคอมพิวเตอร์รายอื่นที่ผลิตตามกันออกมาเช่นของเอเซอร์ และฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือเอชพี
ไม่เพียงในส่วนผู้ผลิตคอมพิวเตอร์เท่านั้นที่กระโจนลงสู่สนามแข่งโน้ตบุ๊กขนาดเล็กเท่านั้น ที่ขาดไม่ได้คือในส่วนของผู้ผลิตชิปหน่วยประมวลผลที่ถือเป็นสมองสั่งการหลักของเครื่องก็ไม่รอช้าที่จะคว้าโอกาสทองสร้างรายได้จากช่องทางตลาดใหม่นี้ โดยเฉพาะผู้นำในตลาดชิปอย่าง อินเทล คอร์ปอเรชั่น ที่ด้านหนึ่งครองตลาดชิปประมวลผลสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับบน ขณะที่อีกด้านก็เริ่มเบนหันมาสู่ตลาดชิปสำหรับคอมพิวเตอร์ราคาเบาๆ ควบคู่ไปกับตลาดอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตขนาดเล็ก
นายพอล โอเทลลินี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินเทล ระบุว่า การมุ่งการลงทุนที่การพัฒนาหน่วยประมวลผลที่มีต้นทุนถูกลง เล็กลง แต่ให้มีประสิทธิภาพการทำงานได้เร็วขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการนำอินเตอร์เน็ตเข้าถึงสถานที่และผู้คนแหล่งใหม่ๆ โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ ทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางทำธุรกิจใหม่ๆ ในตลาดที่มีอยู่ได้ด้วย
โดยมีแกนสำคัญของยุทธศาสตร์สำหรับอินเทลอยู่ที่ หน่วยประมวลผลที่ชื่ออะตอม (Atom) ซึ่งเป็นการอัดประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์เทียบเท่าประสิทธิภาพในช่วง 6 ปีก่อนลงในพื้นที่ขนาดจำกัด หรือหากจะให้เห็นภาพก็คือ การนำชิปอะตอม 25 ชิ้นวางลงต่อกันได้ในพื้นที่ขนาด 1 ตารางนิ้ว ซึ่งอะตอมได้รับการออกแบบมาสำหรับการใช้งานกับอุปกรณ์อินเตอร์เน็ตพกพา เครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเลตที่มีลักษณะคล้ายกับโทรศัพท์มือถือไอโฟนของแอปเปิล ที่มีบริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ดีกว่าบนโทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงเน็ตบุ๊ก ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กขนาดเล็กต้นทุนต่ำ ยกตัวอย่าง เครื่องอีอีอี พีซี ของอัสซุสเทค ซึ่งมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ใช้ชิปจากอิน
เทลเช่นกัน
ในอีกด้านหนึ่ง การเข้ามาทำตลาดโน้ตบุ๊กขนาดเล็กราคาถูกของอินเทล ยังส่งผลให้ผู้นำตลาดชิปรายใหญ่ของโลกเบนเข้าสู่สนามแข่งที่มีคู่แข่งอย่างเวีย เทคโนโลยีส์ จากไต้หวันแทนที่จะเป็นคู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันเสมอมาอย่างแอดวานซ์ ไมโคร ดีไวซ์ (เอเอ็มดี)
หากแต่เมื่อเทียบกับอินเทลแล้ว เวีย ยังค่อนข้างเป็นรองในด้านความแข็งแกร่งทางการเงิน และเป็นคู่แข่งอันดับ 3 ในตลาดหน่วยประมวลผลเอ็กซ์ 86 รองจากอินเทล และเอเอ็มดี ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดของผู้ผลิตชิปจากไต้หวันรายนี้ มียอดขายในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2550 อยู่ที่ 453 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งยังตามหลังมาห่างๆ เมื่อเทียบกับรายได้ของอินเทลแค่เพียงไตรมาส 3 ของปี 2550 ไตรมาสเดียวซึ่งมีสูงถึง 10,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นายเกลนน์ เฮนรี ประธานบริษัท เซนทอร์ เทคโนโลยีฯ ธุรกิจลูกของเวีย รับผิดชอบด้านการออกแบบหน่วยประมวลผลให้ความเห็นว่า ถึงอย่างไรอินเทลย่อมจะต้องเข้ามาเบียดในธุรกิจเราอย่างแน่นอน แต่การเข้ามาในตลาดโน้ตบุ๊กราคาถูกของอินเทลย่อมมีทั้งที่เอื้อประโยชน์และแย่งประโยชน์กับเวียฯ ในด้านหนึ่ง เวียฯ ก็ต้องทำงานหนักแข่งกับอินเทลมากขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเข้ามาทำตลาดของอินเทลจะช่วยพัฒนาตลาดโดยรวม ซึ่งเท่ากับเพิ่มโอกาสทำตลาดให้กับเวียฯ ได้ด้วย
บางทีอินเทลอาจจะเข้ามาแย่งตลาดเขาเราได้หรือบางทีก็อาจไม่ได้ แต่อินเทลก็คงเข้ามาอยู่ดี และจะยิ่งเพิ่มขนาดธุรกิจให้ใหญ่โตขึ้น กรณีดังกล่าวหากพิจารณาแล้วก็น่าจะเป็นผลดีสำหรับเรา และเราก็ยินดีหากจะเป็นที่ 2 ในตลาดเอ็กซ์86 นายเฮนรี กล่าว
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
