เผยรายงานภัยคุกคามบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โออีซีดีระบุ คอมพิวเตอร์ในสหรัฐฯ 1 ใน 4 ติดไวรัสเป้าประสงค์ร้ายทั้งสิ้น ชี้ต้นเหตุการดำเนินการแก้ไข ป้องกันยังล่าช้ากว่ากลุ่มนักพัฒนาไวรัส แนะการบรรเทาปัญหาควรให้เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ เพราะเป็นปัญหาระดับโลกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เปิดเผยรายงานเรื่อง ซอฟต์แวร์เป้าประสงค์ร้าย (มัลแวร์): ภัยคุกคามความปลอดภัยต่อเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมอินเตอร์เน็ต ระบุว่า ปัญหาอาชญากรรมบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนับวันจะทวีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงไปในหลายรูปแบบ เป็นการต่อกรระหว่าง 2 ฝ่าย คือ การบุกรุกของไวรัสคอมพิวเตอร์ กับความพยายามป้องกันที่ล่าช้า ความรุนแรงของปัญหามีการประเมินว่า คอมพิวเตอร์ประมาณ 1 ใน 4 ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาล้วนมีโปรแกรมมัลแวร์ฝังอยู่ในเครื่อง
อาชญากรรมไซเบอร์ทุกรูปแบบ ตั้งแต่การขโมยข้อมูล การลักลอบเจาะข้อมูล ไปจนถึงการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ทั้งของภาครัฐ เอกชน และผู้ใช้ทั่วไปเป็นภัยเสี่ยงเข้าขั้นรุนแรงในอุตสาหกรรมอินเตอร์เน็ตของทุกวันนี้ ขณะที่ความพยายามในการป้องกันกลับทำได้เพียงการป้องกันจากแต่ละภาคส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งๆ ที่ปัญหามัลแวร์กำลังเป็นภัยเสี่ยงคุกคามในระดับโลก
ตลอดช่วง 20 ปีมานี้ มัลแวร์มีพัฒนาการขึ้นจากการสร้างความเสียหายในบางครั้งคราวกลายเป็นอุตสาหกรรมอาชญากรรมที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ในหลักหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาชญากรในโลกไซเบอร์ก่อตั้งและพัฒนาตนขึ้นจนมีความมั่งคั่งจากการกระทำผิดและสามารถสะสมทุนไว้สร้างความเสียหายต่อระบบเครือข่ายที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคาดกันว่า คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ชาวอเมริกันราว 59 ล้านเครื่องมีโปรแกรมซุ่มตรวจสอบการทำงาน (สปายแวร์) หรือไม่ก็เป็นโปรแกรมมัลแวร์อื่นๆ โออีซีดี ระบุ
ข้อมูลจากนีลสัน/เรตติ้งส์ เผยว่า จนถึงสิ้นปี 2550 ประชากรผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในสหรัฐฯ มีจำนวนทั้งสิ้นราว 216 ล้านคน
โออีซีดีเตือนว่า ภัยจากการเจาะระบบเครือข่ายทุกรูปแบบกำลังเปลี่ยนรูปแบบจากผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์ไม่กี่เครื่อง กลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างของเหล่าอาชญากรมืออาชีพ สามารถส่งผลกระทบต่อคนทุกระดับ และจากแนวโน้มที่ปัญหาจะไม่มีทีท่าผ่อนคลายลง จึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยความร่วมมือในระดับระหว่างประเทศเพื่อเยียวยาปัญหาดังกล่าวนี้ ขณะที่ผู้ใช้แต่ละรายสามารถป้องกันตนเองได้ด้วยการติดตั้งซอฟต์แวร์ไฟล์วอลล์ และโปรแกรมป้องกันไวรัสเพื่อสกัดปัญหาในด่านแรก และจะต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยเร็วหากพบสิ่งผิดปกติในเครื่อง
ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การก่ออาชญากรรมบนโลกไซเบอร์ มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งการโจมตีระบบ ขโมยข้อมูลสำคัญของบุคคลและองค์กร จนถึงการขโมยเงิน รายงานบางชิ้นประเมินว่า ราว 80% ของมัลแวร์ที่กระจายอยู่บนเว็บฝังตัวกับบางเว็บไซต์ที่ดูจะไม่เป็นอันตราย และมีการรายงานว่า ประมาณ 53.9% ของเว็บที่มีมัลแวร์มีฐานอยู่ในจีน ตามด้วยสหรัฐฯ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 27.2%
ขณะที่สมาคมธนาคารในอังกฤษมีการประเมินความสูญเสียจากปัญหามัลแวร์ว่ามีมูลค่าสูงถึง 12,200 ล้านปอนด์ในปี 2547 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 33,500 ล้านปอนด์ในปี 2549
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
